Lifestyle zone

สุดยอดของอร่อยของ เกาะอังกฤษ
โดย หม่อมหลวง ภาสันต์ สวัสดิวัฒน์  ซิตี้แบงก์ ไดนิ่งกูรู

       ใครที่เคยนึกว่าอาหารอังกฤษไม่ค่อยมีรสมีชาติถูกปากคนไทยนัก ขอให้ลบภาพนั้นออกจากความทรงจำได้เลย ความจริงแล้วผมชื่นชอบอาหารอังกฤษมาตั้งนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารอังกฤษแบบดั้งเดิมในผับ(ผับในอังกฤษต่างจากผับแบบไทยๆ ตรงที่ผับหรือพับลิคเฮาส์ของอังกฤษนั้นเปรียบเสมือนแหล่งพบปะสังสรรค์ของชุมชน มีผับมากมายที่เสิร์ฟอาหารซึ่งอนุญาตให้เด็กๆที่มากับพ่อแม่เข้ามากินอาหารด้วยกัน)

      อีกทั้งอังกฤษในยุคปัจจุบันอุดมไปด้วยร้านอาหารประเภทดาวรุ่งพุ่งแรงโดยคนรุ่นใหม่ไฟแรง ทั้งที่เป็นของเชฟชาวอังกฤษเองและเชฟชาติอื่นที่อพยพมาอยู่ในประเทศนี้ตั้งแต่ยังเล็ก

 

      เริ่มกันด้วยร้านที่มีดีกรีระดับ 1 ดาวมิชลิน เพิ่งเปิดมาไม่นานเมื่อ ฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 2013 นี้เอง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เบอร์มิงแฮม(Birmingham)ในภูมิภาค  West Midlands ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

 

      ร้านนี้มีชื่อว่า Adam’s ตั้งตามชื่อเชฟเจ้าของร้าน ดาวรุ่งแห่งเมืองเบอร์มิงแฮม Adam Stokes เพียง 6 เดือนหลังจากเปิดร้าน ก็ประสบความสำเร็จได้รับดาวมิชลินดวงแรกแล้ว ซึ่งเป็นเพียงร้านลำดับที่ 4 ของเมืองเบอร์มิงแฮมที่ได้ดาวแห่งเกียรติยศ การจะเป็น ร้านติดดาวนั้นไม่ใช่ง่ายๆ เพราะอาหารต้องมีรสชาติเยี่ยม การบริการต้องไม่มีที่ติ การตกแต่งร้านต้องมีระดับ

 

      Adam’s คือร้านอาหารประเภทไฟน์ไดนิ่งชั้นเลิศร่วมสมัย (contemporary fine dining) ซึ่งมีขนาดเล็กมาก จุคนได้เพียง 25 ที่นั่ง ก่อนที่จะมาชิมจึงควรโทรจองก่อนล่วงหน้า ร้านนี้ตกแต่งได้เฉียบและร่วมสมัยจริงๆ มีฉากภาพวาด 3 มิติ ดูเหมือนร้านมีช่องทางเดินลึกเข้าไปอีก ทำให้รู้สึกไม่คับแคบ

      หน้าตาอาหารร้านนี้ดูเนี้ยบ ทันสมัย น่าตื่นตาตื่นใจ เชฟอดัมจับเอาวัตถุดิบหลายๆอย่างซึ่งมีความแตกต่างกันมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อรวมกันแล้ว จะมีความหลากหลายของรสชาติและเนื้อสัมผัส(Texture)หลากมิติและไปในทางเดียวกันได้ เปรียบเสมือนการบรรเลงเพลงของวงซิมโฟนีออเคสตร้าทีเดียว

 

      เมนูที่เราชิมนั้นเรียกว่า Menu Tasting เป็นสิ่งละอันพันละน้อยจำนวน 9 คอร์ส มีตั้งแต่ กุ้ง Brown Shrimp ตัวเล็กๆราดซอสแบร์ (BROWN SHRIMPS, BEARNAISE) ที่ขอยืมภาษาอีสานมาใช้ว่ารสชาตินัวมาก กลมกล่อมเข้ากันดีทุกสิ่งอัน

      ตามมาด้วยจานที่ผมโปรดปรานตื่นตาตื่นใจมากที่สุดคือ Sweetbreads ที่ไม่ใช่ขนมปัง แต่หมายถึง ต่อมไธมัสหรือตับอ่อนของลูกแกะ ซึ่งทอดได้กรอบหอมมันมาก ราดซอสหัวหอมบด แกล้มด้วยข้าวเพิร์ลบาร์เลย์ที่ขัดสีจนสีนวลสวย(SWEETBREADS, WHITE ONION,PEARL BARLEY)

       จานถัดมาเป็นเนื้อปลามังค์ฟิช(Monkfish)ที่หน้าตาประหลาด ส่วนหัวโตๆฟันเยอะเต็มปากกว้างๆ แต่เนื้อส่วนหางอร่อยเหมือนกินกุ้งมังกร เสิร์ฟคู่กับแก้มวัว(Ox Cheek)ที่เปื่อยหอมเข้าเนื้อมาก


      นกพิราบย่าง(Wood Pigeon)ก็อร่อย ปรุงได้รสชาติถูกปากคนไทย ไม่เค็มเกินไปเป็นคู่แข่งนกพิราบฮ่องกงได้เลย กินคู่กับหัวบีตรูต ตามด้วยเมนูหอยเชลล์กับหัวหอมรมควัน และดอกกะหล่ำอบ(Scallops, Roasted Cauliflower, Smokes Onion)

 

    

      จานถัดมาเป็นแกะที่เนื้อสีชมพูนุ่มหอม ที่ไม่เหม็นสาบ รสดีอีกแล้ว มีซอสผักที่ทำให้กินแล้วไม่เลี่ยน โดยทุกๆจานจะมีซอสราดที่แสนอร่อยต่างๆนานา รสชาติถูกปากคนไทย

      จากนั้นคั่นรายการด้วยพีชกับครีม มีแป้งกรอบๆโรยหน้า แล้วก็ถึงเวลาของการชิมของหวานเป็น ดาร์คช็อกโกแลตรสเข้ม กับฟองน้ำชาเอิร์ลเกรย์ที่เคี้ยวได้เนื้อหยุ่นๆอร่อย อีกทั้งไอศกรีมมอลต์บาร์เลย์(Dark Chocolate, Earl Grey, Malted Barley) จบด้วยผลไม้แบล็คเบอร์รี่ กับแอปเปิ้ล ซึ่งไม่ได้แค่เสิร์ฟผลไม้สดมาให้ แต่มีลูกเล่นต่างๆมากมาย ทั้งกรอบๆ นุ่มๆหอมครีม หนึบๆในคำเดียว

      ผมชิมร้านอาหารระดับดาวมิชลินมาก็มากแล้ว แต่ขอบอกว่า Adam’s คือร้านที่ผมชื่นชอบอยู่ในอันดับแรกๆเลยทีเดียว สมควรที่นักชิมจะดั้นด้นตามไปลิ้มลองถึงเบอร์มิงแฮม แล้วจะได้ทราบว่าอร่อยหลากมิติหลากรสชาติเนื้อสัมผัสนั้นเป็นฉันใด

 

      ADAM’S RESTAURANT
      21A Bennett's Hill, Birmingham, West Midlands B2 5QP
      Tel: +44 121 643 3745


      เป็นที่ทราบกันดีในหมู่คนไทยว่าอาหารจีนในอังกฤษนั้นอร่อยเหลือหลาย ตามปกติผมจะเลือกชิมอาหารจีนในภัตตาคารจีนที่มีความเป็นจีน(Very จีน)มากๆ เหมือนกับเวลาที่พวกเราชาวไทยไปเที่ยวเมืองนอก เราก็จะเข้าร้านไทยที่เจ้าของเป็นไทยแท้ ไม่ใช่เป็นของชาวเอเชียชาติอื่นๆ (เคยหลุดเข้าไปครั้งหนึ่ง ขนาดไข่เจียวยังรสชาติหน้าตาไม่เหมือนไข่เจียวตำรับไทยเลย)
      แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น นอกจากร้านเป็ดย่าง Four Seasons ที่ Queensway ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มาลอนดอนครั้งใดต้องแวะไปชิม มิฉะนั้นจะเหมือนว่ามาไม่ถึงลอนดอนแล้ว ผมขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง ให้เปลี่ยนบรรยากาศไปลองชิมติ่มซำที่ภัตตาคารจีนระดับ 1 ดาวมิชลินที่มีชื่อว่า Hakkasan กันบ้าง

     

      Hakkasan คือภัตตาคารจีนกวางตุ้งโมเดิร์นที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ตกแต่งร้านแบบร่วมสมัย โทนเข้มๆมืดๆสีดำทอง การเสิร์ฟการบริการเป็นแบบ Fine Dining เหมือนร้านอาหารยุโรปชั้นดี รูปลักษณ์หน้าตาอาหารทันสมัย นับเป็นการปฏิรูปเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการอาหารจีนเลยทีเดียว และรสชาติอาหารนั้นอร่อยถูกปากไม่เหมือนใคร

      เรามาที่ Hakkasan Hanway Place ซึ่งเป็นสาขาแรก เปิดมาตั้งแต่ ค.ศ. 2001 ได้ดาวมิชลินมานาน 12 ปีแล้ว  ซึ่งในลอนดอนยังมีอีกสาขาที่ Mayfair และได้ขยายสาขาไปทั่วโลกรวม12 แห่งด้วย

      มื้อกลางวันวันนั้นเน้นเมนูติ่มซำอลังการ ซึ่งทั้งอร่อยและทั้งตกแต่งได้หน้าตาดีทันสมัย เริ่มด้วยซุปจีน เกี๊ยวน้ำทะเลหรือ Seafood Dumpling Consomme ก้อนใหญ่กว่าปากเป็นเท่าตัว ไส้เนื้อปูเป็นก้อนๆไม่ใช่เป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนน้ำซุปนั้นหวานหอมที่สุด

 

    

      ต่อด้วยของนึ่งอลังการมีทั้ง ขนมจีบหอยเชลล์(Scalop Shumai) และ XO Scallop Dumpling ทำจากแป้งข้าวเหนียวไส้หอยเชลล์กับซอส XO รสจัดจ้านเผ็ดนิดๆ และเสี่ยวหลงเปาไส้ปูที่มีน้ำซุปอยู่ข้างใน ใช้ช้อนตักแล้วเล็มชิมน้ำซุปร้อนๆเสียก่อน จากนั้นค่อยละเลียดส่วนที่เหลือ แล้วก็มีฮะเก๋าที่เคี้ยวเนื้อกุ้งได้เต็มคำ(สำหรับคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ SCALLOP SHUMAI, XO SCALLOP DUMPLING, STEAMED CRAB MEAT SIEW LONG BUN, HAR GAU) นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบกวางตุ้งไส้เห็ด 3 ชนิด(THREE STYLE MUSHROOM CHEUNG FUN) แป้งนิ่มหนึบหอมน้ำราดที่ปรุงด้วยซีอิ๊ว

      ของทอดยิ่งดูดีมีรสชาติ  มีฟักทองผสมแป้งข้าวเหนียวไส้เป็ดรมควัน ปั้นให้ดูเหมือนลูกฟักทองไซส์เล็กมินิน่าเอ็นดู ตามมาด้วยโรลล์เป็ดรสชาติคล้ายเป็ดปักกิ่งห่อแป้งเป็นม้วนๆ อีกทั้งเผือกทอดไส้ไก่กับงาขาวทำเป็นรูปลูกแพร์ (CRISPY SMOKED DUCK AND PUMPKIN PUFF, CRISPY DUCK ROLL, FRIED TARO PEAR WITH CHICKEN) ตบท้ายด้วยโรลล์แป้งข้าวเหนียวกรอบนอกนุ่มใน(STICKY RICE ROLL)

     

     สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือ Hakkasan จะไม่เสิร์ฟขนมสไตล์จีน มีแต่ขนมหวานแบบฝรั่ง และเมนูซึ่งอร่อยที่สุดเทียบชั้นของหวานฝรั่งเศสได้เลย คือช็อกโกแลตบาร์ทำเป็นแท่งๆซึ่งมีด้านล่างกรอบๆเคียงมาด้วยลูกเชอร์รี่สด กินคู่กับไอศกรีมเชอร์เบทรสเชอร์รี่(Chocolate cherry bar and cherry pate de fruit with cherry sorbet) ขณะที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ยังรู้สึกหิวขึ้นมาทันที อยากไปชิมอีกเป็นที่สุด

     ที่ Hakkasan ยังมีเมนูอาหารจานต่างๆอร่อยๆอีกมากมาย เชิญเปิดเข้าไปดูได้ที่ www.hakkasan.com และเวลาไปร้านนี้อย่าลืมแต่งตัวให้โก้เก๋สไตล์ Smart Casual นะครับ

 

      Hakkasan Hanway Place
      8 Hanway Place London W1T 1HD
       +44 (0) 207 927 7000
      Reservations  reservation@hakkasan.com

 

 

      ต่อกันด้วยภัตตาคารจีนขนาดใหญ่ แบบ Traditional ในย่าน Marylebone ซึ่งมี โต๊ะจีนกลมๆแน่นร้านให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในภัตตาคารที่ฮ่องกง เป็นร้านที่ได้รับความนิยมในหมู่คนอังกฤษอีกทั้งคนเอเชียอย่างพวกเราด้วย รวมถึงเป็นร้านที่สำหรับเลี้ยงรับรองแขกเหรื่อที่มาจากเมืองไทย

 

      เมนูโต๊ะจีนนั้นมีตั้งแต่สลัดปูนิ่มชุบแป้งทอด(SOFT SHELL CRAB WITH FRESH SALAD) กรอบๆฟูๆวางซ้อนกันมาแทบจะล้นจาน ตามด้วยจานโปรด กุ้งมังกรเนื้อสดหวานผัดขิงและต้นหอม (FRESH LOBSTER WITH GINGER & SCALLION) และปลามังค์ฟิชเนื้อหนึบเป็นก้อนๆเหมือนกินกุ้งมังกร ผัดกับผักคะน้าฮ่องกง (SAUTEED  MONK FISH FILLET)

 

      กุ้งทะเลผัดเปรี้ยวหวาน (SWEET & SOUR KING PRAWN) ก็รสชาติดี อีกทั้งปลาหมึกคั่วพริกเกลือ (CRISPY SQUID WITH CHILLI, GARLIC & PEPPERCORN SALT) หอมๆ ปิดท้ายด้วยข้าวผัดทะเลห่อด้วยใบบัวจานโต (SEAFOOD FRIED RICE IN LOTUS LEAF WRAP)

 

 

      PHOENIX PALACE RESTAURANT
      5 Glentworth Street, London NW1 5PG
      Tel: +44 20 7486 3515

 

 

      นอกจากนี้ขอแนะนำร้านโปรดของครอบครัวเรา ตลอดสามสิบกว่าปีมานี้ คุณชายถนัดศรีแวะเวียนไปกินมื้อกลางวันที่นั่นอยู่เสมอมา ใครที่จะตามไปชิมต้องมียานพาหนะส่วนตัว เพราะร้านนี้อยู่ไกลออกไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ(60กม.จากลอนดอน)อยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆชื่อ Sonning on Thames ใกล้กับเมือง Reading

      ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหารและโรงเตี๊ยมสุดหรูอายุกว่า 200 ปี ซึ่งสมัยก่อนคือ Coaching Inn อันหมายถึงที่พักสำหรับผู้เดินทางโดยรถม้า มีชื่อว่า เฟร้นช์ฮอร์น(French Horn) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ช่วงที่กว้างแค่คลองบางกอกน้อย ถ้าใครพาแฟนไปให้ถือโอกาสขอแต่งงานเสียเลย รับรองเจ้าหล่อนกระโดดกอดตอบรับทันที เพราะบรรยากาศเป็นใจยิ่งนักโรแมนติคอย่าบอกใคร

 

     

      เมื่อไปถึงที่นั่น พนักงานมาดโก้พาเราไปนั่งในห้องนั่งเล่น เพื่อสั่งอะไรมาจิบเรียกน้ำย่อยก่อน ให้สังเกตของดีอยู่ตรงหน้าเตาผิง เป็ดเสียบแท่งเหล็กสี่ตัวที่กำลังหมุนรอบตัวเองอย่างช้าๆ นั่นแหละคือเมนูโอชะมื้อนี้ได้แก่ เป็ดหันกับเตาผิงแบบฝรั่งเศส

      หลังจากละเลียดเครื่องดื่มแล้วคณะเราก็จะย้ายไปนั่งในห้องอาหารซึ่งเป็นห้องกระจกเห็นวิวแม่น้ำเทมส์(ขอเรียกคลองเทมส์ดีว่า)และสวนสวย มื้อกลางวันจะมีลูกค้าเข้ามาจับจองโต๊ะกันเต็มไปหมด ทุกคนล้วนแล้วแต่ใส่สูทแต่งตัวดีกันทั้งสิ้น

 

 

 

      ขอบอกว่าอาหารที่เฟร้นช์ฮอร์นอร่อยถูกปากทุกๆเมนู เชิญเลือกได้ตามใจชอบ แต่สิ่งสำคัญที่สุด ต้องลิ้มลองจานหลักที่ผมตั้งตารอมาตลอดทุกทริปที่ไปเยือน นั่นก็คือเป็ดหันหรือเป็ดย่างครึ่งตัว ราดน้ำซอสเกรวี่เป็ดเข้มข้นกินกับแอปเปิ้ลซอสและเครื่องที่ยัดไส้เป็ดไว้ มีเครื่องเคียงเป็นมันอบ เห็ดและผักต่างๆ (Half a Spit Roasted Duck served with an Apple Sauce, Dry Sage seasoning and a Rich Duck Sauce) กับอีกจานที่คนชอบกินเนื้อห้ามพลาด สเต๊กเนื้ออเบอร์ดีนแองกัสเซอร์ลอยน์ชิ้นหนาๆมีมันติดขอบเป็นก้อนๆ (Aberdeen Angus Sirloin Steak) อร่อยอย่าบอกใครจนอยากกินอีกจาน  รับรองว่าถ้ามาร้านนี้แล้ว กลับไปคุยโม้ได้ตลอดชีวิตว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาชิมอาหารอร่อยที่สุดบนเกาะอังกฤษทีเดียว

 

      The French Horn, Sonning on Thames,
      Berkshire, RG4 6TN
      โทร +44 (0) 118 969 2204

 

      อังกฤษยังมีของอร่อยอีกมากมายที่ผมยังไม่ได้มีโอกาสเอ่ยถึง อาทิเช่น ของว่างในมื้อน้ำชายามบ่าย ฟิชแอนด์ชิปอันเป็นอาหารเอกลักษณ์ของชาวอังกฤษ รวมถึงโรสต์บี๊ฟนุ่มๆและยามสายวันอาทิตย์ ขอเชิญไปท่องเที่ยวและตามล่าหาความอร่อยกัน แน่นอนว่าจะต้องประทับใจในอาหารอังกฤษแน่นอนครับ