เนื่อง จากมีการชุมนุม และเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบภายในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงบริเวณที่ทำการรัฐบาลฯ ซึ่งใกล้กับสำนักงานการบินไทยในวันจันทร์ที่  29  กันยายน  2557 สำนักงานการบินไทย ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 24A United Centre Building, 95 Queensway Hong Kong   มีความจำเป็นต้องปิดสำนักงานก่อนเวลา คือในเวลา 16.00น. (เวลาท้องถิ่น) เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าที่มาติดต่อกับสำนักงานฯ และเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยสำนักงานการบินไทยฮ่องกง จะปิดให้บริการชั่วคราวในวันที่30 กันยายน -  6 ตุลาคม 2557  
อย่างไรก็ตามสำนักงานการบินไทยฮ่องกงที่สนามบิน ยังคงให้บริการตามปกติ

เบอร์สำรองที่นั่ง Hotline : +852 2769-7421
เบอร์โทรสำนักงานขายบัตรโดยสาร  Hotline : +852 2182-0710
 
ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตารางการบินได้ที่โทรศัพท์หมายเลข +662-356-1111 และหมายเลขสำนักงานการบินไทยที่สนามบินฮ่องกงหมายเลข +852-2769-7421(เวลา 09.00-22.00 น. เวลาท้องถิ่น) หรือ www.thaiairways.com หรือ  www.thaiairways.com.hk


เมนู

 

โยบายเกี่ยวกับสัมภาระ


นโยบายเกี่ยวกับสัมภาระ (บริการทั่วไป)
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

ข้อมูลทั่วไป

สิทธิ์น้ำหนักสัมภาระและค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อไปนี้ใช้กับสัมภาระที่รับฝากจากจุดที่เริ่มออกเดินทางไปจนถึงที่หายปลายทางโดยไม่มีสต็อปโอเวอร์ ณ จุดใดจุดหนึ่งระหว่างการเดินทาง หากผู้โดยสารมีสต็อปโอเวอร์ที่จุดใดระหว่างทางจะต้องมีการประเมินสิทธิ์น้ำหนักสัมภาระใหม่และจ่ายค่าบริการสัมภาระ (ถ้ามี) โดยนับตั้งแต่จุดที่เริ่มเดินทางต่อหลังจากสต็อปโอเวอร์เป็นต้นไป

เกณฑ์สำหรับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

ผู้โดยสารสามารถนำพาสัมภาระต่อไปนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบินไทยด้วย

เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักของสัมภาระใช้กับการเดินทางในลักษณะต่อไปนี้
•    การเดินทางภายในประเทศไทยตลอดเส้นทาง
•    การเดินทางภายในทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) และ การเดินทางระหว่างทีซี 2 (ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง) และทีซี 3 (เอเชียออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)
เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้นของสัมภาระใช้กับการเดินทางในลักษณะต่อไปนี้
•    การเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

หากท่านเดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทยตลอดทั้งการเดินทาง สิทธิ์น้ำหนักสัมภาระของท่านจะเป็นดังนี้

น้ำหนักสัมภาระอนุญาตสำหรับช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้น

ประเภท

น้ำหนักสัมภาระทุกชิ้นรวมกันสูงสุด

รอยัลซิลค์คลาส

40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)

เอโคโนมีคลาส

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิด
และสตาร์อัลลายแอนซ์โกลด์

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดซิลเวอร์
(เฉพาะบนเที่ยวบิน TG เท่านั้น)

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

หมายเหตุ
หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์นั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่าในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวหรือตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วของเรา

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้น
สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินนี้ใช้เฉพาะช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้นภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักและเป็นอัตราตายตัวดังนี้

บาทต่อกิโลกรัม
 (ระหว่าง……และ……)

เชียงใหม่

เชียงราย

หาดใหญ่

ขอนแก่น

กระบี่

เกาะ
สมุย

กรุงเทพ

60

70

80

55

70

95

ภูเก็ต

สุราษฎร์ธานี

อุบลราชธานี

อุดรธานี

-

-

70

65

60

55

-

-

เชียงใหม่

ภูเก็ต

-

-

-

-

-

125

-

-

-

-

-

หมายเหตุ
1.    “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินในประเทศ” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง 
2.    อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินคิดตามน้ำหนักที่เกินเป็นกิโลกรัมและเป็นสกุลเงินบาท
3.    ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อกิโลกรัมสำหรับบริการในประเทศใดๆของการบินไทยคือ 1.5% ของค่าตั๋วเอโคโนมีคลาสแบบบินตรงเที่ยวเดียวปกติสูงสุด 
4.    ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้ 
5.    อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศจะแสดงแยกไว้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
6.    หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน
7.    ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)
8.    เงื่อนไขสำหรับข้อ 5 ในเรื่องการแปลงค่าเงิน ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว  


น้ำหนักสัมภาระอนุญาตสำหรับช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศภายในทีซี 3 และระหว่างทีซี 2 และทีซี 3 

ประเภท

น้ำหนักสัมภาระทุกชิ้นรวมกันสูงสุด

รอยัลเฟิร์สท์คลาส

50 กิโลกรัม (110 ปอนด์)

รอยัลซิลค์คลาส

40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)

พรีเมียมเอโคโนมีคลาส

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

เอโคโนมีคลาส

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิด
และสตาร์อัลลายแอนซ์โกลด์

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดซิลเวอร์
(เฉพาะบนเที่ยวบิน TG เท่านั้น)

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)


  • หมายเหตุ
  • 1.    หากผู้โดยสารถูกเปลี่ยนไปนั่งในคลาสที่ต่ำกว่าโดยไม่สมัครใจ ผู้โดยสารจะยังคงสิทธิ์น้ำหนักตามคลาสเดิมที่สูงกว่าอยู่แม้ว่าจะมีการคืนเงินส่วนต่างค่าตั๋วให้แล้วก็ตาม
    2.    ผู้โดยสารซึ่งเดินทางตามเงื่อนไขที่ตกลงกันระหว่างการบินไทยและภาครัฐอาจได้รับการยกเว้นค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน
    การยกเว้นค่าบริการนี้จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ปรากฏบนตั๋วของผู้โดยสารเท่านั้น ผู้โดยสารบางประเภทอาจมีสิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งไม่เหมือนกับระบบปกติ ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของรัฐบาลหรือข้อตกลงกับรัฐบาล ข้อกำหนดเรื่องการยกเว้นค่าบริการดังกล่าวจะระบุอยู่บนตั๋วของผู้โดยสารแล้ว
    3.    เงื่อนไขในข้อ 2 ให้ใช้ได้กับผู้โดยสารที่เดินทางออกจากประเทศไทยเท่านั้น สำหรับพื้นที่/ประเทศอื่นๆ โปรดปฏิบัติตามกฎที่ประกาศใช้โดยสารการบินระดับชาติของประเทศนั้นๆ
    4.    ในกรณีที่ผู้โดยสารใช้บริการหลายคลาสในการเดินทางโดยมีบางช่วงเป็นเอฟคลาส และบางช่วงเป็นซี ยูหรือวายคลาส สิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงของการเดินทางจะเป็นไปตามคลาสของค่าตั๋วที่ได้จ่ายไป
    หากผู้โดยสารได้จ่ายค่าตั๋วเป็นเอฟคลาสแต่บินด้วยซี ยูหรือวายคลาส สิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจะเป็นไปตามระดับของเอฟคลาส
    5.    รถเข็นเด็กแบบพับได้สามารถนำขึ้นเก็บบนตู้เก็บของในห้องผู้โดยสารโดยไม่เสียค่าบริการเพิ่มเติม
  • หมายเหตุ

  • หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์นั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่าในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวหรือตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วของเรา

  • ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3)

  • สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินนี้ใช้เฉพาะช่วงของการเดินทางภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3 ภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักและเป็นอัตราตามโซนดังนี้

    ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม

    ไปยังโซน 1

    ไปยังโซน 2

    ไปยังโซน 3

    ไปยังโซน 4

    ไปยังโซน 5

    ไปยังโซน 6

    ไปยังโซน 1

    7

    10

    25

    30

    55

    -

    ไปยังโซน 2

    10

    25

    30

    35

    55

    -

    ไปยังโซน 3

    25

    30

    35

    40

    55

    -

    ไปยังโซน 4

    30

    35

    40

    55

    55

    -

    ไปยังโซน 5

    55

    55

    55

    55

    55

    -

    ไปยังโซน 6

    -

    -

    -

    -

    -

    -

  • หมายเหตุ

  • 1.    “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
    2.    อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินคิดตามน้ำหนักที่เกินเป็นกิโลกรัมสำหรับโซน 1-5
    3.    ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้
    4.    อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินไปยัง/มาจากโซน 6 หรือสหรัฐอเมริกา/แคนาดาคำนวณตามเกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้น (ข้อมูลเพิ่มเติมในหน้า “ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)”)
    5.    หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)
    6.    การแปลงค่าเงิน – ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว
    7.    นิยามของโซนต่างๆ
  • โซน

    นิยาม

    โซน 1

    บังคลาเทศ กัมพูชา จีน (KMG) ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไทยและช่วงเที่ยวบินในประเทศของการบินไทยในไทย เวียดนาม เส้นทางระหว่าง HKG-TPE เส้นทางระหว่าง TPE-SEL เส้นทางระหว่าง KHI-MCT เส้นทางระหว่าง HKT-SIN เส้นทางระหว่าง HKT-KUL

    โซน 2

    จีน (BJS, SHA, CTU, CAN, XMN, CKG, CSX) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน เส้นทางระหว่าง HKG-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-HKG เส้นทางระหว่าง HKT-DEL เส้นทางระหว่าง HKT-BOM

    โซน 3

    ออสเตรเลีย (PER) ญี่ปุ่น เกาหลี โอมาน ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เส้นทางระหว่าง HKT-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-PER เส้นทางระหว่าง HKT-TPE

    โซน 4

    ออสเตรเลีย (SYD, BNE, MEL) รัสเซีย (MOW)

    โซน 5

    เบลเยียม เดนมาร์ค ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เส้นทางระหว่าง STO-HKT และเส้นทางระหว่าง CPH-HKT

    โซน 6

    สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

    น้ำหนักและขนาดสัมภาระอนุญาตสำหรับช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา

    ปลายทาง

    คลาส

    น้ำหนักสูงสุด / ชิ้น (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน)

    จำนวนสัมภาระฝากใต้เครื่องสูงสุด

    มิติรวมสูงสุดต่อใบ (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระขนาดเกิน)

    ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

    เฟิร์สท์ (รอยัลเฟิร์สท์)

    32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

    2

    158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

    บิสซิเนส
    (รอยัลซิลค์)

    32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

    2

    158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

    เอโคโนมี

    23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

    2

    158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

    เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

    23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

    1

    115 เซนติเมตร (45 นิ้ว)

  • •    ผู้โดยสารรอยัลเฟิร์สท์คลาสและรอยัลซิลค์คลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
    •    ผู้โดยสารเอโคโนมีคลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
    •    สมาชิกบัตรรอยัลออร์คิดพลัส (อาร์โอพี) โกลด์จะได้รับสิทธิพิเศษในการนำพาสัมภาระเพิ่มเติมอีกหนึ่งชิ้นไม่ว่าจะเดินทางด้วยคลาสใด สิทธิพิเศษนี้ใช้ควบคู่กับสถานะฟรีเควนท์ฟลายเออร์และตั๋วที่บินกับเครื่องของการบินไทยตลอดการเดินทางหรือมีการใช้บริการของสายการบินอื่นซึ่งตกลงยอมรับสิทธิพิเศษดังกล่าวนี้
    •    สัมภาระที่มีขนาดหรือน้ำหนักผิดจากปกติทั่วไปจะต้องเสียค่าบริการอัตราพิเศษ โปรดติดต่อสำนักงานของการบินไทยใกล้ท่าน ท่านสามารถตรวจสอบค่าบริการสัมภาระส่วนเกินได้ในหน้า “ค่าธรรมเนียมสัมภาระและค่าธรรมเนียมอื่นๆของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา”

  • หมายเหตุ
  • หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์ซึ่งมีจุดแวะในสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกานั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้ทำการตลาด แต่ในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวหรือตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วของเรา
  • สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

  • นอกเหนือจากสัมภาระที่ผู้โดยสารสามารถฝากเข้าใต้เครื่องแล้ว ผู้โดยสารแต่ละท่านสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้หนึ่งชิ้น ความยาวไม่เกิน 56 เซนติเมตร (22 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ซึ่งขนาดนี้รวมล้อ มือจับและกระเป๋าด้านข้างแล้ว น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่องจะต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม (15 ปอนด์) ทั้งนี้ผู้โดยสารจะต้องวางกระเป๋าไว้บนตู้เก็บเหนือศีรษะหรือใต้เบาะของตนเอง

    ผู้โดยสารสามารถนำพาสิ่งของต่อไปนี้ขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
    •    กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่เงิน กระเป๋าของสุภาพสตรี ความยาวไม่เกิน 37.5 เซนติเมตร (15 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 12.5 เซนติเมตร (5 นิ้ว) ซึ่งทั้งสามมิตินี้รวมกันจะต้องไม่เกิน 75 เซนติเมตร (30 นิ้ว) และน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม (3.3 ปอนด์)
    •    เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาเข้าข่ายนี้ด้วยเช่นกัน
    •    ไม้เท้า (ไม้ค้ำยัน) ที่ใช้โดยผู้โดยสารที่มีอายุ ผู้โดยสารที่ป่วยและผู้โดยสารที่มีความทุพพลภาพ
    •    กล้องหรือกล้องส่องทางไกลเล็ก
    •    อาหารเด็กเล็ก

    หมายเหตุ

    เจ้าหน้าที่อาจทำการสุ่มตรวจด้วยเครื่องตรวจและ/หรือตาชั่งที่เคาน์เตอร์เช็คอิน และ/หรือที่ประตูขึ้นเครื่องเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามข้อบังคับนี้

    ประเภทสัมภาระพิเศษเพื่อการคำนวณค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก (ภายในทีซี 3 และระหว่างทีซี 2 และทีซี 3) หรือตามเกณฑ์ชิ้น (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)
  • ประเภท

    การอนุญาต

    ค่าบริการ

    หมายเหตุ

    จักรยาน

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

    ผู้โดยสารหนึ่งท่านสามารถนำพาจักรยานได้หนึ่งคันในสิทธิ์

    โบว์ลิ่ง

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น   

     

    อุปกรณ์ตกปลา

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

     

    อุปกรณ์กอล์ฟ

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

    เกณฑ์น้ำหนัก:  6 กิโลกรัมต่อชุด

    เกณฑ์จำนวนชิ้น:  คิด 50% ต่อชุด

    ผู้โดยสารหนึ่งท่านสามารถนำพาอุปกรณ์กอล์ฟได้หนึ่งชุดในสิทธิ์

    อุปกรณ์สกีหิมะ / น้ำ

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น   

     

    เซิร์ฟบอร์ด / วินด์เซิร์ฟ

    ไม่อนุญาต

    หมายเหตุ โปรดดูข้อยกเว้นในหมายเหตุ

    ต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

    เกณฑ์น้ำหนัก: กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 5 กิโลกรัม หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 8 กิโลกรัม

    เกณฑ์จำนวนชิ้น: กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 50% ของราคาต่อหน่วย หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 1 หน่วย (119 ดอลลาร์สหรัฐ)  

    สำหรับการเดินทางไปยัง/มาจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สามารถรวมเซิร์ฟบอร์ด / วินด์เซิร์ฟเข้าในสิทธิ์สัมภาระ

    ดำน้ำแบบสกูบา

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

     

    สัตว์ในกรง

    ไม่อนุญาต   

    สำหรับเกณฑ์น้ำหนักให้ใช้น้ำหนักจริงของสัตว์เลี้ยงและกรง

    สำหรับเกณฑ์จำนวนชิ้นให้คิด 2 หน่วย (119 ดอลลาร์สหรัฐ x 2 = 238 ดอลลาร์สหรัฐ)    

     

    ของใหญ่อื่นที่มีน้ำหนักไม่เกิน 32 กิโลกรัมและมีมิติไม่เกิน 158 เซนติเมตร

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

     

    อาวุธปืนเพื่อการกีฬา

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

     

    One portable musical instrument

    อนุญาต

    หมายเหตุ หากมีความยาวไม่เกิน 100 เซนติเมตร (39 นิ้ว)    

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

     

    อุปกรณ์กีฬาอื่นๆ

    อนุญาต

    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

     

    อัตราค่าสัมภาระน้ำหนักเกิน

              •    เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนัก: โปรดดูค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3)
              •    เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้น: โปรดดูค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจาก สหรัฐอเมริกา/แคนาดา)

    ค่าธรรมเนียมสัมภาระและค่าธรรมเนียมอื่นๆของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

  • สิทธิ์ในการนำพาสัมภาระ

  • ผู้โดยสารสามารถนำพาสัมภาระได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายดังที่ระบุในเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบินไทย สายการบินของเราได้มีการประกาศน้ำหนักอนุญาตสำหรับการเดินทางที่อยู่ภายในทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ตลอดการเดินทาง และสำหรับการเดินทางระหว่างทีซี 2 (ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง) และทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ส่วนเกณฑ์การพิจารณาตามจำนวนชิ้นนั้นใช้กับการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา  ผู้โดยสารการบินไทยทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กที่ต้องการเดินทางไปยังหรือมาจากสหรัฐอเมริกาจะได้รับสิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมดังนี้

    ปลายทาง

    คลาส

    น้ำหนักสูงสุด / ชิ้น (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน)charge)

    จำนวนสัมภาระฝากใต้เครื่องสูงสุด

    มิติรวมสูงสุดต่อใบ (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระขนาดเกิน)

    ไปยัง/มาจาก
    สหรัฐอเมริกา
    และแคนาดา

    เฟิร์สท์ (รอยัลเฟิร์สท์)

    32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

    2

    158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

    บิสซิเนส
    (รอยัลซิลค์)

    32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

    2

    158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

    เอโคโนมี

    23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

    2

    158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

    เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

    23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

    1

    115 เซนติเมตร (45 นิ้ว)

              •    ผู้โดยสารรอยัลเฟิร์สท์คลาสและรอยัลซิลค์คลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
              •    ผู้โดยสารเอโคโนมีคลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
              •    สมาชิกบัตรรอยัลออร์คิดพลัส (อาร์โอพี) โกลด์จะได้รับสิทธิพิเศษในการนำพาสัมภาระเพิ่มเติมอีกหนึ่งชิ้นไม่ว่าจะเดินทางด้วยคลาสใด สิทธิพิเศษนี้ใช้ควบคู่กับสถานะฟรีเควนท์ฟลายเออร์และตั๋วที่บินกับเครื่องของการบินไทยตลอดการเดินทางหรือมีการใช้บริการของสายการบินอื่นซึ่งตกลงยอมรับสิทธิพิเศษดังกล่าวนี้
              •    สัมภาระที่มีขนาดหรือน้ำหนักผิดจากปกติทั่วไปจะต้องเสียค่าบริการอัตราพิเศษ โปรดติดต่อสำนักงานของการบินไทยใกล้ท่าน ท่านสามารถตรวจสอบค่าบริการสัมภาระส่วนเกินได้ในหน้า “ค่าธรรมเนียมสัมภาระและค่าธรรมเนียมอื่นๆของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา”

    สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

    ผู้โดยสารสามารถถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้หนึ่งใบและมีของใช้ส่วนตัวขนาดเล็กอีกหนึ่งชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผลรวมของมิติทั้งสาม (ยาว x สูง x กว้าง) ของกระเป๋าถือขึ้นเครื่องจะต้องไม่เกิน 22 x 18 x 10 นิ้ว (56 x 45 x 25 เซนติเมตร) และน้ำหนักสูงสุดไม่เกิน 15 ปอนด์ (7 กิโลกรัม) หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระเป๋าถือขึ้นเครื่องที่อนุญาต โปรดดูหน้านโยบายเกี่ยวกับสัมภาระ (บริการทั่วไป – สัมภาระถือขึ้นเครื่อง)


  • ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)

  • สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับช่วงของการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดาภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้นและเป็นอัตราตามโซนดังนี้

    ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม

    ไปยังโซน 1

    ไปยังโซน 2

    ไปยังโซน 3

    ไปยังโซน 4

    ไปยังโซน 5

    ไปยังโซน 6

    จากโซน 1

    -

    -

    -

    -

    -

    119

    จากโซน 2

    -

    -

    -

    -

    -

    119

    จากโซน 3

    -

    -

    -

    -

    -

    119

    จากโซน 4

    -

    -

    -

    -

    -

    119

    จากโซน 5

    -

    -

    -

    -

    -

    119

    จากโซน 6

    119

    119

    119

    119

    119

    119

    รายละเอียดการคำนวณ

    เส้นทาง

    ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อชิ้น

    สัมภาระขนาดเกิน แต่ละชิ้นจะต้องมีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

     

    สัมภาระขนาดเกินและจำนวนเกินคิดค่าบริการสองเท่า
    1. แต่ละชิ้นที่เกินกำหนดอนุญาต 2 ชิ้น
    2. มีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

    สัมภาระขนาดเกิน/น้ำหนักเกินจะต้องถูกชั่งและคิดค่าบริการสามเท่าสำหรับ 45 กิโลกรัมแรก เศษทุก 10 กิโลกรัมจากนั้นคิดหนึ่งเท่า

    ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

    119 ดอลลาร์สหรัฐ

    119 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อ 8)

    238 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อ 9)

    119 ดอลลาร์สหรัฐ X 3  (ข้อ 10)

    หมายเหตุ

    1.    “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
    2.    ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว
    3.    หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)
    4.    ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้
    5.    ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินข้างต้นให้ใช้กับเที่ยวบินของการบินไทยเท่านั้น
    6.    ผู้โดยสารจะต้องเสียค่าบริการสำหรับสัมภาระในส่วนที่เกินกว่าที่อนุญาตไม่ว่าจะซื้อและใช้ตั๋วคลาสใดก็ตาม
    7.    นิยามของโซนต่างๆ

    โซน

    นิยาม

    โซน 1

    บังคลาเทศ กัมพูชา จีน (KMG) ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไทยและช่วงเที่ยวบินในประเทศของการบินไทยในไทย เวียดนาม เส้นทางระหว่าง HKG-TPE เส้นทางระหว่าง TPE-SEL เส้นทางระหว่าง KHI-MCT เส้นทางระหว่าง HKT-SIN เส้นทางระหว่าง HKT-KUL

    โซน 2

    จีน (BJS, SHA, CTU, CAN, XMN, CKG, CSX) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน เส้นทางระหว่าง HKG-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-HKG เส้นทางระหว่าง HKT-DEL เส้นทางระหว่าง HKT-BOM

    โซน 3

    ออสเตรเลีย (PER) ญี่ปุ่น เกาหลี โอมาน ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เส้นทางระหว่าง HKT-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-PER เส้นทางระหว่าง HKT-TPE

    โซน 4

    ออสเตรเลีย (SYD, BNE, MEL) รัสเซีย (MOW)

    โซน 5

    เบลเยียม เดนมาร์ค ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เส้นทางระหว่าง STO-HKT และเส้นทางระหว่าง CPH-HKT

    โซน 6

    สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

    8.    ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินให้ใช้กับสัมภาระต่อไปนี้
    ก. สัมภาระที่เกินจำนวนชิ้นที่อนุญาต: สัมภาระแต่ละชิ้นที่เกินกว่าที่อนุญาต 2 ชิ้น
    ข. สัมภาระขนาดเกิน: สัมภาระแต่ละชิ้นที่มีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)
    9.    ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสองเท่าให้ใช้กับสัมภาระต่อไปนี้
    ก. สัมภาระที่ขนาดเกินและเกินจำนวนชิ้นที่อนุญาต: สัมภาระแต่ละชิ้นที่เกินกว่าที่อนุญาต 2 ชิ้นและมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)
    10.  สัมภาระใดๆที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
    ก. มิติรวมเกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร) และ/หรือ
    ข. น้ำหนักเกิน 70 ปอนด์ (32 กิโลกรัม)
    จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

  • •    สัมภาระดังกล่าวไม่อาจถือว่าเป็นสัมภาระที่มากับผู้โดยสารเว้นเสียแต่ว่าจะมีการตกลงกับการบินไทยเป็นการล่วงหน้าและได้รับการยืนยันแล้วเสียก่อน
    •    สัมภาระดังกล่าวจะต้องถูกชั่งน้ำหนักและคิดค่าบริการสามเท่าสำหรับ 45 กิโลกรัมแรก เศษทุก 10 กิโลกรัมจากนั้นคิดหนึ่งเท่า

    สัมภาระฝากใต้เครื่องอื่นๆ (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)

    สัมภาระฝากอื่นๆอาจมีค่าดำเนินการ เช่น สิ่งของต่อไปนี้ซึ่งมีค่าดำเนินการพิเศษขึ้นอยู่กับเอกสารการเดินทาง ค่าธรรมเนียมทุกรายการที่ปรากฏข้างใต้นี้คือค่าธรรมเนียมต่อชิ้น

    จักรยาน
    ท่านสามารถใช้สิทธิ์สัมภาระของท่านครอบคลุมจักรยานได้ หากเกินจากสิทธิ์ให้คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)


    อุปกรณ์กอล์ฟ (ไม้กอล์ฟหนึ่งชุด)**
    ท่านสามารถใช้สิทธิ์สัมภาระของท่านครอบคลุมอุปกรณ์กอล์ฟหนึ่งชุดได้ หากเกินจากสิทธิ์ให้คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินในอัตรา 50% ต่อชุด (60 ดอลลาร์สหรัฐ)
    **อุปกรณ์กอล์ฟหนึ่งชุดประกอบด้วยไม้กอล์ฟไม่เกิน 14 ไม้ ลูกกอล์ฟไม่เกิน 12 ลูกและรองเท้ากอล์ฟหนึ่งคู่ อุปกรณ์กอล์ฟใดๆที่เกินกว่าหนึ่งชุดนี้จะถูกคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    อุปกรณ์สกีหิมะ/น้ำ (สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)
    หากเกินจากสิทธิ์ให้คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน 33% (40 ดอลลาร์สหรัฐ)

    เซิร์ฟบอร์ด (ไม่สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)
    กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินในอัตรา 50% (60 ดอลลาร์สหรัฐ)
    หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)
    กระดานที่สองคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    อุปกรณ์วินด์เซิร์ฟ  (ไม่สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)
    กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินในอัตรา 50% (60 ดอลลาร์สหรัฐ)
    หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)
    กระดานที่สองคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    อุปกรณ์ดำน้ำแบบสกูบา (สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)
    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    ของใหญ่หรือน้ำหนักเกินต่างๆ
    คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติตามที่ระบุข้างต้น

    อาวุธปืนและเครื่องกระสุน (สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)
    หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    อาวุธปืนเพื่อการกีฬา
    สามารถถือเป็นสัมภาระหนึ่งชิ้นได้ หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    เครื่องดนตรีแบบพกพาได้หนึ่งชิ้น (ความยาวไม่เกิน 39 นิ้ว / 100 เซนติเมตร)
    ท่านสามารถใช้สิทธิ์สัมภาระของท่านครอบคลุมได้ หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    สิ่งของและอุปกรณ์กีฬาอื่นๆ
    ท่านสามารถใช้สิทธิ์สัมภาระของท่านครอบคลุมได้ หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

    สัตว์เลี้ยงฝากใต้เครื่องเป็นสัมภาระ (สัตว์ในกรง)
    สัตว์เลี้ยง (ไม่เกิน 32 กิโลกรัม / 70 ปอนด์) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสองเท่า (238 ดอลลาร์สหรัฐ) ในกรณีที่ใช้เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้น และคิดตามน้ำหนักรวมในกรณีที่ใช้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนัก

    หมายเหตุ
    หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์นั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่าในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซท์ของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ดังต่อไปนี้

    http://www.ana.co.jp/wws/japan/e/asw_common/guide/baggage.html

    http://www.lufthansa.com/online/portal/lh/us/nonav/local?nodeid=3373626

    http://brusselsairlines.com/com/my-travel/practical-information/Default.aspx?item=23735#piTitle

    บริการอื่นๆ (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)

    การจองตั๋วออนไลน์
    ไม่มีค่าบริการ

    การออกตั๋วกับตัวแทนของการบินไทย
    ไม่มีค่าบริการ

    การออกตั๋วกระดาษ
    50-150 ดอลลาร์สหรัฐ

    การออกตั๋วกระดาษใหม่เพื่อทดแทนใบเดิมที่หายหรือค่าเบ็ดเตล็ด (MCO)
    75-150 ดอลลาร์สหรัฐ

    ผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ใหญ่เดินทางด้วย
    ค่าธรรมเนียมสำหรับการดูแลผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ใหญ่เดินทางด้วย (ช่วงอายุบังคับ 5-11 ปี ช่วงอายุสมัครใจ 12-17 ปี) คือ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อช่วงของเที่ยวบินระหว่างประเทศ (ไม่คิดค่าธรรมเนียมในกรณีที่เดินทางบนเที่ยวบินในประเทศไทย) และค่าธรรมเนียมอื่นๆที่คิดกับผู้โดยสารปกติตามอัตราของผู้ใหญ่ (กรณีพี่น้องสองคนหรือมากกว่าเดินทางภายใต้การจองตั๋วครั้งเดียวกันคิดค่าธรรมเนียมเพียงหนึ่งครั้งต่อขาของการเดินทาง)

    ค่าอ็อกซิเจน (มีให้บริการเฉพาะบนเครื่องเท่านั้น)
    150-300 ดอลลาร์สหรัฐบนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ขึ้นอยู่กับอัตราการปล่อยอ็อกซิเจนตามที่ต้องการใช้

    ค่าเดินทางด้วยเปลผู้ป่วย
    ผู้โดยสารที่จำเป็นต้องนอนราบเนื่องจากอาการทางการแพทย์จำเป็นต้องจ่ายค่าตั๋วเท่ากับ 6 (หก) เท่าของค่าตั๋วเอโคโนมีคลาสราคาเต็ม

    การอัพเกรดเคบินคลาส (สำหรับเที่ยวบินไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา)
    ให้คิดค่าธรรมเนียมสำหรับการอัพเกรดเคบินคลาสบนเที่ยวบินของการบินไทยไปยัง/มาจาก LAX ดังนี้

    LAX - BKK
    จากเอโคโนมีคลาสเป็นรอยัลซิลค์บิสซิเนสคลาส:
    1917 ดอลลาร์สหรัฐ

    LAX - ICN
    จากเอโคโนมีคลาสเป็นรอยัลซิลค์บิสซิเนสคลาส:
    1900 ดอลลาร์สหรัฐ

  • การเดินทางแบบใช้หลายสายการบิน

    ข้อมูลทั่วไป

    สิทธิ์น้ำหนักสัมภาระและค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อไปนี้ใช้กับสัมภาระที่รับฝากจากจุดที่เริ่มออกเดินทางไปจนถึงที่หายปลายทางโดยไม่มีสต็อปโอเวอร์ ณ จุดใดจุดหนึ่งระหว่างการเดินทาง หากผู้โดยสารมีสต็อปโอเวอร์ที่จุดใดระหว่างทางจะต้องมีการประเมินสิทธิ์น้ำหนักสัมภาระใหม่และจ่ายค่าสัมภาระ (ถ้ามี) โดยนับตั้งแต่จุดที่เริ่มเดินทางต่อหลังจากสต็อปโอเวอร์เป็นต้นไป

    หากท่านเดินทางโดยมีสัมภาระน้ำหนักเกินหรือจำนวนชิ้นเกินกว่าที่อนุญาต ท่านจะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินด้วย การบินไทยมีการคิดค่าบริการดังกล่าวในอัตราที่ไม่เท่ากันตามสัมภาระที่ท่านฝากเข้าใต้เครื่องเมื่อเดินทางกับการบินไทย หากในการเดินทางของท่านและ/หรือช่วงของการเดินทางที่มีการฝากสัมภาระของท่านมีการใช้บริการของสายการบินมากกว่าหนึ่งสาย กฎเรื่องสัมภาระที่ใช้อาจเป็นของอีกสายการบินหนึ่งนั้นได้

     

    การเลือกใช้กฎเรื่องสัมภาระในการเดินทางแบบใช้หลายสายการบิน

    มติที่ 302 ของ IATA ในเรื่องสัมภาระสามารถใช้บังคับกับสายการบินที่เป็นสมาชิก IATA (รวมถึงการบินไทย) มตินี้เป็นการกำหนดว่าจะใช้กฎเรื่องสัมภาระของสายการบินใดในกรณีที่การเดินทางของท่านและ/หรือช่วงของการเดินทางที่มีการฝากสัมภาระของท่านมีการใช้บริการของสายการบินสองสายหรือมากกว่านั้น (บทบัญญัติเรื่องสัมภาระในการเดินทางแบบใช้หลายสายการบิน) การบังคับใช้มติที่ 302 ของ IATA นั้นจะแบ่งตามแอเรียแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์ต่างๆดังนี้

    IATA แบ่งพื้นที่โลกเป็นสามพื้นที่หลักเพื่อความสะดวกในการปรับค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียมและค่าบริการอื่นๆ ได้แก่ แอเรียที่ 1 แอเรียที่ 2 และแอเรียที่ 3 การแบ่งแอเรียนี้ใช้เพื่อการตีความกฎค่าบริการและการคำนวณค่าโดยสารทางอาการระหว่างประเทศ บางครั้งสายการบินจะเรียกแอเรียเหล่านี้ว่าทีซี (แทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์) เช่น ทีซี 1 (หมายถึงแอเรียที่ 1) ทีซี 2 (หมายถึงแอเรียที่ 2) และ ทีซี 3 (หมายถึงแอเรียที่ 3)

    ในแต่ละแอเรียจะมีซับแอเรียหรือภูมิภาคแยกย่อยซึ่งในบริบทของ IATA นั้นอาจจะมีความหมายแตกต่างจากบริบททางภูมิศาสตร์ปกติ

    แอเรีย 1 คือ โลกตะวันตกทั้งหมด
    แอเรีย 2 คือ ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา
    แอเรีย 3 คือ เอเชียทั้งหมดและเกาะใกล้เคียง (ยกเว้นเกาะที่อยู่ในทีซี 2 แล้ว) ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และเกาะใกล้เคียง ตลอดจนหมู่เกาะแปซิฟิก (ยกเว้นเกาะที่อยู่ในทีซี 1 แล้ว)

     

    การพิจารณาเลือกกฎเรื่องสัมภาระของสายการบิน

    1.    สำหรับการเดินทางระหว่างแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์แอเรียสองแอเรียหรือมากกว่า สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกที่ข้ามจากแอเรียหนึ่งสู่อีกแอเรียหนึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระ
    2.    สำหรับการเดินทางระหว่างแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์ซับแอเรีย สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกที่ข้ามจากซับแอเรียหนึ่งสู่อีกซับแอเรียหนึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระ
    3.    สำหรับการเดินทางภายในแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์ซับแอเรียใดๆ สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกที่ข้ามระหว่างประเทศเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระ
    4.    สำหรับการเดินทางภายในประเทศใดประเทศหนึ่ง สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระchecked portion determines the baggage rule.

    หมายเหตุ
    หากการเดินทางของท่านมีการใช้เที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์ กฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง

    การเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา

    โดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้โดยสารซึ่งตั๋วระบุจุดเริ่มออกเดินทางหรือจุดหมายปลายทางเป็นสหรัฐอเมริกาและ/หรือเขตปกครองของสหรัฐอเมริกาจะใช้กฎเรื่องสัมภาระซึ่งได้เลือกไว้แต่แรกตลอดทั้งการเดินทางแม้ว่าจะมีสต็อปโอเวอร์ก็ตาม

    หากมีการใช้กฎเรื่องสัมภาระของการบินไทยในการเดินทางของท่านไปยังสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกา สำหรับเที่ยวบินกลับของท่านก็จะใช้กฎเดียวกันนี้แม้ว่าท่านมีสต็อปโอเวอร์ระหว่างทางก็ตาม

    ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์ซึ่งมีจุดแวะในสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกานั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้ทำการตลาด

    หากในการเดินทางของท่านมีการใช้บริการของหลายสายการบิน โปรดทราบว่ากฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินนั้นอาจไม่เหมือนกัน กฎเรื่องสัมภาระที่ใช้กับการเดินทางของท่านอาจเป็นของสายการบินที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเรา ในบางกรณีสายการบินเหล่านั้นอาจเลือกใช้กฎเรื่องสัมภาระของตนแม้ว่าจะมีกฎของโค๊ดแชร์และกฎของการเดินทางทั้งขาออกและขาเข้าแล้วก็ตาม ท่านอาจถูกคิดค่าธรรมเนียมสัมภาระฝากใต้เครื่องหากการเดินทางของท่านเริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกา โปรดติดต่อตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วและ/หรืออ่านนโยบายเรื่องการอนุญาตสัมภาระและค่าธรรมเนียมสัมภาระทางเว็บไซท์ของผู้ให้บริการดังกล่าวนั้น


    นโยบายเกี่ยวกับสัมภาระของสายการบินร่วม

    หมายเหตุ

    1.    โปรดแจ้งการบินไทยหากลิงค์ใดในหน้านโยบายเกี่ยวกับสัมภาระของสายการบินร่วมนี้ใช้การไม่ได้
    2.    สำหรับสายการบินที่ไม่ปรากฏอยู่ในรายชื่อนี้ โปรดติดต่อสอบถามกับทางสายการบินนั้นๆโดยตรง


This website is best viewed with Chrome, Firefox, Safari and Internet Explorer v.9 or higher.
Copyright © 2014 Thai Airways International Public Company Limited (THAI). All rights reserved.