พัฒนาการการบินไทย ปี พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน
2552 การบินไทยเปิดจุดบินใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ – ออสโล ประเทศนอร์เวย์ ถือเป็นจุดบินต่างประเทศจุดที่ 59 ใน 34 ประเทศที่การบินไทยทำการบิน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารในการเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ ได้ครอบคลุมทั่วโลก ปี 2552 เป็นอีกหนึ่งปีที่การบินไทยได้รับรางวัลจากสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก อาทิ รางวัลอันดับ 2 ประเภทสายการบินยอดเยี่ยมของเอเชีย (Best Asian Carrier) จากการประกาศรางวัลโกลด์ อวอร์ดส และรางวัลอันดับ 2 ประเภทสายการบินระหว่างทวีปยอดเยี่ยม (Best Intercontinental Airlines) จากงาน Grand Travel Award Ceremony รางวัล แพลทตินัมแบรนด์ ประเภทสายการบินที่น่าเชื่อถือมากที่สุดจากผู้บริโภค ประจำปี 2552 (Reader’s Digest, Trusted Brands Platinum Award 2009) จากนิตยสาร Reader’s Digest นับเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน ที่การบินไทยได้รับรางวัลนี้ นอกจากนี้ การบินไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นสายการบินยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งด้านการให้บริการลูกค้าภาคพื้นแก่ผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจจากสกายแทรกซ์ (Skytrax) อีกด้วย
ในส่วนงานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การบินไทยโดยพนักงานการบินไทย ได้ออกแบบและพัฒนาซอฟท์แวร์ Cabin Attendant Pre-Flight Study and Briefing System และได้รับรางวัลชนะเลิศ ผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2009 (Thailand ICT AWARDS 2009) สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม จัดโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
และจากนโยบายหลักด้านสิ่งแวดล้อมของการบินไทย เพื่อลดมลพิษและผลกระทบต่างๆ อันเกิดจากการดำเนินงานและการปฏิบัติการบินให้น้อยที่สุด การบินไทยจึงเป็นสายการบินแรกในเอเชียแปซิฟิค ที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA เพื่อศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมชดเชยการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Offset ของผู้โดยสารที่เดินทางด้วยสายการบินไทย และเป็นตัวอย่างที่ดีในการเป็นสายการบินชั้นนำของโลก ที่เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารมีส่วนร่วมในการชดเชยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้ปล่อยสู่สภาวะแวดล้อมของโลก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการการใช้น้ำมันอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่สภาวะแวดล้อม
ในปี 2553 นับเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการดำเนินธุรกิจการบิน บริษัทฯ ในฐานะสายการบินแห่งชาติ ได้มีส่วนในการเผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทย และนำชื่อเสียง เกียรติภูมิมาสู่ประเทศไทยในสายตาของประชาคมโลกมาอย่างยาวนาน บริษัทฯ ได้รับยกย่องจากสถาบันสำคัญชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งได้รับการยอมรับจากผู้ใช้บริการเสมอมา และที่สำคัญ คือ ในปี 2553 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี "Mission TG100" และแผนกลยุทธ์ในทุกๆ ด้าน จนมีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง และด้วยสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจการบินที่มีปัจจัยเสี่ยงในหลายด้าน บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณลักษณะ 3 ประการ คือ เพื่อเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นลูกค้า เพื่อเป็นองค์กรที่สามารถแข่งขัน และเพื่อเป็นองค์กรที่มีความคล่องตัวสูง ทั้งนี้เพื่อสร้างโอกาสการขยายทางธุรกิจ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปิดเสรีการบินของภูมิภาค สำหรับด้านการเสริมสร้างความพึงพอใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้า บริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงการให้บริการในทุกจุดสัมผัสอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ของคนยุคปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการลูกค้า ผู้โดยสารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับจากสกายแทร็กซ์ ให้เป็นสายการบินอันดับ 1 ในด้านการบริการลูกค้าภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และอันดับ 1 ในด้านการบริการภายในห้องรับรองพิเศษสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง
ด้านเส้นทางบิน บริษัทฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางบินให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยได้เพิ่มเส้นทางการบินใหม่ ได้แก่ ฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น และโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ รวมทั้งร่วมมือกับสายการบินนกแอร์ในบางจุดบิน ด้านการพัฒนาฝูงบินที่มีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติม รวมทั้งปรับปรุงห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์บนเครื่องบิน ตลอดจนมีการจัดทำแผนพัฒนาฝูงบินในระยะยาว เพื่อจัดหาเครื่องบินที่มีความทันสมัยและมีเทคโนโลยีในด้านประหยัดเชื้อเพลิง โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายในการลดอายุเฉลี่ยของฝูงบินจาก 11.9 ปีโดยเฉลี่ยในปี 2553 เป็น 8.5 ปีโดยเฉลี่ยในปี 2560 ด้านค่าใช้จ่าย บริษัทฯ มีมาตรการควบคุมรายจ่ายที่ไม่มีผลกระทบต่อด้านการบริการและความปลอดภัย อาทิ การจัดโครงการร่วมใจจากองค์กร การปรับปรุงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการบริหารจัดการด้านการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม โดยบริษัทฯ เป็นสายการบินแรกในภูมิภาคเอเชียที่มีการลงนามในความร่วมมือกับสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพื่อจัดทำโครงการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการจัดทำฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์จาก 2 เมนูอาหารที่บริการบนเครื่องบินที่แสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยออกมา ตลอดทั้งวงจรชีวิตของอาหารนั้น เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้โดยสารได้มีส่วนร่วมในการช่วยลดภาวะโลกร้อน
ด้านการเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน บริษัทฯ มีการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบในการบริหารงานให้กับผู้บริหารระดับสูง โดยใช้ระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน (KPI) เข้ามาใช้อย่างเป็นรูปธรรม มีการปรับใช้มาตรการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยการนำแนวนโยบาย Whistle Blower มาใช้ รวมถึงการพัฒนาให้หน่วยธุรกิจเป็นหน่วยงานที่สร้างกำไรให้แก่บริษัทฯ โดยมีการปรับปรุงบัญชีของหน่วยธุรกิจออกจากหน่วยธุรกิจหลัก ตลอดจนการเพิ่มอำนาจในการตัดสินใจให้แก่หน่วยธุรกิจ
|