Lifestyle zone

Taste of Tottori
เที่ยวไปชิมไป รู้จัก สัมผัส เมืองจับนก “ทตโตะริ”

 

          


                                
           “ญี่ปุ่นมีทะเลทรายด้วยหรอ”  “ที่ไหนเนี้ยสวยจัง มีอูฐด้วย”  “เริ่ดอ่ะ ญี่ปุ่นมีทะเลทราย” “ทตโตะริอยู่ตรงไหนของญี่ปุ่นอะ ไม่เห็นคุ้นเลย”
           เสียงจากคนรอบกายที่ได้เห็นภาพการไปเยือนญี่ปุ่นครานี้ของฉัน ซึ่งก็เป็นคำถามเดียวกับที่ฉันได้เห็นภาพ และชื่อของเมืองนี้ครั้งแรกเช่นกัน เมื่อได้ไปเยี่ยมเยือนก็พบว่าเมืองนี้เป็นอีกเมืองของญี่ปุ่นที่ หากมีโอกาสฉันจะต้องกลับมาอีกอย่างแน่นอน
         “ทตโตะริ” แปลตรงตัวว่า “จับนก” ที่ชื่อนี้ก็เพราะว่า สมัยก่อนทางการได้ประกาศให้นำนกมาจ่ายภาษีได้ และด้วยความที่เมืองนี้มีแม่น้ำไหลผ่านถึงสามสาย จึงมีพื้นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ มีนกอาศัยมาก ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งสำคัญในการล่านก จนเกิดหน่วยล่านกขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว ผู้คนก็เรียกติดปากจนกลายเป็นที่มาของชื่อจังหวัดนี้นั่นเอง
          ถ้าดูจากแผนที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองนี้เยื้องกับเกียวโตลงมาทางซ้าย ทตโตะริจะทอดตัวยาวติดทะเลญี่ปุ่น และอยู่ในเขตของภูมิภาคชูโงะกุChugoku การเดินทางมาที่นี่โดยจากสนามบินนาริตะ มาต่อเครื่องที่สนามบินฮาเนดะ มาลงที่ทตโตะริเลย สนามบินนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Conan Airport ที่ได้ชื่อนี้เพราะเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของอาจารย์ อะโอะยะมะ โยชิมะซะ (Aoyama Yoshimasa) ผู้สร้างสรรค์การ์ตูน “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” จนโด่งดังและแปลเป็นภาษาต่างๆทั่วโลก ทางการจึงสร้างสนามบินแห่งนี้ โดยตกแต่งด้วยภาพและตัวการ์ตูนเรื่องนี้ เพื่อยกย่องผู้เขียนและต้อนรับผู้ที่มาเยือนทตโตะริ ที่ก็เหมือนมาเที่ยวบ้านโคนันด้วย
          เมื่อมาถึงก็จะพบหนุ่มน้อยโคนันยืนต้อนรับอยู่หน้าประตู ณ จุดนี้ก็ต้องถ่ายภาพเป็นที่ระลึกสักหน่อย


Tottori Sand Dune
                             

          หลายคนที่เห็นภาพแล้วเข้าใจว่าญี่ปุ่นมีทะเลทราย จริงๆแล้ว ภาพผืนทรายขนาดใหญ่ที่เห็นคือ Tottori Sand Dune หรือเนินทรายทตโตะริ นั่นเอง ที่นี่นับว่าเป็นเนินทรายที่ใหญ่ และสวยที่สุดในญี่ปุ่น เลยหละค่ะ ว่ากันว่า กว่าจะยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างที่เห็นนี่ผ่านกาลทับถมมาเป็นแสนปีเชียว Tottori Sand Dune จึงเป็นไฮไลท์สำคัญที่ต้องมา 

          นอกจากเดินขึ้นเนินทรายทดสอบกำลังขาไปดูทะเลเบื้องหน้าแล้ว ยังมีกิจกรรมทั้งขี่อูฐ Sand board และPara gider ให้เลือกเล่นด้วย และไม่ไกลกันก็มีพิพิธภัณฑ์ทราย Sand Museum สถานที่แสดงประติมากรรมจากทรายแห่งแรกของโลก ที่เปิดมากว่าสามปีแล้ว ซึ่งแต่ละปีจะเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมกราคม และจะเปลี่ยนธีมต่างกันไป ซึ่งผลงานที่เห็น คือฝีมือของศิลปินจากทั่วโลกมาช่วยกันสร้างสรรค์ ขอบอกว่าอลังการมากๆแวะไปไม่ผิดหวังแน่นอน


หวานฉ่ำชื่นใจ

                                  
          “ลูกแพร”ผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของทตโตะริ รับรองว่าไปที่ไหนก็จะเจอผลิตภัณฑ์จากผลแพรอยู่แถบทุกร้าน ซอฟเสริ์ฟรสแพรก็ยังมี ดังนั้นสิ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง คือต้องชิมคือลูกแพรสดของเมืองนี้ บอกเลยว่ากรอบ หวานฉ่ำ และกลิ่นหอมมาก
           ฉันได้พบเจ้าของไร่แพร์อันดับหนึ่งของจังหวัด ก็ได้ความรู้ว่า ที่นี่ปลูกแพร์อยู่ 8สายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่เป็นที่นิยมมากๆคือ นิจุเซกิ ชิงคันเซน และโอชู และมีส่งมาขายที่ไทยด้วย จำไว้ว่านี่คือชื่อของพันธุ์อร่อย


นั่งรถไฟ ไปกินปู

          ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมีนาคม เป็นช่วงเวลาที่ปูมัทซึบะ Matsuba ของอร่อยประจำฤดูกาลออกมาเผยโฉมให้เหล่าคนชอบรักปู ได้สัมผัส King of winter taste ซึ่งเทศกาลกินปูมัทสึบะถือเป็นไฮไลท์ประจำปีของทตโตะริ ถึงขั้นทางการโปรโมทชื่อจังหวัดเฉพาะกิจเป็น คานิโทริ Kanitori (แปลว่าจับปู) เลยทีเดียว
          ฤดูกาลนี้โรงแรมต่างๆ จะจัดโปรโมชั่นที่พักร่วมกับมื้อพิเศษสารพัดเมนูปูให้แก่ผู้มาพัก และถ้ายังไม่สะใจ ก็แนะนำให้ไปที่ ตลาดซาไกมินาโตะ Sakaiminato เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดราคาถูกที่นักท่องเที่ยวและคนในเมืองนิยมมาเลือกซื้อสั่งปรุงกันสดๆใหม่ๆ ใครอยากนั่งรับประทาน ในตลาดและบริเวณใกล้ๆ ก็มีร้านอาหารให้เลือกนั่ง จะสั่งปูหรือ ข้าวหน้าต่างๆ โดยเฉพาะข้าวหน้าซีฟู้ดและ ข้าวหน้าปู นี้ห้ามพลาด เพราะของเค้าสดจริงไรจริง
          การเดินทางมาย่านนี้ ถ้าจะให้มีสีสันก็ต้องเลือกนั่งรถไฟจากสถานี Yonago มาที่สถานี Sakaiminato เพราะจะได้นั่งรถไฟลายตัวการ์ตูนดังจากเรื่อง “อสูรน้อยคิทาโร” เพราะซาไกมินาโตะเป็นย่านเกิดของนักเขียนผู้สร้างการ์ตูนเรื่องนี้ นอกจากบนรถไฟ และสถานีแล้ว บรรยากาศเมืองตั้งแต่สถานีซาไกมินาโตะก็จะมี ร้านขายของที่ระลึก ขนม หุ่นประติมากรรม ตัวการ์ตูนเรื่องนี้เรียงรายไปตลอดทาง คอการ์ตูนน่าจะถูกใจ


Pink Curry แกงกระหรี่สีชมพู

          ได้ข้อมูลมาว่าเมนูแกงกระหรี่ถูกจัดให้เป็นจานที่ประชากรทตโตะรินิยมรับประทานมากที่สุดในญี่ปุ่น เราจึงได้กินแกงกระหรี่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่เหมือนที่ไหน อย่าง Pink Curry แกงกระหรี่สีชมพูหวานแหว๋ว ผลงาน คุณ Tomiko Fukushima เจ้าของ The Tottori Yamanote’s Story ทีตั้งใจพัฒนาเมนูโปรดของคนเมืองนี้ ให้มีน่าสนใจ ตอบรับกับนโยบายรัฐบาล ซึ่งนอกครีเอทเมนูแล้ว เธอยังลงทุนให้ศิลปินวาดตัวการ์ตูน และถ่ายทอดเรื่องราวจากจินตนาการออกมาเป็นคาเรคเตอร์ของร้านด้วย จนที่นี่กลายเป็นปลายทางของคนชอบอะไรคาวาอี้ๆ (น่ารักๆ) ตามไปลอง
          สีชมพูสวยหวานของแกงกะหรี่นี้ ไม่ต้องกังวลว่าเค้าจะใส่สารอะไรนะคะ เพราะสีชมพูนี้ได้มาจากบีตรู้ท ที่ปลูกในจังหวัดนี้เอง  ซึ่งนอกจาก แกงกระหรี่แล้ว คุณฟูกุชิมะยังนำสีจากบีตรู้ททำโชยุสีชมพู มายองเนสสีชมพู อีกด้วย แอบบอกว่าโชยุเค้าอร่อยอยู่นะ


กินแกงกระหรี่สีดำ ล่องเรือชมเกาะ

                   
          หมู่เกาะอุระโดเมะ (Uradome )  อยู่ในอุทยานธรณีชายฝั่งซันอิน ที่เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านธรณีวิทยา ที่น่าไปมากๆ ธรรมชาติได้สร้างลักษณะเฉพาะของโขดหิน เกาะ แก่งไว้อย่างน่าชม แถมระหว่างล่องเรือก็จะได้ทักทายและให้อาหารนกนางนวลอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
          มาถึงท่าเรือ Yuransen Cruise ก่อนจะซื้อตั๋วลงเรือไปชมเกาะ ขอให้แวะกินของอร่อยขึ้นชื่อก่อนนั่นก็คือแกงกระหรี่สีดำจากหมึกของปลาหมึกนั่นเอง ถึงจะดำแต่อร่อยนะเออ ไม่มีกลิ่นคาวด้วย แต่กินแล้วฟันจะดำนิดนึง อย่าลืมยกระจกมาส่องความเรียบร้อยก่อนไปลงเรือ
          บริเวณนี้ยังมีขายของฝาก และของกินจากปลาหมึกหลายอย่าง นอกแกงกระหรี่หมึกดำที่จะกินที่ร้านแล้วยังขายเป็นกล่องๆให้ซื้อกลับด้วย มี เบอร์เกอร์ขนมปังหมึกดำ หรือแม้แต่ไอศกรีมหมึกดำก็มี ฉันได้เห็นวิธีตากปลาหมึกของคุณป้าคนขายปลาหมึกแดดเดียวด้วย เลยถ่ายรูปมาฝาก เพราะเริ่ดมากๆ แค่แขวนปลาหมึกและเครื่องก็ให้หมุนอยู่กลางแดดไปเรื่อยๆ พอครบเวลาก็เก็บมาวางขาย แหมไอเดียบรรเจิดน่าทำใช้ที่บ้านเราบ้างเนอะ รับรองแมลงวันไม่ได้แอ้ม


กินไข่สด ขนมอร่อย @ Cocogarden

                

          แค่ยืนอยู่หน้าร้าน กลิ่นหอมของขนมก็ออกมาต้อนรับแล้ว Coco garden คาเฟ่ชื่อดังในฟาร์มของ โอเอโนะซาโตะ Oenosato ที่ขึ้นชื่อเรื่องไข่ที่อร่อยมากๆ เพราะเค้าเลี้ยงไก่ให้อยู่กับธรรมชาติ และใส่ใจเรื่องอาหารเพื่อให้ไก่มีสุขภาพดี อารมณ์ดี สามารถผลิตไข่ไก่ที่มีคุณภาพ เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าไข่ทั่วๆไป และต้องขีดเส้นกำกับว่า ไม่มีกลิ่นคาวเลย พิสูจน์มาแล้วขอคอนเฟริ์ม
          ใครได้โอกาสมาเยือน ขอให้สั่ง ข้าวราดไข่ดิบมาชิม ไข่ไก่สดๆบนข้าวอุ่นๆนะ แนะนำให้ชิมไข่กับข้าวก่อน อย่าเพิ่งราดโชยุ เพื่อสัมผัสรสชาติที่แท้จริงของไข่เสียก่อน จะรู้เลยว่าที่ขีดเส้นใต้ไว้นั้น จริงแท้แน่นอน เมนูพิเศษนี้มีเพียง 30ที่ต่อวันเท่านั้นนะ  ที่นี่เค้าทำโชยุเองด้วยนะคะ ผลิตมากว่า 150 ปีแล้ว ซื้อกลับมาได้เลยไม่ผิดหวัง
          จบคาวแล้วก็หันมาทัศนาของหวาน คู่ชากาแฟออแกนิคต่อ ที่นี่มีสารพัดเมนูที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากไข่ไก่ให้เลือกมากมาย ตัวเด่นๆ คือ คัสตาด ชูครีม แต่ที่ควรสั่งมาโดนอย่างยิ่ง คือแพนเค้ก ดูเหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะเนื้อนุ่มหอมอร่อยมากๆ การันตีความอร่อยด้วย ออเดอร์ที่ไม่ต่ำกว่า 500 แผ่นทุกวัน แถมวันไหนพีคๆ มีถึงพันแผ่นเชียวหละ เห็นร้านอยู่กลางเขาแบบนี้ไม่ธรรมดาเลย ว่ามั้ยคะไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมที่นี่ถึงได้รางวัล Best sweet มาครอง


พิชิตเขามิโตกุ

                                                            

          ถ้าชอบผจญภัย แนะนำให้มาพิชิตเขามิโตกุ กัน ที่นี่เป็นสมบัติล้ำค่าของญี่ปุ่น เพราะบนยอดเขามีวิหาร นางาอิเระโดะ (Nageiredo) ตั้งอยู่บนหน้าผาชัน มาเป็นพันปีแล้ว เป็นเรื่องอัศจรรย์มากว่า วิหารนี้ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร แต่มีความเชื่อว่าเทพเจ้าเป็นผู้ขว้างขึ้นมาติดไว้บนนี้ 
          กว่าหนึ่งชั่วโมงกับระยะทางเกือบหนึ่งกิโลเมตร ที่เราไต่ขึ้นไต่ลง ชมธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่ ท่ามกลางสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัดซันบุทสึแห่งนี้ เท่ากับเรากำลังฝึกตนแบบพระเลยหละ เพราะก่อนขึ้นทุกคนจะได้สายสะพายคล้อง เสมือนเป็นพระ ได้ปฏิบัติธรรมไปในตัว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่มาเดินป่าชิลๆ เพราะได้ทั้งพลังชีวิตและได้บุญด้วยนะ
          ทุกคนที่จะขึ้นเขาจะต้องผ่านจุดที่ต้องยกเท้าให้หลวงพี่ดูว่ารองเท้าผ่านเกณฑ์หรือเปล่า ถ้าไม่จะต้องเปลี่ยนใส่รองเท้าฟาง แบบที่เราเห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นนั่นแหละค่ะ เพื่อความปลอดภัย เพื่อนร่วมทริปได้ลอง เธอพูดคำเดียวว่า” นี่มันตีนตุ๊กแกชัดๆ” เพราะกันลื่นได้ดีแท้


ชิลๆ @ Kurayoshi

                                       
          คุระโยชิ เป็นเขตอนุรักษ์ สิ่งก่อสร้างต่างๆไว้ให้คงบรรยากาศเหมือนสมัยเอโดะ และเมจิ เคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง “Athena : Goddess of  War “ด้วยนะ ที่นี่มีเอกลักษณ์อาคารกำแพงสีขาว ที่เคยเป็นที่ผลิตสุรา และโชยุเก่าแก่ บ้านเรือนยังเป็นรูปแบบเดิมๆ  บางบ้านก็ปรับมาเป็นร้านกาแฟเก๋ๆ ร้านขายของที่ระลึก เป็นแกลอรีแสดงงานศิลปะ บางบ้านเคยค้าขายอะไรก็ยังคงทำอยู่ บ้านตัดชุดกิมโมโน บ้านขายโชยุ เครื่องจักรสาน เพ้นตุ๊กตาญี่ปุ่น ต่างเรียงรายอย่างกลมกลืน
          ที่น่าสนใจคือบ้านที่ทำโมจิมาเป็นร้อยๆ หลังนี้ ก็ยังทำอยู่ แต่ขยับขยายปรับให้น่าสนใจขึ้น โดยทำเป็น Kiyomizuan โมจิ ชาบู ชาบู ไม่เหมือนที่ไหน เค้านำผักผลไม้ปลูกเองมาผสมกับโมจิ รีดเป็นแผ่นบาง ทำเป็นรสต่างๆ ถึง 12รส  ทั้งฟักทอง ชาเขียว งาดำ บลูเบอรี่ เกาลัด แครอต พริก ฯลฯ เสริ์ฟพร้อมผัก และน้ำซุปปลาแห้ง เวลารับประทาน พอน้ำซุปเดือด ใส่ผักแล้วก็คีบโมจิแกว่งๆ ในน้ำซุป ไม่เกิน 5 วิ ก็กินได้เลย นานกว่านี้โมจิจะเหลวละลายไปในน้ำซุป สำหรับเราคงมองหาน้ำจิ้ม แต่ที่นี่เค้ากินแบบนี้เลย ไม่มีน้ำจิ้มนะจ๊ะ ชุดนึงประมาณสามร้อยบาท ก็จะได้นั่งกินชาบูในบรรยากาศบ้านเก่า แล้วขอแว้บดูมุมทำโมจิหลังบ้านเค้าด้วยก็ยังได้


กาแฟโม่หิน

                          
          Hisaraku Café เป็นร้านไฮไลท์ที่คนรักกาแฟต้องมาลองเลยเชียว เพราะเค้าใช่โม่หิน บดเมล็ดกาแฟออแกนิค ก่อนนำมาชงกับเครื่องไซฟอน เสริ์ฟกับถั่วแดง แทนน้ำตาล เก๋ไหมหละ เห็นแล้วนึกถึงโม่หินของคุณยายที่เคยโม่แป้งทำขนมให้กินสมัยเด็กๆ สงสัยต้องรื้อเอามาลองบดกาแฟบ้างแล้ว ร้านนี้ยังมีอาหารจานที่ได้ชื่อว่าเป็นเมนูแห่งคอลลาเจนที่ช่วยบำรุงผิวด้วย ชื่อว่า Pin Men หน้าตาเหมือนราเมง แต่ซุปจะเข้มข้นด้วยคอลลาเจนเป็นพิเศษ เค้าทำแค่วันละ20ที่เท่านั้นนะ สั่งมาแชร์กันก็ได้จะได้ผิวสวยกันถ้วนหน้า


Sweet Castle

                                                      
          ปิดท้ายด้วยร้านของฝาก ที่ไม่ธรรมดา เพราะสร้างจำลองแบบมาจากปราสาท Yonago ที่นี่เป็นแหล่งรวมขนมอร่อยเด่นดังประจำเมือง เรียกว่ามาที่เดียวช้อปของฝากได้ครบ แต่ที่อร่อยน้ำตาไหลฉันยกนิ้วให้คือ Matcha Fondu คัสตาร์ดชาเขียวรสเข้มข้น ที่ได้รางวัล Monde selection Golden Award สามปีซ้อน บอกเลยมาที่นี่ได้ชิมอันนี้ก็คุ้มแล้ว

          หวังว่าคงได้สัมผัสบรรยากาศ และรู้เมืองทตโตะริมากขึ้นนะคะ โอกาสหน้าจะพาไปเที่ยวชิมาเนะ เมืองที่ได้ชื่อว่ามีน้ำแร่ดี ผู้หญิงผิวสวยที่สุดในญี่ปุ่น คอยติดตามนะคะ


การบินไทย บินตรงระหว่างกรุงเทพฯและโตเกียว (สนามบินฮาเนดะ) เป็นประจำทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน
กรุงเทพฯ – ฮาเนดะ
                   ออกเดินทาง       ถึงปลายทาง   
TG660          1450               2230
TG682          2315               0655 +1 (วันรุ่งขึ้น)

ฮาเนดะ – กรุงเทพฯ
                   ออกเดินทาง      ถึงปลายทาง   
TG661          0020              0525
TG683          1045              1550

 

เรื่องโดย:   healthandcuisine.com