เนื่อง จากมีการชุมนุม และเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบภายในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงบริเวณที่ทำการรัฐบาลฯ ซึ่งใกล้กับสำนักงานการบินไทยในวันจันทร์ที่  29  กันยายน  2557 สำนักงานการบินไทย ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 24A United Centre Building, 95 Queensway Hong Kong   มีความจำเป็นต้องปิดสำนักงานก่อนเวลา คือในเวลา 16.00น. (เวลาท้องถิ่น) เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าที่มาติดต่อกับสำนักงานฯ และเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยสำนักงานการบินไทยฮ่องกง จะปิดให้บริการชั่วคราวในวันที่30 กันยายน -  6 ตุลาคม 2557  
อย่างไรก็ตามสำนักงานการบินไทยฮ่องกงที่สนามบิน ยังคงให้บริการตามปกติ

เบอร์สำรองที่นั่ง Hotline : +852 2769-7421
เบอร์โทรสำนักงานขายบัตรโดยสาร  Hotline : +852 2182-0710
 
ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตารางการบินได้ที่โทรศัพท์หมายเลข +662-356-1111 และหมายเลขสำนักงานการบินไทยที่สนามบินฮ่องกงหมายเลข +852-2769-7421(เวลา 09.00-22.00 น. เวลาท้องถิ่น) หรือ www.thaiairways.com หรือ  www.thaiairways.com.hk


เมนู

สัญญาการขนส่ง

กฎระเบียบในสัญญาการขนส่งนี้เป็นเงื่อนไขที่ใช้กับเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยเราซึ่งจะขนส่งหรือตกลงที่จะขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระของพวกเขา ไม่ว่าเที่ยวบินดังกล่าวจะทำตลาดโดยเราหรือสายการบินอื่น กฎระเบียบในสัญญาการขนส่งใช้กับตั๋วโดยสารที่ออกสำหรับเที่ยวบินที่เราดำเนินการและผู้โดยสารยอมรับกฎเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจน

เที่ยวบินร่วม
ในการให้บริการบางอย่างเราอาจจะมีข้อตกลงกับสายการบินอื่นหรือที่รู้จักกันว่าเที่ยวบินร่วม ซึ่งหมายความว่าแม้คุณจะมีการสำรองที่นั่งกับเราและถือตั๋วที่มีชื่อหรือรหัสสายการบินของเราระบุว่าเป็นผู้ให้บริการ สายการบินอื่นอาจดำเนินการบินเครื่องบินนั้น หากในกรณีที่เป็นเที่ยวบินร่วมที่เราถูกระบุว่าเป็นผู้ทำการบิน สัญญาการขนส่งเหล่านี้มีผลกับการขนส่งดังกล่าวเช่นกัน หากเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เราจะแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับสายการบินที่ทำการบินตอนที่คุณทำการสำรองที่นั่ง

สำหรับบริการเที่ยวบินร่วมที่ดำเนินการโดยสายการบินอื่น เรามีหน้าที่รับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ทั้งหมดที่มีต่อผู้โดยสารตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎเหล่านี้ตลอดการเดินทางของเที่ยวบินร่วมเที่ยวนั้น อย่างไรก็ตาม คู่สัญญาเที่ยวบินร่วมเองก็มีกฎในการดำเนินงานของตัวเองซึ่งอาจแตกต่างไปจากกฎของเรา กฎระเบียบเหล่านั้นได้ถูกนำมารวมไว้โดยการอ้างอิงและกำหนดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการขนส่งนี้

กฎระเบียบที่เกี่ยวกับการดำเนินงานที่อาจแตกต่างกันระหว่างเราและคู่สัญญาเที่ยวบินร่วมรวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเรื่อง:
•    กำหนดเวลาเช็คอิน
•    ผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล
•    การขนส่งสัตว์
•    การปฏิเสธการขนส่ง
•    บริการออกซิเจน
•    การดำเนินงานที่ผิดปกติ
•    การชดเชยกรณีปฏิเสธการขึ้นเครื่อง
•    การยอมรับ อนุญาตและความรับผิดชอบต่อสัมภาระ
 
สำหรับกฎระเบียบและข้อบังคับของคู่สัญญาเที่ยวบินร่วมเราแนะนำให้คุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ของพวกเขาหรือที่ตัวแทนการท่องเที่ยวของคุณ

คุณควรตรวจสอบกฎสำหรับเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยสายการบินอื่นภายใต้ข้อตกลงเที่ยวบินร่วม และทำความคุ้นเคยกับเรื่องดังกล่าว ตัวอย่างเช่น ข้อกำหนดการเช็คอินและนโยบายเกี่ยวกับผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ปกครองมาด้วย การขนส่งสัตว์ การปฏิเสธที่จะขนส่ง บริการออกซิเจน การดำเนินงานที่ผิดปกติ การชดเชยกรณีปฏิเสธการขึ้นเครื่อง การยอมรับ อนุญาตและรับผิดชอบต่อสัมภาระในหมู่คนอื่น

สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางมาถึงหรือออกจากสนามบินที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แผนฉุกเฉินสำหรับความล่าช้าที่ขยายเวลาออกไปจะนำไปใช้กับเที่ยวบินของคุณเฉพาะในกรณีที่เราเป็นผู้ดำเนินการเที่ยวบินนั้น หากคู่สัญญาเที่ยวบินร่วมหรือสายการบินอื่นเป็นผู้ดำเนินการเที่ยวบินของคุณ แผนรับมือความล่าช้าของสายการบินนั้นจะถูกนำมาใช้

คุณไม่สามารถเดินทางได้หากคุณไม่มีเอกสารที่กำหนดทั้งหมด เช่น พาสปอร์ตและวีซ่า
รัฐบาลอาจขอให้สายการบินของคุณให้ข้อมูลหรืออนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลของผู้โดยสาร

คำแนะนำแก่ผู้โดยสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบ
ผู้โดยสารที่เริ่มดำเนินการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับปลายทางท้ายสุดหรือหยุดพักในประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศต้นทางอาจได้รับการปฏิบัติด้วยข้อกำหนดของสนธิสัญญาที่เรียกว่าอนุสัญญาวอร์ซอตลอดการเดินทาง รวมถึงการเดินทางบางส่วนภายในประเทศต้นทางหรือปลายทาง อนุสัญญาควบคุมและส่วนใหญ่จำกัดขอบเขตความรับผิดชอบของสายการบินแก่ผู้โดยสารสำหรับการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บส่วนบุคคลเป็นเงินประมาณ  10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

การป้องกันเพิ่มเติมสามารถทำได้โดยการซื้อประกันจากบริษัทเอกชน การประกันดังกล่าวจะไม่ได้รับผลกระทบจากขอบเขตความรับผิดชอบของสายการบินที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาวอร์ซอหรือสัญญาพิเศษดังกล่าว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษาสายการบินของคุณหรือตัวแทนของบริษัทประกัน

หมายเหตุเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบต่อกระเป๋าสัมภาระ
สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศส่วนใหญ่ (รวมถึงการเดินทางภายในประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระหว่างประเทศ) วงเงินความรับผิดชอบสำหรับสัมภาระโหลดใต้เครื่องจะอยู่ที่ประมาณ 9.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ (20.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม) และสำหรับสัมภาระถือติดตัวจะอยู่ที่ 400.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน เว้นแต่ได้มีการสำแดงมูลค่าที่สูงกว่าล่วงหน้าและได้มีการเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมแล้ว มูลค่าที่เกินอาจไม่ได้ถูกสำแดงในสิ่ิงของบางประเภท สายการบินไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เปราะบางแตกหักหรือเน่าเสียง่าย สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากทางสายการบินโดยตรง

เวลาเช็คอิน

เวลาที่แสดงอยู่บนตั๋วหรือตารางการเดินทาง / ใบเสร็จเป็นเวลาออกเดินทางของเครื่องบิน เวลาเช็คอิน ตามที่แนะนำโดยสายการบินของคุณ หรือในตารางเวลาของสายการบิน เป็นเวลาล่าสุดที่จะยอมให้ผู้โดยสารเดินทาง โดยให้เวลาเพียงพอสำหรับดำเนินพิธีการทั้งหมด เที่ยวบินไม่สามารถรอผู้โดยสารที่มาสายได้และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในกรณีดังกล่าว

หมายเหตุเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบ
ระบบอนุสัญญามอนทรีออหรืออนุสัญญาวอร์ซออาจนำมาใช้กับการเดินทางของคุณและอนุสัญญาเหล่านี้ควบคุมและอาจจำกัดความรับผิดชอบของผู้ขนส่งทางอากาศสำหรับการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บทางกาย กระเป๋าเดินทางสูญหายหรือเสียหาย และสำหรับความล่าช้าที่เกิดขึ้น

หากอนุสัญญามอนทรีออมีผลบังคับใช้ ขอบเขตความรับผิดชอบมีดังนี้:
1. ไม่มีข้อจำกัดทางการเงินในส่วนที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บทางกาย
2. ในแง่ของการทำลาย สูญเสียหรือความเสียหายหรือความล่าช้าต่อสัมภาระ 1,000 สิทธิพิเศษในการถอนเงิน (ประมาณ 1,200 ยูโร, 1,470 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อผู้โดยสารในกรณีส่วนใหญ่
3.สำหรับความเสียหายเนื่องมาจากการล่าช้าในการเดินทางของคุณ มี 4,150 สิทธิพิเศษในการถอนเงิน (ประมาณ 5,000 ยูโร, 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อผู้โดยสาร)

กฎของประชาคมยุโรปฉบับที่ 889/2002 กำหนดให้สายการบินของประชาคมยุโรปใช้ข้อกำหนดของอนุสัญญามอนทรีออกับการขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระทางอากาศทั้งหมด สายการบินหลายแห่งที่ไม่ใช่ประชาคมยุโรปได้เลือกที่จะทำเช่นเดียวกันในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระของพวกเขา

เมื่อมีการใช้ระบบอนุสัญญาวอร์ซอ อาจมีการใช้ขอบเขตความรับผิดชอบดังต่อไปนี้:
1.16,600 สิทธิพิเศษในการถอนเงิน (ประมาณ20,000 ยูโร, 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ในส่วนที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บทางกาย หากพิธีสารเฮกของอนุสัญญามีผลบังคับใช้ หรือ 8,300 สิทธิพิเศษในการถอนเงิน (ประมาณ 10,000 ยูโร, 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ถ้าใช้เพียงอนุสัญญาวอร์ซอ สายการบินหลายราย ได้ยกเว้นข้อจำกัดพวกนี้ทั้งหมดโดยสมัครใจและกฎระเบียบของสหรัฐกำหนอว่าต้องมีที่สำหรับการเดินทางไปมาจากหรือมีจุดหยุดพักที่ตกลงกันในสหรัฐอเมริกาวงเงินอาจไม่น้อยกว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ
2. 17 สิทธิพิเศษในการถอนเงิน (ประมาณ 20 ยูโร, 20 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อกิโลกรับสำหรับการสูญเสียหรือความเสียหายหรือความล่าช้าของสัมภาระที่โหลดใต้เครื่อง และ 332 สิทธิพิเศษในการถอนเงิน (ประมาณ 400 ยูโร, 400 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับสัมภาระถือติดตัว
3. สายการบินอาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเนื่องจากความล่าช้า

สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสายการบินในเรื่องข้อจำกัดที่บังคับใช้กับการเดินทางของคุณ หากการเดินทางของคุณเกี่ยวข้องกับการขนส่งโดยสายการบินที่แตกต่างๆ กัน คุณควรติดต่อแต่ละสายการบินเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบที่ใช้อยู่
ไม่ว่าจะนำอนุสัญญาใดมาใช้กับการเดินทางของคุณ คุณอาจได้รับประโยชน์จากวงเงินความรับผิดชอบที่สูงขึ้นสำหรับความสูญเสีย ความเสียหายหรือความล่าช้าที่เกิดขึ้นต่อสัมภาระโดยทำการสำแดงเป็นพิเศษมูลค่าของกระเป๋าเดินทางของคุณและชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหากจำเป็นเมื่อทำการเช็คอิน หากมูลค่าของสัมภาระของคุณเกินขอบเขตความรับผิดชอบที่กำหนด คุณควรประกันของให้ครบถ้วนก่อนที่จะเดินทาง

กำหนดเวลาสำหรับการดำเนินการ การดำเนินการใด ๆ ในศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจะต้องแจ้งภายในสองปีนับจากวันที่เครื่องบินเดินทางมาถึง หรือจากวันที่เครื่องบินควรจะมาถึง หรือจากวันที่เครื่องบินควรจะมาถึง การรับสัมภาระ การแจ้งทางสายการบินให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรจะต้องทำภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสัมภาระที่โหลดใต้เครื่องแล้ว ในกรณีที่เกิดความเสียหาย และในกรณีที่เกิดความล่าช้าต้องทำภายใน 21 วันนับจากวันที่มันถูกนำมาวางในที่จำหน่ายสัมภาระของผู้โดยสาร

หมายเหตุจากรัฐบาลเกี่ยวกับการกำหนดภาษี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

ราคาของตั๋วนี้อาจรวมถึงภาษี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ในการขนส่งทางอากาศโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล มันอาจจะเป็นส่วนสำคัญของค่าใช้จ่ายการเดินทางทางอากาศและอาจรวมไว้ในค่าโดยสารหรือแสดงแยกต่างหากในช่อง "ภาษี / ค่าธรรมเนียม / ค่าใช้จ่าย"ของตั๋วนี้

คุณอาจต้องชำระค่าภาษี ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้เก็บ หมายเหตุต่อไปนี้ใช้ไม่ได้กับตั๋วที่ขายในสหรัฐอเมริกาสำหรับการขนส่งที่มีต้นทางในสหรัฐอเมริกา

การปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง

เที่ยวบินอาจมีการจองเกินจำนวนและมีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีที่นั่งว่างบนเที่ยวบินแม้ว่าคุณจะยืนยันการจองแล้วก็ตาม ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ หากคุณถูกปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องโดยไม่สมัครใจ คุณมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย เมื่อจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ สายการบินจะต้องขออาสาสมัครก่อนที่จะมีใครก็ตามถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องโดยไม่สมัครใจ ตรวจสอบกับสายการบินของคุณเรื่องกฎการจ่ายเงินชดเชยทั้งหมดที่เกี่ยวกับการปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง (DBC) และข้อมูลเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญการขึ้นเครื่องของสายการบิน

สัมภาระ

มูลค่าที่เกิน อาจต้องมีการสำแดงในสิ่งของบางประเภท สายการบินอาจจะใช้กฎพิเศษสำหรับสิ่งของที่เปราะบาง มีราคา หรือเน่าเสียง่าย โปรดตรวจสอบกับสายการบินของคุณ สัมภาระที่โหลดใต้เครื่องแล้ว : ทางสายการบินอาจอนุญาตให้มีนำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง ซึ่งกำหนดโดยทางสายการบินและอาจแตกต่างกันโดยระดับชั้น  และ / หรือเส้นทาง ทางสายการบินอาจคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัมภาระที่น้ำหนักเกินจากที่กำหนด  โปรดตรวจสอบกับทางสายการบิน สัมภาระติดตัว ( ไม่โหลด ): ทางสายการบินอาจอนุญาตให้มีนำสัมภาระขึ้นห้องโดยสารโดยไม่มีโหลด ซึ่งกำหนดโดยทางสายการบินและอาจแตกต่างกันโดยระดับชั้น เส้นทางและ/หรือประเภทของเครื่องบิน ขอแนะนำว่าสัมภาระติดตัวควรมีขนาดน้ำหนักน้อยที่สุด โปรดตรวจสอบกับทางสายการบิน หากมีมากกว่าหนึ่งสายการบินที่ให้บริการการขนส่งแก่คุณ  แต่ละรายอาจใช้กฎเกี่ยวกับสัมภาระต่างกัน (ทั้งแบบโหลดใต้เครื่องและถือติดตัว) ขอบเขตความรับผิดชอบของสัมภาระพิเศษสำหรับเดินทางในสหรัฐอเมริกา : สำหรับการเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา กฎของรัฐบาลกลางกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของสายการบินต่อสัมภาระไว้ที่อย่างน้อย 3,300.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อผู้โดยสาร หรือจำนวนเงินตามคำสั่งปัจจุบันโดย 14 CFR 254.5

  • เวลาเช็คอิน เวลาที่แสดงบนตารางการเดินทาง / ใบเสร็จรับเงินเป็นเวลาออกเดินทางของเครื่องบิน เวลาออกเดินทางของเที่ยวบินไม่เหมือนกับเวลาที่คุณจะต้องเช็คอินหรือเวลาที่คุณจะต้องพร้อมขึ้นเครื่อง ทางสายการบินอาจปฏิเสธการเดินทางของคุณหากคุณมาสาย เวลาเช็คอิน ตามคำแนะนำของสายการบินของคุณ คือเวลาอย่างช้าที่สุดที่อนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางได้: เวลาขึ้นเครื่อง ตามคำแนะนำจากสายการบิน คือเวลาอย่างช้าที่สุดที่ผู้โดยสารจะต้องแสดงตัวเพื่อขึ้นเครื่อง

  • สินค้าอันตราย (วัตถุอันตราย)
  • เพื่อความปลอดภัย สินค้าอันตรายจะต้องไม่ได้รับการบรรจุลงในสัมภาระโหลดใต้เครื่องหรือขึ้นห้องโดยสาร (ถือติดตัว) เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะ สินค้าที่เป็นอันตรายรวมถึง แต่ไม่จำกัด ก๊าซอัด กรด วัตถุระเบิด วัตถุและของเหลวไวไฟ วัตถุกัมมันตรังสี วัสดุออกซิไดซ์ สารพิษ สารติดเชื้อและกระเป๋าที่ติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัย ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยข้อกำหนดอื่น ๆ อาจถูกนำมาใช้ โปรดตรวจสอบกับสายการบินของคุณ
  • เช็คอิน
  • จะต้องแสดงบัตรเครดิตที่ใช้ในการซื้อตั๋วอิเล็กทรอนิกส์และหนังสือเดินทางที่เช็คอินเคาน์เตอร์ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้ :
    •    สำหรับผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางภายในประเทศ บัตรประจำตัวประชาชนที่มีรูปถ่ายซึ่งออกโดยรัฐบาลไทย (สำหรับผู้ใหญ่) หรือบัตรประจำตัวนักเรียน (สำหรับเด็ก) อาจนำมาใช้แสดงแทนหนังสือเดินทางได้
    •    ในกรณีที่ผู้ถือบัตรเครดิตได้ไปที่สำนักงานของการบินไทยและชำระเป็นเงินสดหรือลงนามในใบเสร็จบัตรเครดิต ต้องแสดงหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนแค่นั้น
    การตรวจบัตรโดยสารก่อนขึ้นเครื่อง
    ผู้โดยสารต้องแสดงบัตรเครดิตที่ใช้ในการซื้อบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์และหนังสือเดินทางทุกครั้ง ณ จุดตรวจบัตรโดยสารก่อนขึ้นเครื่อง (check-in) ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
    •    ผู้โดยสารไทยที่เดินทางภายในประเทศ ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ หรือบัตรประจำตัวนักเรียน (สำหรับผู้โดยสารเด็ก) แทนหนังสือเดินทางได้
    •    ในกรณีที่เจ้าของบัตรเครดิตได้จ่ายเงินสดหรือลงนามในใบชำระราคาสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิต (credit card sales slip) กับสำนักงานขายของการบินไทยไว้แล้วให้แสดงหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวเท่านั้น
  • น้ำหนักสัมภาระ
  • ระหว่างการเดินทางของคุณหากคุณเดินทางด้วยสายการบินไทยเพียงสายการบินเดียว โปรดทำความคุ้นเคยกับกฎเรื่องสัมภาระของเราดังต่อไปนี้
  • แนวคิดเรื่องน้ำหนัก
  • แนวคิดเรื่องน้ำหนักจะนำไปใช้กับทุกพื้นที่ยกเว้นการเดินทาง / การเชื่อมต่อไปยัง / มาจากสหรัฐอเมริกาในเขตแดนของตัวเองและแคนาดา
    Royal First Class:  40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)
    Royal Silk Class:  30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)
    Premium Economy Class:  20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)
    Economy Class:  20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)
  • แนวคิดเรื่องจำนวนชิ้น
  • แนวคิดเรื่องจำนวนชิ้นถูกนำไปใช้กับทุกการเดินทาง / การเชื่อมต่อไปยัง / มาจากสหรัฐอเมริกา ดินแดนของตัวเองและแคนาดา
    Royal First Class /Royal Silk Class : สัมภาระโหลดใต้เครื่องสองชิ้น ผลรวมแต่ละด้านไม่ควรเกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว) สำหรับแต่ละชิ้น น้ำหนักสูงสุดแต่ละชิ้นไม่ควรเกิน 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)
    Premium Economy/Economy Class : สัมภาระโหลดใต้เครื่องสองชิ้น ผลรวมแต่ละด้านไม่ควรเกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว) สำหรับแต่ละชิ้น น้ำหนักสูงสุดแต่ละชิ้นไม่ควรเกิน 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

    Royal First Class : 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)
    Royal Silk Class : 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)
    Premium Economy Class : 23 กิโลกรัม ( 50 ปอนด์)
    Economy Class : 23 กิโลกรัม ( 50 ปอนด์)
    ทารกที่อายุน้อยกว่าสองขวบและไม่ได้ใช้ที่นั่ง มีสิทธิที่จะโหลดสัมภาระใต้เครื่องได้หนึ่งชิ้นที่มีขนาดรวมกันแล้วไม่เกิน 115 เซนติเมตร (45 นิ้ว) และน้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)
    หากการเดินทางของคุณต้องเกี่ยวข้องกับพันธมิตรสายการบินหลายราย โปรดระลึกไว้ว่ากฎเรื่องสัมภาระอาจแตกต่างกันออกไป ในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้สำหรับการเดินทางของคุณอาจจะของสายการบินพันธมิตรของเรา กรุณาติดต่อตัวแทนการท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสาร / สำรองที่นั่งของเราเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
  • สัมภาระติดตัว
  • นอกจากน้ำหนักสัมภาระที่โหลดใต้เครื่อง ผู้โดยสารแต่ละคน ยกเว้นทารกอายุต่ำกว่าสองขวบที่ไม่ได้ใช้ที่นั่ง อาจถือ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สัมภาระติดตัวหนึ่งชิ้น โดยมีเงื่อนไขว่าสัมภาระดังกล่าวมีความยาวไม่เกิน 56 เซนติเมตร (22 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ความลึกไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ขนาดนี้รวมถึงล้อ ที่จับและกระเป๋าด้านข้าง น้ำหนักโดยรวมของสัมภาระต้องไม่เกินเจ็ดกิโลกรัม (15 ปอนด์)
    ผู้โดยสารต้องจัดเก็บสัมภาระติดตัวของตัวเองไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะหรือใต้ที่นั่งด้วยตนเอง
    นอกจากสัมภาระติดตัวดังกล่าว สามารถนำสิ่งของดังต่อไปนี้ขึ้นไปในห้องโดยสารได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม:
    1. กระเป๋าถือ / ถุงเล็กๆ / กระเป๋าสตางค์ ความยาวไม่เกิน 37.5 เซนติเมตร (15 นิ้ว) กว้างไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ลึกไม่เกิน 12.5 เซนติเมตร (5 นิ้ว) หรือขนาดโดยรวมไม่เกิน 75 เซนติเมตร (30 นิ้ว) และน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม (3.3 ปอนด์) รายการดังกล่าวรวมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กด้วยด้วย
    2. ไม้ค้ำยันที่ใช้โดยผู้สูงอายุ คนป่วย และผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
    3. กล้องถ่ายรูปหรือกล้องส่องทางไกลขนาดเล็ก
    4. อาหารสำหรับทารกที่ต้องใช้ระหว่างเดินทาง
    อาจมีจุดตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบกับหน่วยทดสอบและ / หรือเครื่องชั่งน้ำหนักที่เคาน์เตอร์เช็คอินและ / หรือที่ประตูขึ้นเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามกฎระเบียบเหล่านี้

    สัมภาระติดตัว
    ผู้โดยสารทุกท่าน ( ยกเว้นเด็กทารกอายุต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งเดินทางโดยไม่ใช้ที่นั่ง ) มีสิทธิถือสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ 1 ชิ้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม สัมภาระดังกล่าวจะต้องมีขนาดความยาวไม่เกิน 56 ซ.ม. (22 นิ้ว) กว้าง 45 ซ.ม. (18 นิ้ว) ลึก 25 ซ.ม. (10 นิ้ว) และมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กก. (15 ปอนด์)
    ผู้โดยสารมีหน้าที่จัดเก็บสัมภาระติดตัวไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะหรือใต้ที่นั่งของผู้โดยสารด้วยตนเอง
    นอกจากสัมภาระติดตัวดังกล่าว ผู้โดยสารสามารถนำสิ่งของดังต่อไปนี้ ขึ้นไปในห้องโดยสาร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
    1. กระเป๋าถือ (small handbag/pocket/purse) ขนาดความยาวไม่เกิน 37.5 ซ.ม. (15 นิ้ว) กว้างไม่เกิน 25 ซ.ม. (10 นิ้ว) ลึกไม่เกิน 12.5 ซ.ม. (5 นิ้ว) หรือวัดโดยรวมทั้งสามด้านไม่เกิน 75 ซ.ม. (30 นิ้ว) และน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม (3.3 ปอนด์) ทั้งนี้ให้รวมกระเป๋าที่บรรจุคอมพิวเตอร์พกพาด้วย
    2. ไม้เท้าสำหรับผู้สูงอายุ หรือไม้ค้ำยันสำหรับคนป่วย คนทุพลภาพ หรือผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
    3. กล้องถ่ายรูปหรือกล้องส่องทางไกลขนาดเล็ก
    4.  อาหารสำหรับทารกในระหว่างเดินทาง
    โปรดให้ความร่วมมือในการตรวจสอบสัมภาระติดตัวของท่าน โดยใช้หน่วยวัดขนาดและเครื่องชั่งน้ำหนัก ณ จุดตรวจบัตรโดยสารที่ท่าอากาศยาน และ/หรือ ที่ประตูขึ้นเครื่อง
  • Contract of Carriage - Entire Contract
This website is best viewed with Chrome, Firefox, Safari and Internet Explorer v.9 or higher.
Copyright © 2014 Thai Airways International Public Company Limited (THAI). All rights reserved.