มติคณะกรรมการบริษัทฯ ปี 2554
วันที่ 16 ธันวาคม 2554 ) ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนพฤศจิกายน 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่งประจำเดือนพฤศจิกายน 2554 โดยมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 61 ซึ่งต่ำกว่าปกติอย่างมากในรอบปี แม้จะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ปกติจะมีปริมาณผู้โดยสารสูงมาก แต่ปริมาณ ผู้โดยสารกลับลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ เป็นผลกระทบจากมหาวิกฤติอุทกภัยในประเทศไทย ทำให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกออกประกาศเตือนประชาชนของตนเองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทย อีกทั้งบริษัทประกันภัยบางรายปฏิเสธไม่รับประกันภัยการเดินทาง ส่งผลให้ผู้โดยสารโดยเฉพาะชาวต่างชาติยกเลิกและเลื่อนการเดินทาง ตลอดจนการสำรองที่นั่งเป็นจำนวนมาก ส่วนการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนพฤศจิกายนก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันจากเหตุการณ์ดังกล่าวในเดือนพฤศจิกายน 2554 บริษัทฯ จึงปรับลดเที่ยวบินลง เป็นผลให้ปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 2.1 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger- Kilometer / RPK) ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.8
สำหรับผลการดำเนินงานเดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.2 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 0.1 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย
ร้อยละ 70.6 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.9
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนพฤศจิกายน 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.1 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 20.2 มีอัตราการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 55.2 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.2
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์เดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.3 และมีปริมาณ การขนส่งสินค้าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 3.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 56.4 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 8.8
2. เรื่องการออกและเสนอขายหุ้นกู้แบบเฉพาะเจาะจง และ/หรือขายในกรณีจำกัดไม่เกิน 10 ราย
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้บริษัทฯ จัดหาเงินทุนระยะยาวด้วยวิธีออกตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ภายในประเทศ อายุหุ้นกู้ 5 ปี ในวงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยดำเนินการขายแบบเฉพาะเจาะจง และ / หรือขายในกรณีจำกัดไม่เกิน 10 ราย เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ลงทุนในสินทรัพย์ และชำระคืนเงินกู้ของบริษัทฯ ที่มีต้นทุนทางการเงินสูงกว่า โดยแต่งตั้งธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาและผู้จัดการการจัดจำหน่าย
..............................................................................................................................
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ณ อาคารสำนักงานหลานหลวง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนตุลาคม 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่งประจำเดือนตุลาคม 2554โดยมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 65.8 ซึ่งต่ำกว่าปกติทั้งที่ เดือนตุลาคมเป็นเดือนแรกของฤดูกาลท่องเที่ยวในประเทศไทยตามตารางการบินฤดูหนาวของ การบินไทย ทั้งนี้ เป็นผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤติอุทกภัยในประเทศไทยที่เกิดขึ้นประมาณ ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาในหลายจังหวัดและต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่ว โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกออกประกาศเตือนประชาชนของตนเองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวต่างชาติยกเลิกและเลื่อน การเดินทางตลอดจนการสำรองที่นั่ง ส่วนการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนตุลาคมก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 4.7 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger- Kilometer / RPK) ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.3
สำหรับผลการดำเนินงานเดือนมกราคม - ตุลาคม 2554 บริษัทฯ มีปริมาณ การผลิตผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.8 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.8 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 71.5 ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.9
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนตุลาคม 2554 มีปริมาณการผลิต พัสดุภัณฑ์ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.1 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าต่ำกว่า เดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.7 ทำให้มีอัตราการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 57.1 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.6
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์เดือนมกราคม - ตุลาคม 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.3 และมีปริมาณ การขนส่งสินค้าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 2 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 56.6 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 8.7
2. เรื่องการแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ ทดแทนกรรมการที่ลาออก
ตามที่มีกรรมการบริษัทฯ จำนวน 2 คน ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทฯ ได้แก่
1. นายประวิช รัตนเพียร
2. นายวราห์ สุจริตกุล
คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ จำนวน 2 คนทดแทนกรรมการที่ลาออก ดังนี้
1. นายวรเดช หาญประเสริฐ แทน นายประวิช รัตนเพียร
2. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี แทน นายวราห์ สุจริตกุล
ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป
.........................................................................................................................
วันที่ 14 ตุลาคม 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนกันยายน 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนกันยายน 2554 ดังนี้ บริษัทฯ มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 5.9 และมีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 5.0 ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger– Kilometer / RPK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.7 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 70.1 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.1
สำหรับผลการดำเนินงานเดือนมกราคม – กันยายน 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิต ผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.9 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 2.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 72.2
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนกันยายน 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.8 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.2 ทำให้มีอัตราการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 56.6 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.0
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์เดือนมกราคม –กันยายน2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.4 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 0.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 56.6 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 8.6
2. เรื่อง การซื้อหุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้บริษัทฯ ซื้อหุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด จำนวน 10% คิดเป็นหุ้นจำนวน 5 ล้านหุ้น โดยซื้อจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในราคาหุ้นละ 33 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 165 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทฯ มีสัดส่วนการถือครองหุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ ฯ เพิ่มจาก 39% เป็น 49% ทั้งนี้เป็นไปตามแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการมีอำนาจในการกำหนดกลยุทธ์ให้สายการบินนกแอร์เป็นสายการบินราคาประหยัด เพื่อแข่งขันและปกป้องส่วนแบ่งตลาดจากสายการบินราคาประหยัด และสายการบินต้นทุนต่ำอื่น ๆ
นอกจากนี้ จากการถือครองหุ้นจำนวน 49% ในบริษัท สายการบินนกแอร์ฯ ทำให้บริษัทฯ มีจำนวนกรรมการเพิ่มขึ้นในบริษัท สายการบินนกแอร์ฯ จาก 4 คน เป็น 5 คน จากคณะกรรมการทั้งสิ้น 9 คน ทั้งนี้ บริษัทฯ แต่งตั้งนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ร่วมเป็นกรรมการบริษัท สายการบินนกแอร์ ฯ
3. เรื่อง การฟื้นฟูกิจการโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รสท.) เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฯ และการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินให้เบ็ดเสร็จ
4. เรื่องกรรมการบริษัทฯ ลาออก
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบเรื่องกรรมการบริษัทฯ จำนวน 2 คน ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ได้แก่
1. นายประวิช รัตนเพียร
2. นายวราห์ สุจริตกุล
5. เรื่องการแต่งตั้งฝ่ายบริหาร
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติแต่งตั้ง นางเดือนเพ็ญ ทีฆกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเส้นทางบิน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายกลยุทธ์และแผน ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป
..................................................................................................................................
วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
เรื่องการแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ ทดแทนกรรมการที่ลาออก
ตามที่มีกรรมการบริษัทฯ จำนวน 4 คน ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทฯ ได้แก่
1. นายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์
2. นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์
3. นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ
4. นายบรรยง พงษ์พานิช
คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ จำนวน 4 คนทดแทนกรรมการที่ลาออก ดังนี้
1. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม แทน นายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์
2. พลตำรวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ แทน นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์
3. พลอากาศเอก หม่อมหลวง สุปรีชา กมลาศน์ แทน นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ
4. นายประดิษฐ สินธวณรงค์ แทน นายบรรยง พงษ์พานิช
ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่ 12 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป.
..................................................................................................................................
เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2554 ) ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องการนำเสนอผลงานของบริษัท Priestman Goode U.K. ในการเป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในเครื่องบิน
คณะกรรมการบริษัทฯ ได้รับทราบถึงโครงการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินและการบริการ โดยการนำเสนอผลงานของบริษัท Priestman Goode U.K.ที่ได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในเครื่องบินในทุกชั้นโดยสารสำหรับฝูงบินของการบินไทยในอนาคต ในวงเงินการว่าจ้างจำนวนประมาณ 80 ล้านบาท และมีสัญญาว่าจ้าง 4 ปี ซึ่งคาดว่าหลังจากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและตอบสนองต่อความพึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการ รวมทั้งทำให้ผลิตภัณฑ์บริการบนเครื่องบินของบริษัทฯ มีความกลมกลืนสวยงามควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินภายใต้แนวคิดความเป็นไทยร่วมสมัย หรือ Thai Contemporary Style ซึ่งการออกแบบจะพิจารณาจากภาพรวมและหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการบริการของการบินไทย ได้แก่ ขนาดของเครื่องบิน ลำตัวกว้าง ลำตัวแคบ พิสัยการบิน รูปแบบในการให้บริการของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในแต่ละชั้นโดยสาร และในทุกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดความสวยงาม เหมาะสมในการใช้งาน เหมาะสมกับเส้นทางบินและ เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการออกแบบครั้งนี้จะเป็นพื้นฐานที่การบินไทยจะใช้เป็นแนวคิดหลักในการตกแต่งเครื่องบินของฝูงบินในอนาคตให้มีรูปลักษณ์ในทิศทางเดียวกัน อาทิ เครื่องบินโบอิ้ง 777-300 ER จำนวน 6 ลำ เครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 8 ลำ ที่จะมีการเพิ่มเติมการออกแบบส่วนต่างๆ เช่น เก้าอี้ที่นั่ง ห้องครัว และห้องน้ำ รวมถึงอุปกรณ์ของใช้ในการให้บริการ โดยจะแล้วเสร็จและรับมอบเข้าประจำฝูงบินประมาณปี พ.ศ. 2557 นอกจากนี้ บริษัท Priestman Goode U.K.ยังจะเป็นที่ปรึกษาในการกำหนดสีสันและรูปลักษณ์อุปกรณ์บริการบนเครื่องบินต่างๆ อาทิ หมอน ผ้าห่ม สีของเบาะที่นั่ง ซึ่งวัสดุที่ใช้จะต้องมีสีสันสวยงามกลมกลืนให้เป็นไปตามแนวคิดในการออกแบบ รวมถึงการออกแบบตกแต่งเครื่องบินของสายการบินภูมิภาคของการบินไทยที่จะ เปิดดำเนินการประมาณกลางปี 2555 ที่จะใช้เครื่องบินแอร์บัส 320 จำนวน 6 ลำ ที่จะทำการรับมอบเข้าประจำฝูงบินประมาณปี พ.ศ. 2555 - 2558 โดยจะออกแบบตกแต่งภายในด้วยรูปลักษณ์ (Identity) ใหม่ และส่วนอื่นๆ เช่น เครื่องแบบพนักงาน, การออกแบบลวดลายเพื่อตกแต่งข้างลำตัวเครื่องบินด้านนอก เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัท Priestman Goode U.K. ที่ได้รับการว่าจ้างนั้น เป็นบริษัทชั้นนำในด้านการออกแบบภายในห้องโดยสารบนเครื่องบินจากประเทศอังกฤษ และมีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากนี้ การคัดเลือกบริษัท Priestman Goode U.K. ให้เป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในเครื่องบินในครั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ชำนาญการและบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยมาช่วยเป็นที่ปรึกษาในการคัดเลือกอีกด้วย
2. เรื่องกฎบัตรคณะกรรมการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility Committee Charter)
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการยกร่างกฎบัตรคณะกรรมการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility Committee Charter) ซึ่งมีสาระสำคัญประกอบด้วย
2.1. องค์ประกอบและคุณสมบัติ ได้แก่ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคม ประกอบด้วย กรรมการบริษัทฯ อย่างน้อยจำนวน 3 คน และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นที่ปรึกษา มีผู้บริหารระดับสูง ในสายงานดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการกรรมการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมโดยตำแหน่ง ซึ่ง คณะกรรมการจะได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมีวาระอยู่ในตำแหน่งตามที่ คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
2.2 ขอบเขตและอำนาจหน้าที่ คือ ให้คำปรึกษา และคำแนะนำในการดำเนินการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมทั้งมวลของบริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวทางที่ชัดเจนของบริษัทฯ ต่อการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมผสมผสานแนวคิดและนวัตกรรมในรูปแบบสีเขียว (Green Innovation) จัดทำโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแนวคิด "การเดินทางแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม" (Travel Green) โดยชักนำผู้มีส่วนร่วม ทั้งผู้ถือหุ้น ผู้โดยสาร คู่ค้า และพนักงานทุกคน เข้าร่วมในทุกกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักและ ปลูกฝังจิตสำนึกให้พนักงานในทุกระดับชั้นในการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมและให้ ความเห็นชอบในกิจกรรมและการดำเนินการที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในเรื่องเกี่ยวกับการสนับสนุนสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลสื่อสารและประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ และจัดทำรายงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (CSR Report) ต่อสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
3. เรื่องแผนธุรกิจและแผนการลงทุนของหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติแผนธุรกิจ และแผนการลงทุนของหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด โดยมีโครงสร้างการบริหารจัดการเป็นหน่วยธุรกิจ ที่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ การบินไทย โดยไม่ได้แยกไปจัดตั้งบริษัทใหม่ และไม่ใช่สายการบินใหม่ แต่ยังคงใช้ Airline code เป็น TG เช่นเดียวกับทุกเที่ยวบินของการบินไทย แต่หน่วยธุรกิจใหม่จะมีการบริหารงานและคณะกรรมการบริหารที่แยกออกเป็นอีกส่วนหนึ่ง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน
หน่วยธุรกิจการบินใหม่ จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็น Light Premium ซึ่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันกับสายการบินต้นทุนต่ำ แต่จะเป็น Sub-brand ของการบินไทยที่ต้องการสร้างความแตกต่างเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า โดยผลิตภัณฑ์ใหม่จะมีภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยเน้นความรวดเร็วของการให้บริการ และมีระดับราคาและการบริการที่เหมาะสมกับ เส้นทางบิน โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น บริการอาหารเครื่องดื่ม การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ รวมทั้งการสะสมไมล์ เช่นเดียวกับทุกเที่ยวบินของการบินไทย ในราคาที่คุ้มค่า
หน่วยธุรกิจการบินใหม่ จะทำการบินออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยใช้เครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ความจุ 174 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะสมกับตลาดเส้นทางบินรอง เน้นเส้นทางบินระยะใกล้ ระยะเวลาการบินประมาณ 1-2 ชั่วโมง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเน้นที่ความถี่ของเที่ยวบิน โดยมีตารางบินที่สอดคล้องและรองรับการเชื่อมต่อกับเที่ยวบินหลักของการบินไทย
หน่วยธุรกิจการบินใหม่จะเริ่มทำการบินในปี 2555 โดยเริ่มจากเส้นทางภายในประเทศ ได้แก่ อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย และสุราษฎร์ธานี จากนั้นในปี 2556 จะเริ่มทำการบินในตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นตลาดอาเซียน จีน และอินเดีย
ด้านบุคลากรของหน่วยธุรกิจฯ จะเริ่มดำเนินการรับสมัคร และคัดเลือกพนักงานในปลายปี 2554 เปิดให้บริการจำหน่ายบัตรโดยสารภายในต้นปี 2555 และจะเริ่มทำการบินประมาณเดือนกรกฎาคม 2555
4. เรื่องการคัดเลือกชื่อผลิตภัณฑ์ของหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้หน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัดใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า THAI Smile ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทฯ ได้เชิญชวนพนักงานร่วมประกวดตั้งชื่อหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด โดยมีพนักงานส่งชื่อเข้าร่วมประกวดจากหน่วยต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นจำนวน 2,229 ชื่อ ทั้งนี้ มีขั้นตอนการคัดเลือกชื่อ โดยให้ฝ่ายบริหารฯ คัดเลือกชื่อในรอบแรก กรรมการที่เป็นบุคคลในวงการนักโฆษณาประชาสัมพันธ์และสื่อมวลชนจากภายนอกร่วมคัดเลือกในรอบที่ 2 และคณะกรรมการบริหารกลยุทธ์คัดเลือกในรอบที่ 3 ซึ่งสามารถสรุปชื่อผลิตภัณฑ์ของหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัดที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 3 รอบ จำนวน 10 ชื่อ ให้คณะกรรมการบริษัทฯ คัดเลือกเป็นรอบสุดท้าย ซึ่งมีเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกชื่อที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของธุรกิจการบินราคาประหยัดที่ต้องการสื่อภาพลักษณ์ภายใต้แนวคิด Trendy - Friendly -Worthy Travel
5. เรื่องโครงสร้างหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติโครงสร้างของหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัดเพื่อให้การบริหารงานของหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัดเป็นไปได้ด้วยความคล่องตัว และสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารธุรกิจการบินราคาประหยัด (Low-fare Executive Management: LEM) รายงานตรงกับคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ และคณะกรรมการบริษัทฯ เช่นเดียวกับหน่วยธุรกิจอื่น
ทั้งนี้ ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เน้นเฉพาะการดำเนินกิจกรรมหลัก ทำให้หน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัดจัดโครงสร้างองค์กร ในรูปแบบแนวราบและกระชับ (Flat & Lean) ประกอบด้วยกรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด ระดับผู้อำนวยการใหญ่ เป็น ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยธุรกิจ และมีหน่วยงานหลัก ได้แก่ ส่วนงานปฏิบัติการ ส่วนงานบริหารการจัดจำหน่ายและรายได้ ส่วนงานสื่อสารการตลาดและบริการลูกค้า และฝ่ายบริหารงานทั่วไป โดยคณะกรรมการบริษัท ฯ มีมติโยกย้ายนายวรเนติ หล้าพระบาง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายกลยุทธ์และแผน ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด
..................................................................................................................................
เมื่อจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนมิถุนายน 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนมิถุนายน 2554 ดังนี้ บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 7.4% และต่ำกว่าเดือนพฤษภาคม 2554 ร้อยละ 0.8% ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger– Kilometer / RPK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.2 และสูงกว่าเดือนพฤษภาคม 2554 ร้อยละ 5.1 มีจำนวนผู้โดยสารสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนในอัตราร้อยละ 13.5% มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 65.8 สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.8 และสูงกว่าเดือนพฤษภาคม 2554 ร้อยละ 6.3
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ประจำปี 2554 ระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.7 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 9.8 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ) เฉลี่ยร้อยละ 66.5 สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.9
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนมิถุนายน 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.3 และต่ำกว่าเดือนพฤษภาคม 2554 ร้อยละ 2.6 และมีปริมาณการขนส่งสินค้า ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.6 และต่ำกว่าเดือนพฤษภาคม 2554 ร้อยละ 2.5 ทำให้มีอัตราการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 57.9 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.9 และสูงกว่าเดือนพฤษภาคม 2554 ร้อยละ 0.2
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ไตรมาส 2 ประจำปี 2554 ระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 11.1 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 0.7 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ย ร้อยละ 57.9 ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.6
2. เรื่อง การ Refinance เงินกู้ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ (ไทย) จำกัด มหาชน)
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ Refinance เงินกู้ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์(ไทย) จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท โดยเป็นการเจรจาเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตามสัญญาเดิม สำหรับวงเงิน 3,000 ล้านบาท ส่วนอีก 2,000 ล้านบาท ให้บริษัทฯ กู้เงินจากธนาคาร ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ในวงเงิน 1,500 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี มีระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น ( Grace Period ) 2 ปี มาทดแทน และเปลี่ยนวงเงินกู้ 2,000 ล้านบาท ดังกล่าว เป็นวงเงินกู้หมุนเวียน (Revolving Credit Line)
3. เรื่อง การปรับปรุงแผนการปลดระวางเครื่องบิน ปี 2554-2560
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้มีการปรับปรุงแผนการปลดระวางเครื่องบินระหว่างปี 2554-2560 จำนวน 50 ลำ ที่ได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับแผนการจัดหาเครื่องบิน ปี 2554-2560 ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2554 ประกอบด้วย
* เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 จำนวน 6 ลำ ในปี 2555-2556
* เครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 จำนวน 4 ลำ ในปี 2555-2556
* เครื่องบินแอร์บัส เอ 340-600 จำนวน 6 ลำ ในปี 2558-2560
* เครื่องบินแอร์บัส เอ 300-600 จำนวน 13 ลำ ในปี 2554-2558
* เครื่องบินโบอิ้ง 737-400 จำนวน 9 ลำ ในปี 2557-2558 (รวมเครื่องบินที่รับคืนจากนกแอร์ 4 ลำ)
* เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER จำนวน 5 ลำ ในปี 2558 (ครบสัญญาเช่า Jet Airways)
* เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 จำนวน 2 ลำ ในปี 2560
* เครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 จำนวน 3 ลำ ในปี 2560
* เครื่องบิน ATR-72 จำนวน 2 ลำ (รับคืนมาจากนกแอร์ เมื่อครบสัญญาเช่า)
นอกจากนี้ยังมีมติให้ยกเลิกการปรับปรุงที่นั่งสำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 และ เครื่องบินแอร์บัส เอ 340-600 และมีมติให้ดำเนินการจำหน่ายเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 และ แอร์บัส เอ 340-600, เครื่องบินโบอิ้ง 747-400, เครื่องบินแอร์บัส เอ 300-600, เครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 เครื่องบินโบอิ้ง737-400 และ เครื่องบิน ATR-72 ที่อยู่ในแผนการปลดระวาง โดยมอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปดำเนินการขาย และนำเสนอคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ และคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อขออนุมัติอีกครั้งหนึ่ง
4. เรื่อง การเลื่อนกำหนดรับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 777 – 300 ER จากบริษัท Jet Airways ให้เร็วขึ้นคณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบการเลื่อนกำหนดรับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 777 - 300ER ของบริษัท Jet Airways (India) Limited (Jet Airways) ให้เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเดิมมีกำหนดรับมอบในวันที่ 25 ตุลาคม 2554 เป็นรับมอบในวันที่ 26 กรกฎาคม นี้ โดยมีแผนจะนำมาบินในเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ - มาดริด จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเริ่มทำการบินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
อนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัทฯ เช่าเครื่องบิน โบอิ้ง 777 - 300ER จำนวน 2 ลำ จากบริษัท Jet Airways (India) Limited (Jet Airways) ด้วยสัญญาเช่า 2 ปี ทั้งนี้เครื่องบินทั้ง 2 ลำนี้ เป็นเครื่องบินแบบเดียวกันรุ่นเดียวกัน มีผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินเหมือนกัน และมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกันกับที่ได้เช่าจาก Jet Airways มาแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2553 จำนวน 3 ลำ ซึ่งเครื่องบินดังกล่าวจัดแบ่งที่นั่ง เป็น 3 ชั้นโดยสาร มีที่นั่งชั้นหนึ่ง จำนวน 8 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจ 30 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 274 ที่นั่ง รวม 312 ที่นั่ง
5. เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติโยกย้ายฝ่ายบริหาร ดังนี้
1. เรืออากาศเอก โสภิต โภคะสุวรรณ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ สังกัดสำนักงานกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
2. นายอภิชาต ดนัยวรรณ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารทั่วไป ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ สังกัดสำนักงานรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคล
ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบการแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร ดังนี้
1. นายพิเชษฐ์ เรียงวัฒนสุข ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินองค์กร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554
2. นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและโครงการสำคัญ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินองค์กร มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 – วันที่ 30 กันยายน 2554 และดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554
3. นายรัช ตันตนันตา ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินองค์กร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554
4. นางสาวจิระพันธ์ ศิริไพรวัน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและโครงการสำคัญ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554
5. นางสุวิมล บัวเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารทั่วไป มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554
6. นายสมิทธิ พิรุณสาร ผู้อำนวยการใหญ่ สังกัดสำนักงานกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ สังกัดสำนักงานรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554
7. นายสาโรจน์ ยุทธไตร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายงานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554
8. นาวาอากาศตรี พงศ์ภีระ ไพศาลกุลวงศ์ ผู้อำนวยการภารกิจพิเศษฝ่ายปฏิบัติการ สังกัดฝ่ายปฏิบัติการบิน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และ มาตรฐานการบิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554
..................................................................................................................................
เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนพฤษภาคม 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนพฤษภาคม2554 ดังนี้ บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 4.3 ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger- Kilometer / RPK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 14.1 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 62
สำหรับผลการดำเนินงานเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.1 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.2 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 72.4
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนพฤษภาคม 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.3 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าต่ำกว่า เดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 58.2 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.1
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.9 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 4.8 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 57.2 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 7.3
2. เรื่องการแต่งตั้งฝ่ายบริหาร
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติแต่งตั้งฝ่ายบริหาร ดังนี้
- นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและโครงการสำคัญดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชีทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป
..................................................................................................................................
เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนเมษายน 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนเมษายน 2554 ดังนี้ บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 8.5 ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger- Kilometer / RPK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.0 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 71.8
สำหรับผลการดำเนินงานเดือนมกราคม - เมษายน 2554 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.1 และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.0 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 75
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนเมษายน 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.8 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.8 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 58 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์เดือนมกราคม -เมษายน 2554บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.6 และมีปริมาณการขนส่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 7.3 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 57 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 5.5
2. เรื่องการจัดตั้งสายการบินภูมิภาค
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้เริ่มดำเนินการจัดตั้งสายการบินภูมิภาค (THAI Regional Airline) เป็น Sub - brand ของการบินไทย โดยมีโครงสร้างการบริหารจัดการในลักษณะเป็นหน่วยธุรกิจ (Business Unit) ของบริษัทฯ เพื่อให้มีรูปแบบการดำเนินงานและคณะกรรมการบริหารที่มีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวสูง ทั้งนี้ การจัดตั้งสายการบินภูมิภาคดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ ปี 2554 - 2560
สายการบินภูมิภาคซึ่งเป็น Sub-brand ของการบินไทยดังกล่าว จะยังคงเป็นสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ และการสะสมไมล์ เช่นเดียวกับที่ได้รับจากการบินไทย แต่จะเน้นการนำเสนอความแตกต่าง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า โดยจะมีภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัย เน้นความรวดเร็วของการให้บริการ โดยมีระดับของราคาและการบริการที่เหมาะสมกับเส้นทางบิน มีความถี่ของเที่ยวบินสูง เพื่อให้ ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น โดยบริษัทฯ มีแผนจะใช้เครื่องบินลำตัวแคบ จำนวน 11ลำ ทำการบินในเส้นทางภูมิภาคเอเชีย เพื่อบินเชื่อมต่อไปยังเมืองใกล้เคียงในภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขยายตลาดโดยอาศัยช่องว่างของกลุ่มผู้โดยสารที่ต้องการความคุ้มค่าด้านราคาซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงรองรับการขยายตลาดที่เกิดจากการเปิดเสรีทางการบินในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต
3. เรื่องการจัดตั้งบริษัทให้บริการฝึกอบรมด้านการบิน (THAI Flight Training Academy)
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติในหลักการให้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทให้บริการฝึกอบรมด้านการบิน (THAI Flight Training Academy) เพื่อรองรับการผลิตบุคลากรในธุรกิจการบินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต และยังเป็นการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ให้หลากหลาย โดยแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจ และลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นการบริหารการใช้สินทรัพย์ของบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ การจัดตั้งบริษัทให้บริการฝึกอบรมด้านการบิน (THAI Flight Training Academy) จะเป็นในลักษณะบริษัทร่วมทุน บริษัท การบินไทยฯ ถือหุ้นสามัญในสัดส่วนร้อยละ 49 และบริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ชนิดสะสมในสัดส่วน ร้อยละ 51 โดยใช้ชื่อว่า "บริษัท สถาบันฝึกอบรมด้านการบิน โดยการบินไทย จำกัด" และชื่อภาษาอังกฤษว่า "THAI Flight Training Academy"
4. เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหานักบินลาออก
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ปรับเพิ่มค่าใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (License Allowance) ของนักบิน และอนุมัติปรับเพิ่มวงเงินคุ้มครองประกันภัย เพื่อยกระดับมาตรฐานค่าตอบแทนของอาชีพนักบินให้เทียบเท่าสากล และสายการบินอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหานักบินลาออกไปอยู่สายการบินอื่น
5. เรื่องความคืบหน้าการรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบความคืบหน้าการรับสมัครคัดเลือกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งมีผู้มาสมัครผ่านเว็บไซต์ 4,713 คน แต่มารายงานตัวเพื่อเข้ารับการสรรหา โดยการวัดน้ำหนักและส่วนสูง รวมถึงการพิจารณาบุคลิกภาพเบื้องต้น ทั้งสิ้น 2,981 คน และผ่านการคัดเลือก จำนวน 2,206 คน หลังจากนั้นได้ดำเนินการสอบข้อเขียน และมีผู้ผ่านการสอบ ข้อเขียนจำนวน 1,050 คน ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเป็นการดำเนินการสอบสัมภาษณ์ Teamwork Exercise และสัมภาษณ์รายบุคคลในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้
..................................................................................................................................
เมื่อวันพุธที่ 20 เมษายน 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนมีนาคม 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนมีนาคม 2554 ดังนี้ บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 3.3 และสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ร้อยละ 10 ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger- Kilometer / RPK) ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 และสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ร้อยละ 3.5 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 73 และต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.4 สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่1 ประจำปี 2554 ( มกราคม - มีนาคม 2554 ) บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.8 และต่ำกว่าไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2553) ร้อยละ 0.8 ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 3.5 และสูงกว่าไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2553) ร้อยละ 2.2 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 76.1 ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.1 และ สูงกว่าไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2553) ร้อยละ 3
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนมีนาคม 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15.8 และสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ร้อยละ 16.8 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.1 และสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ร้อยละ 23.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 60.1 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6 และสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ร้อยละ 6.2 สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในไตรมาส 1 ประจำปี 2554 (มกราคม-มีนาคม 2554) บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.5 และต่ำกว่าไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2553) ร้อยละ 4.3 ปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.4 และต่ำกว่าไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2553) ร้อยละ 9.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 56.9 ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.6 และต่ำกว่าไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2553) ร้อยละ 5.9
2. เรื่องการว่าจ้างดัดแปลงเครื่องบินขนส่งสินค้า
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการว่าจ้างดัดแปลงเครื่องบินขนส่งสินค้าโดยให้บริษัทฯ ทำสัญญากับบริษัท Boeing ในการดัดแปลงเครื่องบิน โบอิ้ง 747 - 400 จำนวน 2 ลำ เป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า ทั้งนี้ บริษัท Boeing มีกำหนดส่งมอบเครื่องบินที่ดัดแปลงแล้วเสร็จให้การบินไทยประมาณเดือนมีนาคมและเมษายน 2555 ตามลำดับ
3. เรื่องการเช่าดำเนินงานเครื่องบินระยะสั้น
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้เช่าเครื่องบิน โบอิ้ง 777 - 300ER จำนวน 2 ลำ จากบริษัท Jet Airways (India) Limited (Jet Airways) ด้วยสัญญาเช่า 2 ปี มีกำหนดรับมอบเครื่องบินในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2554 เพื่อทดแทนเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 จำนวน 2 ลำ ที่จะนำไปดัดแปลงเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า และเพื่อเป็นการเร่งปรับปรุงผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินให้เร็วขึ้น ทั้งนี้เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ที่จะเช่าใหม่ จำนวน 2 ลำนี้ เป็นเครื่องบินแบบเดียวกัน รุ่นเดียวกัน มีผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินเหมือนกัน และมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกันกับที่ได้เช่าจาก Jet Airways มาแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2553 จำนวน 3 ลำ ซึ่งเครื่องบินดังกล่าวจัดแบ่งที่นั่งเป็น 3 ชั้นโดยสาร มีที่นั่งชั้นหนึ่ง จำนวน 8 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจ 30 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 274 ที่นั่ง รวม 312 ที่นั่ง
4. เรื่องธนาคารกรุงเทพลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบและมีมติอนุมัติผลการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเสนอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ วงเงิน 8,000 ล้านบาท ลงจากเดิมที่เคยลดให้มาก่อนหน้านี้แล้ว
..................................................................................................................................
เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ดังนี้ บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 2.9 ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger- Kilometer / RPK) ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 77.7
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.6 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.4 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 56.4 และสูงกว่าเดือนมกราคม 2554 ร้อยละ 5.0
2. เรื่องการจัดซื้อน้ำมันอากาศยาน
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจัดซื้อน้ำมันอากาศยานสำหรับสถานีกรุงเทพฯ จาการ์ต้า เดนปาซาร์ ฮ่องกง กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง มานิลา พนมเปญ สิงคโปร์ และไทเป โดยมีอายุสัญญา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 ถึง 31 มีนาคม 2555 ซึ่งมีปริมาณการจัดซื้อรวมประมาณ 44.69 ล้านแกลลอน
3. เรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันอากาศยานและการจัดทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบสถานการณ์ราคาน้ำมันอากาศยานมีความเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในตะวันออกกลาง ตลอดจนสภาพอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติในหลายพื้นที่ของทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยบริษัทฯ ได้จัดทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ในไตรมาส 1/2554 ในปริมาณร้อยละ 48 และในไตรมาส 2/2554 ในปริมาณร้อยละ 44
4. เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร ดังนี้
1. นายบำเพ็ญ สรรพศรี ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายกฎหมายและกำกับกิจกรรมองค์กร
2. นายกฤตพล ฉันทฤธานนท์ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ
3. นางบุษบา สังขวิภา ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารงานบริการและลูกค้าสัมพันธ์
4. เรืออากาศโท สุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน
..................................................................................................................................
เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่อง ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำปี 2553
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำปี 2553 ในปีบัญชี 2553 เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2553 บริษัทฯ ได้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์จนสามารถประสบความสำเร็จในการสร้างพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งให้กับองค์กร (Build Solid Foundation) ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดในประเทศไอซ์แลนด์ ทำให้น่านฟ้ายุโรปต้องปิดลงระยะหนึ่งในเดือนเมษายน 2553 และเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองภายในประเทศ ในช่วงเดือนเมษายน
- พฤษภาคม 2553 แต่อย่างไรก็ตามในไตรมาส 3 เหตุการณ์เริ่มคลี่คลายประกอบกับบริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเข้มข้น และมี การปรับแผนการทำงานให้เหมาะสมทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2553 มีกำไรเพิ่มขึ้นจากปี 2552
ทั้งนี้ ในปี 2553 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 184,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 20,395 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.4 โดยมีรายได้จากการขายหรือการให้บริการเพิ่มขึ้น 18,985 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.7 ค่าใช้จ่ายไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนแต่รวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียและต้นทุนทางการเงิน มีจำนวนทั้งสิ้น 175,853 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 16,918 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.6 เป็นผลมาจากราคาน้ำมันเครื่องบินโดยเฉลี่ย สูงขึ้นร้อยละ 26.4 การเพิ่มปริมาณการผลิตและการขนส่ง ประกอบกับค่าใช้จ่ายบุคลากรสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบริษัทฯ ได้ดำเนินยุทธศาสตร์การบริหารกำลังคน โดยการจัดให้มีโครงการ Golden Handshake และโครงการร่วมใจจากองค์กร (Mutual Separate Plan) เป็นจำนวนเงิน 2,263 ล้านบาท ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลให้ต้นทุนบุคลากรโดยรวมลดลง และมีค่าใช้จ่ายเงินรางวัลประจำปี 2553 (โบนัส) จำนวน 3 เดือน ซึ่งค่าใช้จ่ายบุคลากรส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำ นอกจากนั้น ในปี 2553 บริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 9,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,939 ล้านบาท หรือร้อยละ 187.5 บริษัทฯ มีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 17,523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,416 ล้านบาท หรือร้อยละ 116.1
อย่างไรก็ตามหากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศบริษัทฯมีกำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและภาษีเงินได้ 8,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,477 ล้านบาท หรือร้อยละ 70.4
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 15,350 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 8.39 บาท สูงกว่าปี 2552 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 7,344 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 4.32 บาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่ ( EBITDAR) เท่ากับ 33,322 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 1,405 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.4
2. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือน มกราคม 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือน มกราคม 2554 ดังนี้ บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 2.1 ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger- Kilometer / RPK) ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.1 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 77.8
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนมกราคม 2554 มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 11.6 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ53.7
3. เรื่อง การจ่ายเงินปันผล
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติให้จ่ายเงิน ปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2553 สำหรับงวด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ถึง 31 ธันวาคม 2553 ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ1.25 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2554
4. เรื่องการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้บริษัทฯ จัดการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2554 ในวันพุธที่ 27 เมษายน 2554 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ในวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2554 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนใน วันพุธที่ 16 มีนาคม 2554
5. เรื่องการจัดหาที่ปรึกษาและผู้จัดการการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ในประเทศ
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติแต่งตั้ง ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาและผู้จัดการการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ประเภท หุ้นกู้ในประเทศ วงเงิน 8,000 ล้านบาท โดยมีกำหนดการออกและเสนอขายประมาณเดือนพฤษภาคม 2554
6. เรื่องโครงการจัดหาเครื่องบินปี 2554 - 2565
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบิน ดังนี้
1. อนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 2554-2560 จำนวน 37 ลำ พร้อมทั้งเครื่องยนต์สำรอง ประกอบด้วย เครื่องบินลำตัวแคบ จำนวน 11 ลำ และเครื่องบินลำตัวกว้างสำหรับเส้นทางบินข้ามทวีปและเส้นทางบินภูมิภาค จำนวน 26 ลำ รวมวงเงินประมาณ 216,000 ล้านบาท
2. อนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 2561-2565 โดยเป็นการจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้างสำหรับเส้นทางบินข้ามทวีปและเส้นทางบินภูมิภาค จำนวน 38 ลำ พร้อมทั้งเครื่องยนต์สำรอง ประกอบด้วย การจัดหาเครื่องบินแบบ Firm Order จำนวน 21 ลำ และการจัดหาแบบ Option Order จำนวน 17 ลำ รวมวงเงินประมาณ 241,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการจัดหาเครื่องบินปี 2554-2565 เป็นการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ ปี 2554-2560 เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การพัฒนาเครือข่ายเส้นทางบินและฝูงบินที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฝูงบินด้วยการจัดหาเครื่องบินใหม่ ทดแทนการปลดระวางเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมานาน และเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อการเจริญเติบโตของบริษัทฯ โครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนจัดหาเครื่องบินเพิ่มนอกเหนือจากที่ได้รับอนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างรอการรับมอบจำนวน 26 ลำ ได้แก่ แอร์บัส 330-300 จำนวน 5 ลำ (ซึ่งอยู่ระหว่างการรอติดตั้งเก้าอี้จากบริษัท ZIM) แอร์บัส 380-800 จำนวน 6 ลำ แอร์บัส 330-300 จำนวน 7 ลำ และ โบอิ้ง 777-300ER จำนวน 8 ลำ โดยมีการปลดระวางเครื่องบิน จำนวน 21 ลำ ได้แก่ แอร์บัส 300-600 จำนวน 8 ลำ โบอิ้ง 747-400 จำนวน 6 ลำ โบอิ้ง 777-300ER จำนวน 3 ลำ ที่หมดสัญญาเช่าและโบอิ้ง 737-400 จำนวน 4 ลำ ที่จะรับคืนจากนกแอร์หลังหมดสัญญาเช่า
โครงการจัดหาเครื่องบิน แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ โครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 2554-2560 จำนวน 37 ลำ ประกอบด้วย การจัดหาเครื่องบินลำตัวแคบ จำนวน 11 ลำ และการจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้างสำหรับเส้นทางบินข้ามทวีป และสำหรับเส้นทางบินภูมิภาครวมจำนวน 26 ลำ และโครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 2561-2565 จำนวน 38 ลำ ประกอบด้วย การจัดหาแบบสั่งซื้อและรับมอบเครื่องบินตามข้อกำหนดในสัญญา (Firm Order) จำนวน 21 ลำ เพื่อทดแทนการปลดระวางเครื่องบินเก่า และการจัดหาแบบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 2 ปี ก่อนการรับมอบ (Option Order) จำนวน 17 ลำ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต รวม 38 ลำ เป็นเครื่องบินใช้บินเส้นทางข้ามทวีป จำนวน 14 ลำ และเครื่องบินใช้บินในเส้นทางภูมิภาค จำนวน 24 ลำ
เป้าหมายการจัดหาเครื่องบินในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ มีฝูงบินที่ทันสมัย และมีอายุเฉลี่ยของสายการบินลดลงจนอยู่ระดับแนวหน้าของสายการบินในระดับเดียวกัน โดยอายุของฝูงบินลดลงจาก 11.9 ปีโดยเฉลี่ยในปี 2553 เป็น 8.5 ปีโดยเฉลี่ยในปี 2560 พร้อมกันนั้นประสิทธิภาพของฝูงบินจะเพิ่มขึ้น โดยอัตราการใช้เชื้อเพลิงต่อหน่วยจะลดลงเฉลี่ยประมาณร้อยละ 1.3 ต่อปี และอัตราการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยจะลดลงเฉลี่ยประมาณร้อยละ 1.5 ต่อปี ขณะที่อัตราการซ่อมบำรุงต่อหน่วยลดลงเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3.2ต่อปี ที่สำคัญฝูงบินใหม่จะได้รับการติดตั้งที่นั่งผู้โดยสารที่ออกแบบใหม่ซึ่งจะมีความสะดวกสบาย และอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงบนเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ทันสมัย ช่วยให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้ เป็นอย่างดี
7. เรื่องโครงการจัดหาเครื่องบินบรรทุกสินค้า
คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบินบรรทุกสินค้าของฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ โดยการจัดหาเครื่องบินขนส่งผู้โดยสารแบบโบอิ้ง 747-400 อายุประมาณ 15 -20 ปี จำนวน 2 ลำ มาดัดแปลงเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า คาดว่าจะดำเนินการ แล้วเสร็จและนำมาให้บริการขนส่งสินค้าได้ประมาณไตรมาส 2 ของปี 2555
8. เรื่องการรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรุ่นใหม่ ประจำปี 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรุ่นใหม่ ประจำปี 2554 จำนวน 468 อัตรา ประกอบด้วยพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาย จำนวน 187 คน และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิง จำนวน 281 คน แบ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทย จำนวน 248 คน ชาวญี่ปุ่น จำนวน 28 คน และ ชาวเกาหลี จำนวน 5 คน
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการเปิดรับสมัครและคัดเลือกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะเริ่มกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวญี่ปุ่น และชาวเกาหลีต่อไป สำหรับกระบวนการรับสมัครและคัดเลือกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณต้นเดือนมีนาคม 2554เป็นต้นไป ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.thaiairways.com
9.เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรตามที่ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินค่างานในระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ดังนี้
1.สายผลิตภัณฑ์และบริการลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการลูกค้าผู้โดยสารของบริษัทฯ ในภาพรวมให้ได้รับความสะดวกสบายอย่างครบวงจร และมีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจขององค์กรให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น มีหน่วยงานระดับผู้อำนวยการใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ และฝ่ายบริหารงานบริการและลูกค้าสัมพันธ์
2. สำนักเลขานุการบริษัทฯ มีหน้าที่กำกับดูแลงานด้านกฎหมาย กำกับกิจกรรมองค์กร ธรรมาภิบาล การบริหารทั่วไป และเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ถือหุ้นกับคณะกรรมการบริษัทฯ รวมทั้งกำกับดูแลระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ ตามข้อกำหนดของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีหน่วยงานระดับ ผู้อำนวยการใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 2 หน่วยงาน คือ ฝ่ายกฎหมายและกำกับกิจกรรมองค์กร และฝ่ายบริหารทั่วไป ซึ่งโอนย้ายมาจากสายทรัพยากรบุคคล
3. สายทรัพยากรบุคคล มีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนาบุคลากรและการบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารบุคลากรและโครงสร้างองค์กร มีหน่วยงานงานระดับผู้อำนวยการใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 2 หน่วยงาน คือ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล และ ฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร
10. การแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร ดังนี้
1. นายนิรุจน์ มณีพันธ์ ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สำนักเลขานุการบริษัทฯ
2. นายสาธก วรศะริน ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคล
3. นายธีรพล โชติชนาภิบาล ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายผลิตภัณฑ์และการบริการลูกค้า
4. นายดนุช บุนนาค ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบริการ ภาคพื้น ระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังรับทราบการแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหารระดับผู้อำนวยการใหญ่ ดังนี้
1. เรืออากาศเอกโสภิต โภคะสุวรรณ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารความเสี่ยง
2. นายฉลองชัย หิรัณยเลขา ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวางแผนการตลาดและบริหารรายได้
..................................................................................................................................เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2554 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุมมีวาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. เรื่องผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือน ธันวาคม 2553
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือน ธันวาคม 2553 ดังนี้ บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Available Seat - Kilometer / ASK) สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.6 และสูงกว่าเดือนพฤศจิกายน 2553 ร้อยละ 4.1 ส่วนปริมาณการขนส่ง ผู้โดยสาร (Revenue Passenger– Kilometer / RPK) ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.5 แต่สูงกว่าเดือนพฤศจิกายน 2553 ร้อยละ 9.2 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 75.3 และสูงกว่าเดือนพฤศจิกายน 2553 ร้อยละ 4.9
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงเดือนมกราคม – ธันวาคม 2553 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิต ผู้โดยสาร (ASK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5 ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 5.9 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 73.7 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.8
สำหรับด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในเดือนธันวาคม 2553 มีปริมาณการผลิต พัสดุภัณฑ์สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 11.4 และมีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่า เดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.8 มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 58
ผลการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในช่วงเดือนมกราคม – ธันวาคม 2553 บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตพัสดุภัณฑ์สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.2 มีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 38.4 และมีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้าเฉลี่ยร้อยละ 61.5 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 18
2. เรื่องแผนยุทธศาสตร์และแผนการลงทุนระยะยาว
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ รวมทั้งแผนดำเนินงาน และแผนการลงทุน ปี 2554-2560 ดังนี้
กลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2554 จะเน้นที่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Building Competitive Edge) หลังจากที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างพื้นฐานธุรกิจ ที่แข็งแกร่งให้กับองค์กร (Build Solid Foundation) ในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโต (Capture Growth Opportunities) ในช่วงต่อไป ประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 9 ด้าน ได้แก่ กลยุทธ์ กลุ่มธุรกิจองค์กร กลยุทธ์การสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า กลยุทธ์เครือข่ายเส้นทางบินและฝูงบิน กลยุทธ์การตลาดและการขาย กลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม กลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์ด้านประสิทธิภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการบริหารเชื้อเพลิง กลยุทธ์ด้านเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารบุคลากรและโครงสร้างองค์กร และกลยุทธ์ด้านการเงิน โดยทุกกลยุทธ์จะมีแผนดำเนินงานสนับสนุนและมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
ในส่วนของแผนการปรับเปลี่ยนฝูงบินให้ทันสมัย ในระหว่างปี 2554 – 2560 ประกอบด้วยแผนดังนี้
- แผนการปลดระวางเครื่องบินเก่า รวมจำนวน 46 ลำ
- แผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว จำนวน 26 ลำ ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส 330-300 จำนวน 12 ลำ เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER จำนวน 8 ลำ และเครื่องบินแอร์บัส 380-800 จำนวน 6 ลำ
- แผนจัดหาเครื่องบินใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินเก่าที่จะปลดระวาง และเพิ่มเที่ยวบิน เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ จำนวน 37 ลำ
ดังนั้น เมื่อสิ้นสุดแผนในปี 2560 บริษัทฯ จะมีเครื่องบินในฝูงบิน จำนวน 105 ลำ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีฝูงบินที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงและการซ่อมบำรุงลดลง รวมทั้งอัตรา การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงอย่างมาก
ทั้งนี้ ตามกลยุทธ์และเป้าหมายการดำเนินการและการเงินระยะยาว บริษัทฯ จะมีอัตรา การการเติบโตของปริมาณการขนส่งผู้โดยสารใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมหรือประมาณ ร้อยละ 5 ต่อปี การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 7-10 ต่อปี ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารค่าใช้จ่ายโดยควบคุมอัตราการเพิ่มของค่าใช้จ่ายต่อหน่วยที่ไม่รวมเชื้อเพลิงให้อยู่ ในระดับที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีผลการดำเนินงานและอัตราการทำกำไรที่ดี รวมทั้งรักษาสัดส่วนภาระหนี้และกระแสเงินสดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมายสัดส่วนเงินสด (หรือเครดิตพร้อมเบิกใช้) ต่อรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่าตลอดแผน
3. เรื่องตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำปี 2554
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำปี 2554 ซึ่งประกอบด้วย
3.1 ตัวชี้วัดทางการเงิน ได้แก่ กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายภาษี ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ รายจ่ายตัดบัญชี และค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่เครื่องบิน (EBITDAR) / กำไรก่อนหักภาษี และกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน / ความสามารถในการชำระหนี้
3.2 ตัวชี้วัดที่ไม่ใช่ทางการเงิน ได้แก่ อันดับของการบินไทยจากการจัดอันดับ สายการบินประจำปี 2554 โดยใช้ผลการจัดอันดับของนิตยสาร Business Traveller (Asia Pacific) และ Skytrax / ความพึงพอใจของผู้โดยสารจากผลการสำรวจของ IATA-GAP ในเส้นทาง ยุโรป-เอเชีย / สัดส่วนร้อยละของรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสารผ่านระบบจัดจำหน่ายตรงเทียบกับรายได้ จากการขายบัตรโดยสารทั้งหมด / จำนวนเครื่องบินที่สามารถใช้บินได้จริงกับเครื่องบินที่ใช้ทำการบินในปี 2554 / ผลสำเร็จของโครงการยุทธศาสตร์ ได้แก่ แผนปรับปรุงองค์กรด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล แผนปรับปรุงองค์กรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์บนเครื่องบิน โครงการจัดหาเครื่องบิน และแผนการบริหารจัดการด้านการเงิน
4. เรื่องการจัดหาวงเงินกู้ระยะสั้นตามแผนปรับโครงสร้างทางการเงิน
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการจัดหาวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน เพิ่มเติมจากธนาคารออมสินจำนวน 7,000 ล้านบาท และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำนวน1,000 ล้านบาท ตามเงื่อนไขที่เสนอ
5. เรื่องความคืบหน้าการขอซื้อหุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบเรื่องความคืบหน้าการขอซื้อหุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ได้มอบหมายผู้แทนเจรจากับธนาคารกรุงไทยในการซื้อหุ้นบริษัท สายการบิน นกแอร์ฯ ในราคา 30 บาทต่อหุ้น รวมจำนวน 5 ล้านหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 150 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถตกลงกันให้เป็นข้อยุติ ทั้งนี้ การซื้อหุ้น ดังกล่าวจะทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท สายการบิน นกแอร์ฯ เพิ่มจาก 39% เป็น 49% ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหาร จัดการได้อย่างเต็มรูปแบบ และเกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัทฯ ต่อไป
6. เรื่องการพิจารณาเงินรางวัลประจำปี 2553 และการขึ้นเงินเดือนของพนักงาน
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ จ่ายเงินรางวัลประจำปี 2553 ให้แก่พนักงาน ในอัตรา 3 เท่าของเงินเดือนค่าจ้าง และมีมติอนุมัติกรอบวงเงินสำหรับการพิจารณาความดีความชอบประจำปี 2554 ในอัตรารวมภาษีแล้วให้แก่พนักงานในอัตราร้อยละ 7 ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาผลประกอบการของปี 2553 ซึ่งบริษัทฯ มีผลประกอบการดีขึ้น ทำให้ผลประกอบการตลอดทั้งปีมีกำไร เนื่องจากบริษัทฯ มีมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ตลอดจนการดำเนินธุรกิจในส่วนต่างๆ เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ รวมถึง ยังสามารถสร้างรายได้รวมของปี 2553 ได้เกินกว่าเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานทุกคนที่ได้เสียสละ ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถ
7. เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหาร ดังนี้
1. นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและ
บริหารทั่วไป ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์
2. นายอภิชาต ดนัยวรรณ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารทั่วไป
ดำรงตำแหน่ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและ
บริหารทั่วไป อีกตำแหน่งหนึ่ง
3. เรืออากาศเอก กนก ทองเผือก ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานประชุม
ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล
ทั้งนี้ ลำดับที่ 1 - 2 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นต้นไป
ลำดับที่ 3 มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2554 เป็นต้นไป
..................................................................................................................................
|