โครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจ ปี 2548/49 - 2552/53
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2547 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 ณ ห้องประชุมชั้น 22 อาคารสำนักงานใหญ่ เลขที่ 89 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินใหม่ จำนวน 14 ลำ ตามแผนวิสาหกิจปี 2548/49 - 2552/53 ของบริษัทฯ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 96,359 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถดำเนินการจัดหาเมื่อได้รับการอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ มีรายละเอียดขั้นต่ำตามบัญชี (1) ท้ายประกาศตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนตามเอกสารสิ่งที่ส่งมาด้วย
สิ่งที่ส่งมาด้วย
รายงานสารสนเทศเรื่อง โครงการจัดหาเครื่องบินใหม่ จำนวน 14 ลำ
ตามแผนวิสาหกิจปี 2548/49–2552/53
ของ
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ตามที่ คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีมติเห็นชอบโครงการ จัดหาเครื่องบินใหม่ จำนวน 14 ลำ ตามแผนวิสาหกิจปี 2548/49 – 2552/53 นั้น บริษัทฯ จะต้องดำเนินการ จัดทำรายงานในเรื่องดังกล่าว เพื่อเสนอขอความเห็นชอบ จากกระทรวงคมนาคมและสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ และขออนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีต่อไป การจัดหาเครื่องบินดังกล่าว มีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 96,359 ล้านบาท หรือ คิดเป็น ร้อยละ 48.91 ของมูลค่าทรัพย์สินของบริษัทฯ ตามงบการเงินที่ผ่านการสอบทานฉบับล่าสุด ดังนั้น เพื่อปฏิบัติตามประกาศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาหรือจำหน่ายไป ซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงรายละเอียด ของแผนการจัดหาเครื่องบินใหม่ ดังต่อไปนี้
1. วัน เดือน ปีที่ดำเนินการ
อยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดทำรายงานตามขั้นตอน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
2. คู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง
ผู้จัดหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ผู้ผลิต บริษัทฯ จะคัดเลือกบริษัทผู้ผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ และเหมาะสมกับการใช้งานต่อไป
3. ลักษณะสินทรัพย์
เป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่ขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ซึ่งจะเข้าประจำฝูงบินของ บริษัทฯ ระหว่างปี 2548/49 – 2552/53 จำนวน 14 ลำ โดยเครื่องบินดังกล่าว มีลักษณะเป็นเครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง ( Long Range Medium Size Aircraft) จำนวน 7 ลำ เครื่องบินพิสัยไกลขนาดใหญ่มาก (Long Range Super Large Size Aircraft) จำนวน 6 ลำ และเครื่องบินพิสัยไกลพิเศษขนาดกลาง (Super Long Range Medium Size Aircraft) จำนวน 1 ลำ สำหรับรายละเอียดของเครื่องบินทั้ง 14 ลำ มีดังต่อไปนี้
3.1 เครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง (จำนวน 7 ลำ)
- ประเภทของเครื่องบิน บินในเส้นทางข้ามทวีป
- จำนวนบรรทุกผู้โดยสาร (ประมาณ) 300 ที่นั่ง
- มูลค่าเฉลี่ยต่อลำ (ประมาณ) 5,503 ล้านบาท
3.2 เครื่องบินพิสัยไกลขนาดใหญ่มาก (จำนวน 6 ลำ)
- ประเภทของเครื่องบิน บินในเส้นทางข้ามทวีป
- จำนวนบรรทุกผู้โดยสาร (ประมาณ) 500 ที่นั่ง
- มูลค่าเฉลี่ยต่อลำ (ประมาณ) 8,682 ล้านบาท
3.3 เครื่องบินพิสัยไกลพิเศษขนาดกลาง (จำนวน 1 ลำ)
- ประเภทของเครื่องบิน บินในเส้นทางข้ามทวีป
- จำนวนบรรทุกผู้โดยสาร (ประมาณ) 230 ที่นั่ง
- มูลค่าเฉลี่ยต่อลำ (ประมาณ) 5,748 ล้านบาท
หมายเหตุ มูลค่าของเครื่องบินประเมินตามหลักปฎิบัติสากลของธุรกิจการซื้อขายเครื่องบินใหม่
4. ขนาดของรายการ
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2547 บริษัทฯ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 197,021 ล้านบาท โดยเครื่องบินที่ต้องการเพิ่มจำนวน 14 ลำ จะใช้งบลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 96,359 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 48.91 ของสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2547
5. แหล่งเงินทุนที่ใช้ และเงื่อนไขการชำระเงิน
บริษัทฯ จะหารือและทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแผนการเงินในการจัดหาเครื่องบินจำนวน 14 ลำนี้ต่อไป
6. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ตามโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี 2548/49– 2552/53 จำนวน 14 ลำนี้ จะทำให้บริษัทฯ มีการพัฒนาฝูงบินที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบิน สามารถพัฒนาฝูงบินระยะยาว เพื่อสนับสนุนแผนการตลาดเชิงรุก โดยการขยายเครือข่ายการบินให้เติบโต ยิ่งขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้ เครื่องบินพิสัยไกล ขนาดใหญ่มาก จะนำไปขยายความจุในเส้นทางหลักในยุโรป เครื่องบินพิสัยไกลพิเศษขนาดกลาง จะนำไปขยายเที่ยวบินตรง สู่สหรัฐอเมริกา ให้มีความถี่มากขึ้น ส่วนเครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง จะนำไปขยายเส้นทางบินในออสเตรเลียเป็นหลัก ด้วยผลิตภัณฑ์ภายในเครื่องบิน ที่มีความทันสมัยและให้ความสะดวกสบายสูง บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถสร้างกำไรได้สูงขึ้น มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีสถานะการเงินที่มั่นคง สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาด พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างบริษัทฯ ให้เป็น สายการบินชั้นนำอยู่ในสิบอันดับแรกของโลก และอยู่ในสามอันดับแรกของภูมิภาคเอเชีย ทั้งด้านคุณภาพและประสิทธิภาพการบริการ