การบินไทยขอแจ้งให้ทราบว่า ทางบริษัทจะทำการยกเลิกเที่ยวบินร่วม ไป – กลับ เส้นทาง กรุงเทพฯ - โคตาคินาบาลู ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดเที่ยวบินดังต่อไปนี้
เที่ยวบิน TG2421 (WE421) / กรุงเทพฯ – โคตาคินาบาลู / วันจันทร์, พุธ, ศุกร์, เสาร์
เที่ยวบิน TG2422 (WE422) / โคตาคินาบาลู – กรุงเทพฯ / วันจันทร์, พุธ, ศุกร์, เสาร์

เมนู

Lifestyle Zone

เที่ยวเมืองเก่าไปกับเรา สัมผัสเสน่ห์เกียวโต

  • อยากไปเกียวโตมานานแล้วเพราะหลงรักเมืองเล็กๆที่มีวัฒนธรรมความเก่าแก่และที่สำคัญที่สุดมีคาแรกเตอร์ที่เห็นได้ชัด  เมืองเก่าแก่เล็กๆ ทีมีชื่อว่าเกียวโตมีครบหมดค่ะ 

    วันแรกที่ไปถึงก็วางแผนนั่งรถไฟเข้าเกียวโตเลย แนะนำอย่างนี้นะคะ ถ้ามีแพลนจะแวะนอนโอซาก้าขากลับ ให้แยกเสื้อผ้าออกส่วนหนึ่งใส่เป้ ที่เหลือใช้บริการแบ็คแคท (Black Cat) หลายๆ โรงแรมจะมีบริการนี้  ส่งกระเป๋าใหญ่ไปฝากไว้ที่ Concierge ที่โรงแรมที่จองไว้ในโอซาก้าได้เลยค่ะ สะดวกมากและไม่แพงจะทำให้การท่องเที่ยวคล่องตัวมาก

    เครื่องบินจะลงที่สนามบินคันไซ โอซาก้า  แนะนำให้ไปซื้อตั๋วรถไฟที่สนามบินได้เลย ถ้าต้องการเข้าเกียวโตเลยให้ซื้อ คันไซพาส (Kansai Pass) มีแบบสามวันและห้าวันค่ะสามารถนั่งไปเที่ยวเมืองต่างๆได้เช่น  โอซาก้า เกียวโต โกเบ และนารา

    ครอบครัวเราหิ้วแบ็คแพ็คคนละใบ นั่งรถไฟไปลงที่นัมบะ (Namba Station) แล้วต่อสาย สีแดงไปลงอูเมดะ (Umeda Station) จากนั้นนั่งรถไฟ Limited Express มาลงเกียวโตใช้เวลาเกือบสี่สิบนาที   รถไฟก็ไม่แน่นมาก  คนญี่ปุ่นจะมีระเบียบวินัย เพราะฉะนั้นการเดินทางจะไม่แออัดเช่นที่อื่น

    อากาศช่วงปลายปีกำลังสบายมาก สิบกว่าองศา ใส่เสื้อหนาวตัวเดียวก็อยู่แล้วค่ะ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี เป็นสีแห่งฤดูใบไม้สีเหลืองทองและแดง หรือฤดู red leaves ชวนให้เพลิดเพลินกับการถ่ายรูป จากสถานนีรถไฟที่เกียวโตจุดแรกที่ไปเที่ยวคือ วัดเก่าคินคะคุจิ หรือวัดทอง (Kinkakuji Golden Pavilion) ซึ่งเป็นวัดเก่าสีทองอร่ามล้อมรอบไปด้วยสวนญี่ปุ่นที่สวยงาม อย่าพลาดนะคะสวยจริงๆ

    มาเที่ยวเกียวโตอย่าใช้กระเป๋าลากนะคะ  ล้อจะพังหมดเพราะส่วนใหญ่เป็นวัดเก่าแก่ ถนนก็เป็นถนนหินสมัยโบราณ (cobbled road) จะมีอีกวัดหนึ่งที่คู่กับวัดคินคะคุจิ นั้นคือวัดกินกาคุชิ (Ginkakuji Silver Pavilion) หรือวัดเงินนั่นเอง ซึ่งสวยไม่แพ้กันสมควรชมทั้งสองแห่งค่ะอยู่ไม่ไกลจากกันเลย



    หลังอาหารกลางวัน มีอีกหนึ่งวัดที่ต้องไม่พลาดเด็ดขาด คือวัดคิโยะมิซุ (Kiyomizudera  Temple) ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่ดังมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นค้นพบในช่วงศตวรรษที่แปด จุดตั้งคือ นํ้าตกโอโตว้า (Otowa Waterfall) วัดนี้โด่งดังเพราะเวทีใม้ที่ใหญ่มากที่ยื่นออกมาจากไหลเขาสูง 13 เมตร บรรยากาศรอบๆ ดูร่มรื่นด้วยต้นใม้ตามไหลเขาที่เริ่มเปลี่ยนสีดูสงบและศักดิ์สิทธิ์แบบบอกไม่ถูก

    เหลือเวลาช่วงบ่าย จึงตัดสินใจไปแวะเที่ยวเมืองเก่าที่ กิออน (Gion) เป็นจุดที่มีสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่เก่าแก่    มีบ้านแบบหญี่ปุ่นทีมีประตูทางเข้าเล็กมากและโรงแรมขนาด boutique ที่น่าอยู่หลายแห่ง รวมทั้งร้านอาหารเก่าๆ เราเดินเข้าซอยเล็กซอยน้อย ดูความเป็นอยู่ของคนพื้นเมือง มาพบร้านขนมเก่าแก่ที่มีขนมหน้าตาน่าทานมาก หน้าร้านมีชื่อว่า Kagizen ตัดสินใจซื้อมาลองชิมดู อร่อยเลยค่ะ

    เข้าบ่ายแก่แล้ว เราจึงตัดสินใจขึ้นรถไฟต่อไปยังเมืองโอฮาร่า(Ohara)ชานเมืองเกียวโต นี้คือจุดหมายสำคัญของเราคือเมืองที่เราจะไปพักแรมนั่นเอง เรานั่งรถไฟต่อไปอีกในราวสี่สิบนาทีก็ถึงเมืองโอฮาร่าเมืองเล็กๆ ที่เลื้อยไปตามไหลเขา  เรานั่งรถแท็กสี่ที่ มีคุณลุงแก่ๆ แต่ยังดูแข็งแรงอยู่ขับรถลัดเลาะไปตามไหลเขาสูงขึ้นๆ จนเรามองเห็นเมฆหมอกเป็นชั้นๆ ปกคลุมตามไหลเขา อดถามตัวเองไม่ได้ว่าสวยแบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าสวรรค์   เมื่อรถขับสูงขึ้นๆ ก็จะเห็นหุบเขา  นาข้าว  และลำธาร

    รถเรามาจอดหน้าเรียวกังที่ชื่อว่าเซอโย้(Seryo)เป็นลักษณะบ้านญี่ปุ่นที่ไม่ใหญ่มาก ในหมู่บ้านเล็กๆที่ดูสงบ ที่เซอโย้ มีห้องพักแค่เก้าห้อง ที่เปิดออกไปเห็นสวนญี่ปุ่น  มีบ่อปลาคาร์ฟว่ายไปมา และมีต้นลูกพลับด้วยค่ะ นี้คือบรรยากาศที่มองมามาโดยตลอด  เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ชายญี่ปุ่นสูงใหญ่นำพาเราเข้าหัองพัก ที่ห้องดูกว้างปูเสื่อทาทามิ โต๊ะอาหารแบบญี่ปุ่นสำหรับทานข้าว นั่งพักผ่อน และเฉลียงที่เปิดออกสู่สวนญี่ปุ่นที่ล้อมรอบไปด้วยต้นใม้นาๆชนิด
    เราเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อคลุม ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย เตรียมตัวออกไปนั่งทานข้าวมื้อเย็นที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ มีจานเล็กจานน้อยมากมายมีถึง 5-6 คอส  ตบท้ายด้วยชาบูเนื้อที่อร่อยนุ่มมาก ทานกับไวน์ Umeshu    ชั่งไปด้วยกันได้ดีเหลือเกิน ไวน์ Umeshu คือการหมักลูกพลัมในแอลกอฮอล์
     นานพอให้เกิดรสชาติกลมกล่อมหอมหวาน ไวนชนิดนี้เหมาะที่จะทานร่วมกับซูชิหรือซาชิมิอย่างมาก

    หลังทานมื้อเย็นเราไปเดินย่อยอาหารกันที่วัดเก่าแก่เล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ทีพัก  เป็นวัดที่ทำด้วยไม้ทั้งหลัง   เราได้ยินเสียงสวดมนต์ตลอดเวลาที่เดินชมวัดรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก   วัดนั้นถูกสร้างล้อมรอบต้นใม้ที่มีความเก่าแก่เป็นหลายร้อยปีทีเดียว  ช่วงกลางคืนจะสวยงามมากเพราะมีไฟตกแต่ง

    เราพักเพียงคืนเดียวค่ะ รุ่งขึ้นเช้าหลังเดินเล่นดูเมืองเราก็นั่งรถไฟกลับเกียวโต กลางวันแวะทานร้านเทมปุระที่มีอายุเก่าเกือบเจ็ดสิบกว่าปี ชื่อว่าโยชิกาว่า (Yoshikawa) เป็นร้านเล็กมากๆ รับลูกค้าไม่เกินสิบคน มีกุ๊กหนึ่งและหญิงเสริฟหนึ่งเท่านั้น  ทุกคนนั่งที่เคาเตอร์หันหน้าเข้าหากุ๊กรอทานเทมปุระที่ถูกทยอยบรรจงวางบนจาน แต่ละชิ้นกรอบอร่อยร้อนกำลังพอดีกุ้งสดมาก ที่สำคัญไม่เลี่ยนเลยเพราะเขามีเคล็ดลับของแป้งและการทอดตกทอดมายาวนาน

    หลังอาหารกลางวัน ก็ไปเที่ยวชมวัด ฟูจิมิ อินาริ ไทชา (Fushimi Inari-Taisha Shrine) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชา God of Rice and Sake ในช่วงศตวรรษที่แปด  ความโดดเด่นของวัดนี้คือ ทางเดินที่มีเสาสีส้มสดเรียงลายถึงกว่า 5,000 ต้น ดูแปลกและสวยงามมาก ต้องแข็งแรงพอควรที่จะเดินขึ้นสู่สุดยอดเขา ใช้เวลาขึ้นลงอย่างน้อยๆเกือบชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว แต่คุ้มค่ะเพราะวิวตามเส้นทางสวยไม่เบา เวลาเที่ยวญี่ปุ่น ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ซื้อไอศกรีม soft-serve ที่มีขายทั่วๆ ไปเพราะอร่อยมากถึงมากที่สุด รสชาติครีมมี่ หวานหอม เราซื้อทานกันทั้งวัน  รสงาดำกับชาเขียวขอเน้นเป็นพิเศษค่ะ



    บ่ายแก่ๆเราก็กลับโอซาก้า กลางวันหยุดทานข้าวหน้าปลาไหลร้านดังชื่อฮองชิบาโต้ (Honke Shibato) ที่มีอายุยาวนานถึง300 ปี เขาดังเรื่องข้าวปลาไหลมากเพราะฉะนั้นก็ไม่ขายอย่างอื่นเลย หลังเอาของเก็บโรงแรมก็นั่งรถไฟไปเอนจอยโกเบ (Kobe) ยามเย็น  ตัวเมืองถูกประดับด้วยไฟหลากสีสวยงามเป็นเมืองที่มีสีสันมาก มีหนุ่มสาวเดินเที่ยวยามเย็นเต็มถนนเลยทีเดียวค่ะ       มาเมืองนี้มื้อเย็นก็ไม่หนีทานเนื้อโกเบค่ะ จะเห็นร้านอาหารแบบ steak house มากมาย ด้วยความหิวเราเลยแวะทานร้านริมถนนที่มีผู้คนนั่งเต็ม ขอบอกว่าอร่อยค่ะ เนื้อนุ่มมากๆ ทานกับสลัดและข้าว มีนํ้าซุปด้วย



  • เช้ารุ่งขึ้นก่อนเดินทางกลับรินกุ ทาวน์ทีสนามบินคันไซ เราแวะทานราเมนที่เลื่องลือของโอซาก้าที่ร้านชื่ออิชิรัน (Ichiran Ramen)  ร้านนี้ต้องช่วยตัวเองพอสมควร เพราะผู้ทานต้องเลือกวัตถุดิบที่จะทานก่อนเข้าร้าน เช่น ชนิดของเส้น  นํ้าซุป ผักและเครื่องปรุงต่างๆก่อนเข้านั่งค่ะ แต่คุ้มนะคะ เพราะเราจะได้ทานตามรสชาติที่ชอบ ทริปนี้แม้ว่าสั้น แต่ก็ได้เห็นไฮไลต์สำคัญๆของเกียวโตหลายแห่งค่ะ สมหวังและจะจดจำไปอีกนานแสนนาน



    ถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์จริง โดย คุณกุมารี รัตนทิพ นักเขียนอิสระ เขียนงานให้กับหนังสือ Hello!, นิตยสาร Numero และหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบชั้นนำต่างๆ


Open an external Thai Airways Public Relations Website in a new tab

ติดตามเรา

Open an external Thai Airways Facebook in a new tabOpen an external Thai Airways Twitter in a new tabOpen an external Thai Airways Channel on Youtube in a new tabLink to information about how to add official Thai Airways account on LINE applicationOpen an external the official instagram account of Thai Airways in a new tab

แอพพลิเคชั่นบนมือถือ

Open an external download Thai Airways Mobile application on iTunes App Store in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on  Google play in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on BackBerry World in a new tabOpen an external download Thai Airways THAI Touch PC application on  Windows Store in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on  Windows Phone Store in a new tab

THAI Updates

ไม่พลาดทุกโปรโมชั่น ข้อเสนอแนะ บริการใหม่ๆ และ ข่าวสารจากการบินไทย ด้วยบริการ THAI UPDATES

Star Alliance Logo - open an external Star Alliance Homepage in a new tab
This website is best viewed with Chrome, Firefox, Safari and Internet Explorer v.9 or higher.
Copyright © 2017 Thai Airways International Public Company Limited (THAI). All rights reserved.