Lifestyle zone

ฮ่องกง

ฮ่องกง เป็นเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และมักจะมีอะไรแปลกใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อไปสัมผัส หลายคนมักคิดว่า ฮ่องกงนั้นเป็นเพียงสวรรค์แห่งขาช้อปปิ้ง แต่จริงๆ แล้ว ที่นี่ยังมีอีกหลายอย่างให้ค้นหา การกลับมาเยือนฮ่องกงในแต่ละครั้งจึงให้ความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่อยู่เรื่อยๆ อีกทั้งยังเดินทางง่ายและสะดวกสบาย เหมือนเที่ยวกรุงเทพฯ – เชียงใหม่เลยล่ะ


Central                             

บนใจกลางย่านธุรกิจของเกาะฮ่องกง “เซ็นทรัล” ถือเป็นย่านแรกๆ ที่มีการนำระบบวางผังเมืองมาปรับใช้ สอดประสานกับความเชื่อทางหลักฮวงจุ้ย เบื้องหลังสถาปัตยกรรมสุดล้ำของบรรดาตึกสูงเสียดฟ้าอันเป็นที่ทำการสถาบันการเงิน สำนักงาน ห้างร้านต่างๆ ยังซ่อนวิสัยทัศน์ตามแบบฉบับชาวจีนเอาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย
เสน่ห์ของย่านนี้คือความพลุกพล่านของผู้คนและรถรา ทั้งยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพเคลื่อนไหวที่รวดเร็วไม่ได้ โดยเฉพาะรถราง 2 ชั้น สัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่มีให้บริการเฉพาะฝั่งฮ่องกง ย่านนี้ยังเหมาะจะเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรม สลับกับช้อปปิ้ง


The Peak

สถานที่ท่องเที่ยวในย่านนี้ที่ห้ามพลาดก็คือ The Peak จุดชมวิวเมืองฮ่องกงที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดฮิต นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างพร้อมใจกันยืนเข้าแถว เพื่อขึ้นไปชมวิวแจ่มๆ ด้านบน ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ เพื่อจะได้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ในช่วงหัวค่ำ พอถึงเวลา 2 ทุ่ม ที่นี่ยังเป็นจุดชมการแสดง Symphony of Lights อีกด้วย  (thepeak.com.hk)


Flagstaff House Museum of Tea Ware

หากคุณชื่นชอบชา ขอแนะนำ Flagstaff House Museum of Tea Ware พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชาแห่งนี้ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของ Hong Kong Park ตัวอาคารสีขาวเรียบๆ สไตล์โคโลเนียล ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นที่พักของผู้บัญชาการทหารอังกฤษ จนเมื่อปี 1984 ที่นี่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ชาที่รวบรวมอุปกรณ์เกี่ยวกับการดื่มชา ทั้งถ้วยชา กระเบื้องพอร์ซเลน กาน้ำโบราณ ช้อนชา ไล่มาจนถึงตราประทับบนกาน้ำชาที่แสดงถึงชื่อตระกูลหรือเป็นสัญลักษณ์ทางศิลปะ ความน่ารักอยู่ตรงที่เจ้าหน้าที่ได้เอาแบบทดสอบมาให้ลองทำระหว่างเดินชมนิทรรศการ ราวกับว่าได้กลับไปเป็นนักเรียนที่มาทัศนศึกษาอีกครั้ง หลังจากดื่มด่ำนิทรรศการแล้ว ชั้น 1 ยังจัดเป็นโรงน้ำชา ให้นั่งพักจิบชาอู่หลงชั้นดี หรือชาเขียวชั้นยอดกันด้วย เปิดบริการตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น. ทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม


Lan Kwai Fong

ส่วนขาปาร์ตี้ทั้งหลาย คงต้องมาที่ย่าน LanKwaiFong ย่านที่คึกครื้นที่สุดในยามค่ำคืนของฮ่องกง ที่นี่มีร้านอาหารกึ่งบาร์ตั้งเรียงรายอยู่บนทางไล่ระดับ บางร้านก็ซุกซ่อนอยู่บนตึกสูง และยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นที่ว่ากันว่าซูชิอร่อยมากอยู่ในย่านนี้ด้วย ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นไนท์คลับชื่อดังอย่าง Dragon-I คลับยอดฮิตของชาวฮ่องกง ที่ดาราดังของที่นี่ชอบไปกัน


Shueng Wan

ย่านที่คงเอกลักษณ์ความเก่าแก่ของถนนสายเก่า ที่ประกอบไปด้วยร้านขายสมุนไพรโบราณ พระพุทธรูป และของแอนทีคแต่ตอนนี้ย่านนี้กลับไต่ระดับความฮอตขึ้น โดยมีการพัฒนาและเติมแต่งจากของที่มีอยู่ให้กลายเป็นย่านที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ ช็อปของดีไซเนอร์สุดแนว และร้านอาหารตกแต่งเฉียบขาด สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ย่านเก่าแก่บนเชิงเขาแห่งนี้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง


SOHO

ย่านสุดคึกคักที่อยู่ติดกับ Shueng Wan แค่เดินขั้นเนินมาเรื่อยๆ หรือถ้ามาจากบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในโลก หรือ Mid-levels Escalator ก็แค่เลื่อนขึ้นไปตามทาง แล้วเลือกลงตรงถนนที่ขนาบข้างไปด้วยร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ จึงไม่แปลกใจเลยที่ป้ายบอกทาง SOHO จะมีสัญลักษณ์ช้อน-ส้อม ให้เห็นอย่างเด่นชัด ใครที่ไดเอทอยู่และใจไม่ถึงพอ อย่ามาเดินเล่นย่านนี้เด็ดขาด เพราะกลิ่นอาหารจะฟุ้งมายั่วจมูก ทำให้ตบะแตกได้ แนะนำว่า ถ้ามาย่านนี้ควรมาตอนค่ำๆ เพราะจะคึกคักที่สุด


Wanchai

แต่เดิมเป็นสถานที่ในนวนิยายเรื่อง โลกของซูซี่ หว่อง The World of Susie Wong ซึ่งต่อมาได้ถ่ายทำเป็นภาพยนตร์ขึ้น โดยอิงภาพลักษณ์เดิมของย่านกลางคืนที่ถูกขนานนามว่าเป็น “Red Light District” ของฮ่องกง และยังเป็นแหล่งของเหล่ามาเฟีย แต่ปัจจุบัน ย่านกลางเมืองฮ่องกงแห่งนี้แปลงโฉมตัวเองจากหมู่บ้านชาวประมงเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วมาเป็นย่านที่รวมบรรยากาศหลากหลาย ทั้งกลิ่นอายวัฒนธรรมในอดีต ธุรกิจการค้า ร้านรวงดีไซน์เท่ๆ แกลเลอรี และร้านอาหารฮิปๆ
Shopping


Hysan place

ห้องที่ขึ้นชื่อว่า มีดีไซน์ล้ำและมีคอนเซ็ปต์น่าสนใจ เพราะเป็นห้างที่เน้นใช้แสงจากธรรมชาติ ที่นี่มีทั้งหมด 17 ชั้น อัดแน่นด้วยโลคอลแบรนด์แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์อื่นๆ อีกมากมาย บนชั้น 8-10 ของห้างนี้เป็นที่ตั้งของร้านหนังสือไซส์ใหญ่ชื่อดัง “Eslite” ที่เพิ่งเขยิบจากไต้หวันมาเปิดสาขานอกประเทศที่แรกที่ฮ่องกง เหมาะสำหรับบรรดาหนอนหนังสือทั้งหลาย โดยหนังสือส่วนใหญ่เป็นวรรณกรรมภาษาจีน หนังสือดีไซน์สวยๆ มีรูปอาร์ตๆ คอยยั่วยวนคนรักศิลปะและหนังสือ รวมถึงมีโซนขายเครื่องเขียน การ์ด และของขวัญด้วย (hp.leegardens.com.hk)

Pacific Place

ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม ทั้งยังผนวกกับโรงแรม 5 ดาว ทั้ง Conrad Hong Kong, Island Shangri-La Hong Kong และ JW Marriott Hong Kong เอาไว้ในทั้ง 3 อาคาร พื้นที่กว้างขวางของห้างนี้ทำให้การช้อปปิ้งลื่นไหลแบบสบายๆ เหมาะเป็นห้างทางเลือกสำหรับคุณหนู คุณนาย ที่ชอบช้อปปิ้งแบบเป็นส่วนตัว เพราะมีร้านรวงแบรนด์เนมต่างๆ ครบครัน อีกทั้งยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ซึ่งตกแต่งสุดตระการตา (pacificplace.com.hk)


K11 Art Mall

ข้ามมาฝั่งเกาลูนกันบ้างกับ K11 Art Mall ศูนย์การค้าน้องใหม่ที่เปิดตัวด้วยคอนเซ็ปต์ Art Shopping Mall ที่นี่จึงตกแต่งด้วยงานศิลปะผสานไปกับร้านค้า ความพิเศษของห้างนี้อยู่ตรงที่บางแบรนด์จะจับมือกันออกแบบ เกิดเป็นสินค้าชิ้นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่มีที่นี่เท่านั้น โซนที่อยากจะแนะนำ ได้แก่ K11 Select บนชั้น 1 ของห้าง ซึ่งเป็นโซนที่คัดสรรร้านค้าแนวๆ จี๊ดๆ แบบถูกใจแฟชั่นนิสต้าแน่นอน แถมราคาก็สมเหตุสมผล ไม่ได้แพงเว่อร์อีกด้วย (k11Concepts.com)




Dining

The Sweet Dynasty                          

มาฮ่องกงทั้งทีก็ควรมาลองเมนูติ่มซำร้านเด็ด ที่นี่เป็นร้านอาหารแนวติ่มซำที่ตกแต่งด้วยสไตล์จีนร่วมสมัย ให้บรรยากาศเหมือนโรงน้ำชาสุดหรู ร้านนี้ถือเป็นร้านดังเพราะมีหลายสาขาด้วยกัน ใกล้ที่ไหนก็ไปลิ้มลองได้ที่นั่น เมนูเด็ดนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโจ๊กเนื้อเนียนที่เลือกแบบใส่เครื่องจัดเต็มหรือใส่แค่ไข่เยี่ยวม้าก็ได้ ตามด้วยติ่มซำหลากหลายชนิด ทั้งฮะเก๋าเนื้อกุ้งสดเด้ง ก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูแดง และบะหมี่เกี๊ยวกุ้งร้อน ก่อนตบท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง พุดดิ้งเต้าหู้ รับรองฟินสุดๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม: สาขาที่หาง่ายสุดคือ Shop A, Basement Hong Kong Pacific Centre, 28 Hankow Road, Tsim Sha Tsui


Mak’s Noodle

ก่อนการช้อปปิ้ง ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง เพราะงั้นต้องมาเติมพลังกันก่อนด้วยเมนูที่เร็ว ง่าย และอร่อยกับร้าน Mak’s Noodle ร้านบะหมี่ 100 ปีที่สืบทอดต้นตำรับความอร่อยมากว่า 3 ชั่วอายุคน น้ำซุปของร้านจะเตรียมใหม่ทุกเช้า โดยจะมีส่วนผสมคือกุ้ง ปลาตาเดียวป่น และกระดูกหมู แค่นี้ก็จินตนาการได้ถึงความหอมหวานแล้ว ส่วนบะหมี่ของที่นี่ก็แตกต่างจากร้านทั่วไปที่ทำจากไข่ไก่ แต่ร้านนี้ใช้ไข่เป็ด เส้นจึงได้เหนียวนุ่มกว่า ยิ่งถ้าสั่งแบบใส่เกี๊ยวกุ้งทะเลด้วยจะเลิศมาก ส่วนคนชอบเนื้อวัวก็ต้อง บะหมี่แห้งกับเนื้อตุ๋น ซึ่งเนื้อนุ่มและแทบจะละลายทันทีที่เข้าปาก
รายละเอียดเพิ่มเติม: ร้านอยู่ที่ G/F 77 Welling Street, Central, Hong Kong


Hing Kee Restaurant

หากแวะไปฝั่งเกาลูน ต้องมาจัดเต็มกับมื้อเย็นกับร้าน Hing Kee Restaurant ที่ขึ้นชื่อเรื่องข้าวอบหม้อดินมากๆ ซึ่งมีหน้าต่างๆ ให้เลือกหลายอย่าง ทั้งหมูสับ เนื้อสับ ปลาเค็ม และกุ้ง ควรสั่งไข่ดิบมาเพิ่มรสชาติด้วย ส่วนเมนูแกล้มอื่นๆ ก็มีหอยนางรมทอดและกั้งผัดพริก ร้านจะเปิดตอน 18.00 น. ซึ่งลูกค้าจะมาออกันหน้าร้านรอกันเลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: ร้านอยู่ที่ 15-19 Temple Street, Yau Ma Tei, Kowloon


Lily & Bloom

ปิดท้ายด้วยบาร์และร้านอาหารสุดเท่ที่มีกลิ่นอายลึกลับ เพราะซ่อนตัวอยู่บนชั้น 5 และ 6 ของอาคารแห่งหนึ่งในย่าน Lan Kwai Fong ซึ่งชั้น 5 นั้นจะเป็น Lily เลานจ์สไตล์วินเทจ ส่วนชั้น 6 จะเป็น Bloom บาร์สไตล์อเมริกันผสมผสานกลิ่นอายเรโทรนิดๆ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สุดชิกสำหรับการสังสรรค์ตั้งแต่หัวค่ำถึงเช้ามืด อยากนั่งแบบไหนก็เลือกได้ตามที่เลิฟเลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: ร้านอยู่ที่ 5/F, 6/F LKF Tower No.33 Wyundham Street, Central, Hong Kong (lily-bloom.com)



โรงแรมที่พัก

โรงแรมที่พัก

royalorchidholidays

agoda

CAR RENTAL

รถเช่า

CAR RENTAL

 

 

EUROPEAN RAIL

บัตรโดยสารรถไฟในยุโรป

diethelm-logo

 

 

HoridayTaxis

รถรับ-ส่งสนามบิน

 

 

ประกันภัยการเดินทาง

ประกันภัยการเดินทาง