การบินไทยขอแจ้งให้ทราบว่า ทางบริษัทจะทำการยกเลิกเที่ยวบินร่วม ไป – กลับ เส้นทาง กรุงเทพฯ - โคตาคินาบาลู ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดเที่ยวบินดังต่อไปนี้
เที่ยวบิน TG2421 (WE421) / กรุงเทพฯ – โคตาคินาบาลู / วันจันทร์, พุธ, ศุกร์, เสาร์
เที่ยวบิน TG2422 (WE422) / โคตาคินาบาลู – กรุงเทพฯ / วันจันทร์, พุธ, ศุกร์, เสาร์

เมนู

Lifestyle Zone

อาหารไทย

      มีร้านอาหารไทยเกิดใหม่หลายร้านในกรุงเทพฯที่ผมอยากแนะนำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งร้านไทยในบ้านไทยโบราณเลิศหรูดูดีเนี้ยบเฉียบ ประเภทไฟน์ไดน์นิ่ง(Fine Dining) และร้านไทยบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ ร้านเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีรสชาติถูกปากคนไทยที่กินอาหารไทยในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ดัดแปลงรสชาติเพื่อเอาใจชาวต่างชาติ


สยามวิสด้อม(Siam Wisdom)

      ร้านแรกเพิ่งเปิดตัวไปสดๆร้อนๆตอนสงกรานต์นี้เอง มีชื่อว่าสยามวิสด้อม(Siam Wisdom) นำเสนอภูมิปัญญาอาหารไทยตำรับโบราณ รสชาติไทยแท้ๆ ในรูปแบบการบริการแบบไฟน์ไดน์นิ่งเหมือนร้านติดดาวในยุโรป ใครมาที่สยามวิสด้อมจะต้องร้องว้าว เมื่อได้เห็นหน้าตาของอาหารที่ดูดีอลังการน่าลิ้มลอง

      สยามวิสด้อมอยู่ในเรือนไทยโบราณของซอยสวัสดี หรือสุขุมวิท31 แยก 4 ซอยเดียวกับโอโอซิส สปา(Oasis Spa) เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กอาหารไทยชื่อดัง ผู้ซึ่งโตมากับร้านอาหารไทยเก่าแก่สงวนศรี กับพิธีกรดาราหนุ่มผู้ชื่นชอบในการทำอาหารอย่างชาคริต แย้มนาม กับผองเพื่อนอีกหลายคน

      แนวคิดที่ผมขอยกย่องชมเชยก็คือ เชฟชุมพลตั้งปณิธานว่าจะใช้แต่วัตถุดิบของไทยดีๆมีคุณภาพจากพื้นบ้านท้องถิ่น นำมาทำให้อร่อยดูดีมีระดับเวิลด์คลาส  ของนอกอย่างปลาหิมะ เห็ดทรัฟเฟิล ปูอลาสก้า ไม่มีทางได้เล็ดรอดเข้ามาอยู่ในเมนู มันต้องไข่มดแดง ส้มซ่า ผักพื้นบ้าน ปลาช่อนนา กุ้งแม่น้ำ นี่แหละถึงจะสุดยอด หรือถ้าเป็นของที่แต่ก่อนไม่มีในเมืองไทย ก็จะคัดแต่สิ่งที่นำมาเลี้ยงมาผลิตในบ้านเราได้แล้ว อย่างเช่นคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน ช็อกโกแลต โคขุนรายการอาหารของสยามวิสด้อมยังมีการปรับเปลี่ยนใหม่ทุกฤดูกาล หน้าไหนมีอะไรดีๆก็จะนำมาใช้ เหมือนกับร้านมีระดับในฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ซึ่งถือวันเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต เป็นการเปลี่ยนฤดูกาลอย่างเป็นทางการ
      ที่นี่แบ่งเมนูเป็นชุด มี 3 ประเภทให้เลือก ตั้งแต่ชุดโบราณ(Ancient) ตำรับไทยเก่าแก่นับร้อยๆปี บางอย่างหากินได้ยากยิ่ง กับชุดคลาสสิค(Classical) เมนูไทยซึ่งอยู่ในใจคนไทยและชาวโลก และชุดที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในความคิดสร้างสรรค์ ชุดอินโนเวทีฟ(Innovative)ลูกเล่นแพรวพราว

      หน้าร้อนอย่างนี้ ขอเชิญชวนให้มาชิมตอนเที่ยงๆแล้วสั่งเมนูอาหารกลางวัน ที่ผมยกให้เป็นซิกเนเจอร์ดิช(Signature Dish)ในใจคือ ขนมจีนน้ำพริกรสเข้มข้นหอมแหลมน้ำข้นคลั่กใส่ถั่วทอง กุ้งชีแฮ้ น้ำมะกรูด น้ำส้มซ่า และน้ำมันมะกรูดผสมพริกคั่ว กะทิสดๆคั้นจากลูก น้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ เส้นขนมจีนถูกใจผมมากเพราะเป็นขนมจีนประโดกเส้นหมักอันลือชื่อจากโคราช แกล้มด้วยเหมือดหรือผักชุบแป้งทอดกับพริกแห้งทอด

      ขนมจีนซาวน้ำก็เหมาะกับหน้าร้อน ใส่แจงลอนปลากรายผสมปลาอินทรี หน้าตาคล้ายลูกชิ้น ก่อนชิมให้บีบมะนาว เติมน้ำตาล และน้ำปลาพริก ซึ่งขนาดน้ำปลายังใช้หัวน้ำปลาหอมๆรับจากโรงงานโดยตรง

      แน่นอนว่าหน้าร้อนต้องมีข้าวแช่ด้วย ข้าวแช่หอมน้ำลอยดอกมะลิ ดอกชมนาดออร์กานิกปลูกเอง กับข้าวแช่ที่ห้ามพลาดเลยคือไชโป๊วผัดน้ำตาลชนิดกรอบๆ และก็มีพริกหยวกสอดไส้กุ้งชีแฮ้กับหมูดำคูโรบุตะนุ่มหอม หมูหวานฝอยทำเองใช้หมูสันในชั้นดี ลูกกะปิทอด ใช้กะปิคลองโคนกวนกับปลาดุกย่าง กระชาย ข่า ตะไคร้ มะกรูด นาน 6 ชั่วโมง และยังมีหอมแดงสอดไส้ที่ต้องใช้ปลาช่อนตัวใหญ่เนื้อถึงจะฟู

      ส่วนชุดโบราณนั้น จะทยอยเสิร์ฟเป็นคอร์สๆเลย ให้เลือกไส้กรอกปลาแนม ปลาแนมเนื้อละเอียดหอมๆรสละมุนละไม ใส่ส้มซ่า หอมกลิ่นกระเทียมดองกำลังดี ห่อด้วยใบทองหลาง ใบชะพลู แกล้มไส้กรอกแบบไทยๆย่างเตาถ่านรมควันมะพร้าวหอมๆกรอบๆ และก็มีแสร้งว่า เครื่องจิ้มโบราณ น้ำแสร้งว่าหอมเข้มด้วยกะปิผสมเค็มบักนัดจากอีสานที่ทำจากปลาสวายหมักเกลือและสับปะรด แกล้มด้วยกุ้งแม่น้ำหรือกุ้งนางตัวโตๆเนื้อสั่นระริกสุกกำลังดี
      ในชุดโบราณมีให้เลือกอีกเพียบ ทั้งขนมเบื้องไส้กุ้งแม่น้ำ แกงขี้เหล็กเนื้อย่าง(หรือใส่หมูดำคูโรบุตะย่าง) เนื้อเค็มต้มกะทิ แกงบวนรสหวานๆที่ใส่เครื่องใน ใบมะตูมและน้ำขึ้นฉ่าย และของหวานแสนเก๋ ข้าวตอกน้ำผึ้งกับไอศกรีมข้าวคั่ว

      หรือจะเลือกชุดคลาสสิค (1 คนได้ชิม 8 อย่าง ขนมอีก 1 อย่าง และของหวานชิ้นเล็กๆอีก 4 ชิ้น ที่เรียกว่า Petit Four) ต้องลองแกงคั่วปูใบชะพลู ใส่พริกแกง(แน่นอนว่าต้องตำเอง)ผสมปลาเนื้ออ่อน ใส่เนื้อปูม้านึ่งสดๆ นอกจากนี้ก็มี สะเต๊ะไก่บ้าน ทอดมันปลากราย มัสมั่นเนื้อควาย(ต้องลอง) ต้มยำกุ้งแม่น้ำมะพร้าวอ่อน

      ชุดที่ตื่นตาตื่นใจ ไม่ซ้ำซากจำเจต้องชุดอินโนเวทีฟ(Innovative) ในชุดมี 6 คอร์ส อย่างเมนูสร้างสรรค์สุดๆ คือแกงเลียงที่มาในหน้าตาสากล วางปลาช่อนย่างมาทั้งชิ้น รองด้วยฟักทองคูลีส์(Coulis)ต้มแล้วบดกับเนยและน้ำแกงเลียง กลายเป็นแกงเลียงที่เคี้ยวได้ อีกทั้งปูจ๋าใส่ไข่มดแดงของดีหน้าร้อน กับขนมซูเฟล่แตงไทยน้ำกะทิ แกล้มด้วยแตงไทยสดราดซอสแตงไทยน้ำกะทิโรยด้วยข้าวตอก และมีส้มตำใส่คาเวียร์หรือไข่ปลาสเตอร์เจียนชั้นดีจากโครงการหลวงอินทนนท์ด้วย กับน่องเป็ดทอดกงฟี(Confit)ราดซอสพริกขิงด้วย
    ส่วนชาคริตนั้นรับหน้าที่ดูแล อาหารไทยกินเล่นในใต้ถุนบาร์ชั้นล่าง สเปนมีตาป๊าส(Tapas)เมนูกินเล่นแกล้มจานเล็ก ชาคริตก็มีไทยป๊าส(Thaipas)น่ากิน อย่างเช่นยำหัวปลีน่องกบกระเทียม พล่าส้มโอทับทิมสยาม เนื้อโคขุนน้ำตกชีสทาโก้ผสมสไตล์เม็กซิกัน

      ขอแนะนำว่าควรโทรมาจองโต๊ะก่อนล่วงหน้าที่ 0-2260-7811-2 และสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ยังได้ส่วนลดเฉพาะอาหาร 15 % สำหรับเมนูเซทมื้อค่ำ จนถึง 31 ตุลาคม 2014  (Citibank Credit Card member, Siam Wisdom restaurant 15% discount on dinner set menu (May 1 – Oct 31’14))


ห้องอาหารช้อน(Chon) โรงแรมเดอะ สยาม(The Siam)

      ร้านถัดมาก็เก๋มีระดับไม่แพ้กัน ชื่อว่าห้องอาหารช้อน(Chon) ของโรงแรมเดอะสยาม(The Siam) ตกแต่งเลิศหรูดูเนี้ยบเฉียบสวยโบราณแต่ไม่คร่ำครึ ประดับประดาด้วยของสะสมแอนที้ค อยู่ในบ้านไม้สักไทยโบราณเก่าแก่นานนับศตวรรษ ที่มีประวัติความเป็นมาเคยต้อนรับอาคันตุกะคนดังระดับโลก อาทิเช่น อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง แจ็กเกอลีน เคนเนดี โอนาสซิส(Jacqueline Kennedy Onassis) และสายลับ 007 ดาราฮอลลีวู้ดคนดัง โรเจอร์ มัวร์(Roger Moore)

      ห้องอาหารช้อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันแสนคลาสสิก กลายเป็นแหล่งแฮงเอ้าท์ของหนุ่มสาว ซึ่งประทับใจถึงขนาดพาบุพการีและครอบครัวกลับมาชิมซ้ำ เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศและซึมซับกับอาหารรสชาติไทยแท้เข้มข้น แต่ไม่เผ็ดจัดจนเกินไป ฝรั่งกินได้ คนไทยกินดี
ทางมาโรงแรมเดอะสยามนั้น ถ้ามาจากถนนราชวิถี ไม่ต้องข้ามสะพาน ซังฮี้หรือสะพานกรุงธนฯ ให้กลับรถใต้สะพาน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนขาวมาตามเส้นทางรถเดินทางเดียว โรงแรมเดอะสยามจะอยู่ด้านซ้ายมือ ก่อนถึงวังศุโขทัย

      เมนูไทยที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดคือ เนื้อย่างจิ้มแจ่วที่นุ่มแสนนุ่ม เนื้อริบอาย Black Angus จากออสเตรเลีย ย่างเตาถ่านจนหอม ปรุงรสชาติไทยแท้หอมกรุ่นจิ้มแจ่วกินเพลิน อีกทั้งเมนูชื่อสั้นๆว่าซี่โครงหมูที่นุ่มเปื่อยร่อนและรสจัดจ้าน กรรมวิธีทำหลายขั้นตอน เคี่ยวตุ๋นกับน้ำสต๊อกหมู เครื่องปรุงและตัวสำคัญที่ทำให้หอมก็คือ น้ำผึ้งดอกลำไย ซึ่งถ้าแขกสั่งจะนำมาย่างให้ร้อนอีกครั้งและราดซอสเข้มข้น

      ต่อด้วยแกงชะพลูปู หอมกลิ่นใบชะพลูรสร้อนแรงแต่ไม่เผ็ดจัดจนเกินไป ใส่เนื้อปูเป็นก้อนๆเคี้ยวเต็มคำ ไม่ต้องไปใต้ก็ได้ลิ้มลองแล้ว อีกทั้งปลาหิมะผัดฉ่า เนื้อปลามันๆอร่อยๆรสชาติถึงเครื่อง ตัดความเผ็ดด้วยผัดผักบุ้งไทยใส่พริก แตกต่างจากร้านทั่วไปที่มักจะใช้ผักบุ้งจีน ซึ่งผักบุ้งไทยก้านโตๆ เวลาผัดจะไม่ยุบตัว และกรอบอร่อยอยู่ตลอด

      ยังมีของกินเล่นอีกหลายอย่าง ยำส้มโอสูตรน้ำยำน้ำใสไม่ใส่กะทิ คลุกมะพร้าวคั่ว แห้วต้ม มะม่วงหิมพานต์ หอมเจียว กระเทียมเจียว ยำวุ้นเส้นกุ้งใส่กุ้งทะเลตัวโตๆ ลาบเป็ดใส่หนังเป็ดคั่วกรอบๆ กับพริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ทอดกรอบๆ  อีกทั้งอาหารจานเดียว ข้าวซอยเนื้อและไก่ ผัดไทยกุ้ง แม้กระทั่งส้มตำไก่ย่างก็มีด้วย ตบท้ายด้วยของหวานไทยเก๋ๆ ไอศกรีมกะทิกับเค้กหม้อแกงและสาคูมะม่วง

      ห้องอาหารช้อนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับคนที่คุณรัก ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม ถ้าเป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ต้องโทรไปจองโต๊ะก่อนล่วงหน้าที่ 0-2206-6999 มิฉะนั้นจะมีโอกาสสูงที่คุณจะอดลิ้มลองเพราะถูกจองเต็ม
      สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ยังได้ส่วนลดเฉพาะอาหาร 10 % จนถึง 31 กรกฎาคม 2014 (Chon, The Siam : Exclusive promotion for Citibank Credit Card member, get 10% discount on food only for Citibank Ultima, Preferred, Select and Reward card member  (April 1 – July 31’14)).


ห้องอาหารมิสสยาม(Miss Siam) โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ

      อีกร้านหนึ่งตกแต่งอย่างเรียบง่ายในสไตล์ไทยร่วมสมัย ตั้งอยู่ริมสระน้ำและสวนสวยของโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ(Hua Chang Heritage Hotel) ถนนพญาไท เชิงสะพานหัวช้าง ปทุมวัน มีชื่อว่าห้องอาหารมิสสยาม(Miss Siam) ซึ่งเป็นชื่อของสายพันธุ์ดอกบัวไทยอันสวยงาม และโด่งดังไปทั่วโลกจากการประกวดดอกบัวนานาชาติปี 2550 โดยสมาคมสวนน้ำและบัวโลก

      ห้องอาหารมิสสยาม เน้นความเป็นตำรับไทยแท้ๆรสจัดจ้าน เหมือนร้านอาหารไทยพื้นบ้านในต่างจังหวัด ซึ่งชาวต่างชาติที่มาลิ้มลองก็จะได้สัมผัสอรรถรสของความเป็นไทยดั้งเดิมได้ทุกกระเบียดนิ้ว อย่างเผ็ดๆถึงเครื่องจริงแท้แน่นอน

      เมนูที่พิสูจน์ความเป็นไทยแท้ๆได้ดีคือ น้ำพริกกะปิกับปลาทู ตำรับโบราณที่ตำน้ำพริกกับเกลือ ไม่ใช้น้ำปลา ใช้กะปิเคยจากชุมพรที่เผาไฟแรงๆให้รสหายปร่า ใส่น้ำส้มเน่า ฟังชื่อดูไม่น่ากิน แต่คือส้มเขียวหวานที่เก็บไว้นานๆ เพิ่มความเปรี้ยวหอมด้วยมะอึกฝานใส่มาไม่ยั้ง เติมมะนาวอีกหน่อย แกล้มด้วยปลาทูแม่กลอง และแนมด้วยของอร่อยไม่เหมือนใครคือ ใบกะเพราผัดกับกะทิ เคี้ยวพริกขี้หนูลูกโดดตามไปด้วย เล่นเอาเหงื่อซึมด้วยความอร่อยสะใจ อีกอย่างที่รสกลมกล่อมไทยแท้ หลนเนื้อปูกับปลาฟู หอมกะทิรสนุ่มนวลชวนกิน ใช้กะทิคั้นแท้ๆ ตำรับนี้เพิ่มความหอมของหลนด้วยตะไคร้ทุบ

      ต้องการความอลังการ หลากหลาย ให้สั่งสำรับอาหารไทยชุด “ชบา”(650++) ที่มีสโลแกนว่า อร่อยครบเครื่องครบครัน กับรสชาติ ต้ม ยำ ทำ แกง ขอบอกว่าจัดเต็มละลานตาจริงๆ ชุดนี้มีตั้งแต่ หมี่กรอบทรงเครื่องเป็นชนิดเส้นกรอบๆอย่างที่ผมชื่นชอบ ไม่ใช่หมี่กรอบเหนียวๆ คลุกเครื่องหอมๆใส่ผิวส้มซ่า อีกทั้งของว่างไทยโบราณอย่างล่าเตียงไส้ไก่สับ ห่มด้วยตารางไข่ที่โรยจนสวย และถุงทองไส้เม็ดบัวมังสวิรัติ ต่อด้วยกับข้าวจานหลักในชุดชบา มีต้มยำกุ้งแม่น้ำน้ำข้นที่รสจัดจ้านหอมหวานด้วยน้ำต้มซุปเปลือกกุ้ง ส้มตำไทยใส่ถั่วกระจกเคลือบน้ำตาล กับไก่ย่างขมิ้นเนื้อสะโพกนุ่มๆ กินกับเส้นหมี่คลุกน้ำมันเจียว และแกงมัสมั่นเนื้อที่รสดีหอมมากจนยกนิ้วให้ เคล็ดลับอยู่ที่ต้องเคี่ยวกับถ่านราไฟให้ไฟอ่อนหน่อย และใส่ขิงตอนจบเพิ่มรสแหลม ให้ตัดความเผ็ดด้วย ผัดเห็ดโคนหลวง ผัดวุ้นเส้นเนื้อปู ทอดมันปลาชิ้นเล็กๆ ปิดท้ายด้วยกล้วยไข่เชื่อมราดกะทิ

      มีอาหารไทยโบราณน่ากินอีกเพียบ เช่นรวมอาหารว่างสาวสยาม มีประทัดลมหรือปอเปี๊ยะกุ้ง ปอเปี๊ยะปู สะเต๊ะสามอนงค์เนื้อ หมู ไก่ และค้างคาวเผือก ที่ต้องนวดแป้งหมี่ตอนเผือกร้อนๆ หยอดกะทิ น้ำปูนใส ใส่เกลือ ตัวไส้ผัดในกระทะทอง ใส่กุ้งและมันกุ้งแม่น้ำเพิ่มความหอมมัน อีกทั้งแกงเผ็ดเนื้อพริกขี้หนู เครื่องแกงตำเอง ใส่ใบกะเพราสดเพิ่มความหอมร้อนแรง ยำเนื้อย่างใส่องุ่น ใช้เนื้อออสเตรเลียนุ่มๆ ปลากะพงทอดราดพริกสามรส ซอสราดทำจากน้ำสับปะรดคั้นสดๆ และของหวานขนมไทยๆ อย่างเช่นลูกชุบ สังขยาฟักทอง ไอศกรีมกะทิสดโบราณมีเครื่องให้เติมหลากหลาย  

      เชิญมาชิมอาหารไทยรสร้อนแรงที่มิสสยามได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:30-22.30น. สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ 0- 2217-0777 นอกจากนี้สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ยังได้ส่วนลด 15 % สำหรับเมนูอลาคาทด้วย จนถึง 30 พ.ย. 2557(Miss Siam, Hua Chang Heritage : Exclusive promotion for Citibank Credit Cardmember, get 15% discount on A La Carte menu food only (Now – Nov 30’14))


กัลปพฤกษ์

      ต่อกันด้วยร้านอาหารไทยแท้ๆเปิดขายอยู่ในวังจริงๆ ที่มีเมนูเก๋ๆทั้งกินเล่นกินจริงไม่ดูโบราณ เข้ากันได้กับทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งเค้กของหวานยังขึ้นชื่อ ใครๆก็ลิ้มลองได้ ไม่จำเป็นต้องคลานเข่าเข้าไปกิน ในบรรยากาศอบอุ่นผ่อนคลายสบายๆ กับราคาที่รับได้ ถูกต้องแล้วครับ ผมกำลังเชียร์ 2 มือให้มาที่ร้านกัลปพฤกษ์

      กัลปพฤกษ์ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2519 ในวังประมวญ ซึ่งเป็นที่ประทับของหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี อยู่ริมถนนประมวญ สีลม ใกล้กับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โดยมีท่านผู้หญิงดัชรีรัช รัชนี(หรือคุณหญิงเล็ก) เป็นผู้ฝึกสอนติวเข้มสูตรเด็ดเคล็ดลับกับแม่ครัวทุกสิ่งอันมาตั้งแต่เริ่มแรก
 ร้านนี้ใหญ่โต มีที่จอดรถกว้างขวาง เลือกนั่งได้ทั้งข้างในร้านและบริเวณสวนด้านนอก จะมาคนเดียวก็นั่งกินได้ไม่เคอะเขินเพราะมีอาหารจานเดียวแสนอร่อยให้เลือกชิมมากมาย

      ที่สำคัญคือเขามีเมนูอาหารประจำวันเด่นๆใน 1 อาทิตย์ไม่ซ้ำกันด้วย ซึ่งวันโปรดของผมคือ วันอังคารกับเมนูข้าวมันส้มตำแกงไก่กินคู่กับหมูฝอย วันพุธมีขนมจีนน้ำพริก วันศุกร์มีขนมจีนน้ำยา และขนมเบื้องญวนในวันอาทิตย์ นอกจากนี้วันจันทร์ยังมีก๋วยเตี๋ยวแขก พฤหัสมีข้าวน้ำพริกลงเรือ เสาร์มีมะตะบะไก่/เนื้ออีกด้วย สังเกตว่าเมนูเก๋ไก๋ทุกวันเลย

      ของกินเล่นที่นี่มีโดดเด่นมากมาย อย่างเช่น ขนมถ้วยจีนหรือจุ๋ยก้วย ทำจากแป้งข้าวหอมมะลิ(บดเอง โม่เอง)นึ่ง หน้าไชโป๊วหมูสับผัด โรยหน้าด้วยเนื้อปู จิ้มน้ำจิ้มซีอิ๊วดำรสเค็มเปรี้ยวหวาน ขนมผักกาด ที่ทำจากแป้งข้าวหอมมะลิเช่นกัน ตำรับนี้ไม่ผสมหัวไชเท้า ผัดกับไข่ ใส่ถั่วงอก เป็นเมนูง่ายๆที่กินอร่อย

      เมนูจานเดียวและกับข้าวอื่นๆที่ห้ามพลาด คือโรตีแกงเนื้อพริกขี้หนูซึ่งสร้างชื่อเสียงมาช้านาน โรตีกรอบๆกับแกงพริกขี้หนูหอมๆ ถ้าไม่กินเนื้อก็มีแกงหมูพริกขี้หนู แกงไก่และไก่บ้าน แกงเผ็ดเป็ดย่าง แม้กระทั้งโรตีนมข้นก็มีให้เลือกด้วย ซึ่งแกงไก่นี้ยังมีเมนูขนมจีนแกงไก่ที่แสนจะอร่อยมากๆ ต่อด้วยจานโปรดของผมมาทีไรต้องสั่ง ข้าวสตูลิ้นวัว ชิ้นนุ่มหนาหอมๆ น้ำสตูมะเขือเทศข้นคลั่ก และเส้นจันท์ผัดไทยกุ้ง ที่เป็นเมนูยอดฮิตประจำร้าน เส้นหนึบอร่อยอีกเช่นกัน
หรือจะสั่งชุดน้ำพริกอลังการ ไม่ซ้ำกับที่ใด มีชุดน้ำพริกหนำเลี้ยบ หอมหนำเลี้ยบ ปรุงรสเค็มหวาน แกล้มด้วยกากหมู หมูหวาน ผักต้ม และชุดน้ำพริกมะกรูด ที่ปรุงด้วยน้ำมะกรูดแทนน้ำมะนาว ใส่มะม่วงดิบ โรยหน้าด้วยกุ้งต้ม ครบรสเปรี้ยวเค็มหวาน หอมอีกต่างหาก แกล้มกับปลาทูทอดและปลาดุกฟู รวมถึงชุดน้ำพริกอ่องและน้ำพริกหนุ่มเชียงใหม่ กินคู่กับไส้อั่ว หมูทอด แคบหมู ข้าวเหนียว

      จะจบเรื่องราวของร้านกัลปพฤกษ์โดยไม่เอ่ยถึงเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มก็แสดงว่ายังไม่ถึงร้านนี้ เพราะที่นี่แหละคือต้นตำรับเค้กช็อกหน้านิ่มอันเลื่องลือ(ชิ้นละ 70 บาท ปอนด์ละ 800 บาท) เนื้อเค้กบางเบาหน้าช็อกโกแลตเนียนนุ่มหอมหวานมัน กินแล้วหยุดไม่ได้ เค้กและขนมอร่อยที่ขายดีอื่นๆก็มี เค้กแครอท เค้กเจนัวกาแฟ เค้กส้ม บลูเบอร์รี่พาย คอฟฟี่เรซินและเอแคลร์รสวานิลลา กาแฟ และช็อกโกแลต

ขอบอกว่านี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของรายการอาหารขนมของที่ร้าน ต้องไปลิ้มลองพิสูจน์ด้วยตนเอง ร้านกัลปพฤกษ์ที่ถนนประมวญเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น มีอาหารครบตอน 11 โมงเช้า ส่วนวันอาทิตย์ปิดแค่บ่าย 3 โมง โทร 0-2236-4338
นอกจากนี้ยังมีสาขาบนเซ็นทรัลเวิล์ดชั้น 7 (โทร 0-2-613-1359) และที่ตึก Mercury Ville ชั้นล่าง ตรงสี่แยกชิดลม(โทร 0-2658-5565) และร้านบาย กัลปพฤกษ์(By Kalprapreuk)ที่โครงการคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์(CDC) เฟส 2 (โทร-2102-2459) ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น แต่ถ้าอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศดั้งเดิมต้องไปที่ถนนประมวญนะครับ


สยามวิสด้อม(Siam Wisdom)
ที่ตั้ง        66 ซ.สวัสดี สุขุมวิท 31 แยก 4 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร        0-2260-7811-2
เปิดบริการ    12.00 - 14.30 น. และ 18.00 - 22.30 น.(ศุกร์-เสาร์ 23.00 น.) ทุกวัน
หมายเหตุ    รายการอาหารเปลี่ยนใหม่ทุกฤดูกาล ร้อน ฝน หนาว
www.siamwisdomcuisine.com


ห้องอาหารช้อน(Chon) โรงแรมเดอะ สยาม(The Siam)
ที่ตั้ง        โรงแรมเดอะสยาม ถนนขาว วชิรพยาบาล ดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทร        02-206-6999
เปิดบริการ       11.00 -23.00 น. ทุกวัน (Last Order 22.30 น.)


ห้องอาหารมิสสยาม(Miss Siam) โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ
ที่ตั้ง        400 เชิงสะพานหัวช้าง ถ.พญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร        0-2217-0777
เปิดบริการ       10.30 - 22.30น.ทุกวัน
www.huachangheritagehotel.com


กัลปพฤกษ์
ที่ตั้ง        27 ถ.ประมวญ สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทร        02-236 4335, 02-236-4338
เปิดบริการ       08.00 - 18.00  น. ทุกวัน (อาทิตย์ ปิด 15.00 น.)

Open an external Thai Airways Public Relations Website in a new tab

ติดตามเรา

Open an external Thai Airways Facebook in a new tabOpen an external Thai Airways Twitter in a new tabOpen an external Thai Airways Channel on Youtube in a new tabLink to information about how to add official Thai Airways account on LINE applicationOpen an external the official instagram account of Thai Airways in a new tab

แอพพลิเคชั่นบนมือถือ

Open an external download Thai Airways Mobile application on iTunes App Store in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on  Google play in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on BackBerry World in a new tabOpen an external download Thai Airways THAI Touch PC application on  Windows Store in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on  Windows Phone Store in a new tab

THAI Updates

ไม่พลาดทุกโปรโมชั่น ข้อเสนอแนะ บริการใหม่ๆ และ ข่าวสารจากการบินไทย ด้วยบริการ THAI UPDATES

Star Alliance Logo - open an external Star Alliance Homepage in a new tab
This website is best viewed with Chrome, Firefox, Safari and Internet Explorer v.9 or higher.
Copyright © 2017 Thai Airways International Public Company Limited (THAI). All rights reserved.