เนื่องจากศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ THAI Contact Center มีความจำเป็นต้องปรับปรุงระบบโทรศัพท์ ระหว่างเวลา 01.00 - 02.00 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม 2560 ซึ่งมีผลให้ต้องปิดการให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว จึงขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ ที่นี้

เมนู

ข้อมูลการท่องเที่ยว


ข้อมูลทั่วไป

เดินทางสบายๆ กับการบินไทย

การตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง


ผู้โดยสารระหว่างประเทศควรตรวจสอบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพและข้อมูลการฉีดวัคซีนก่อนการเดินทาง และควรศึกษาข้อควรระวังและข้อมูลสถานการณ์ของประเทศปลายทางทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง

ระหว่างอยู่บนเครื่อง

การเดินทางโดยเครื่องบินอาจทำให้เกิดความอ่อนล้า ความเครียด ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปวดหู เท้าบวม ปวดเมื่อย นอนไม่หลับ หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือเส้นเลือดดำที่ขาอุดตัน
 
วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้เพื่อให้การเดินทางราบรื่น คือ

• อย่ารับประทานอาหารหนัก และมีปริมาณมากเมื่ออยู่บนเครื่อง
• สูดหายใจลึกๆ พยายามผ่อนคลายอารมณ์เพื่อลดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหารอันเป็นสาเหตุของอาการท้องอืด
• พยายามดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้ให้มากๆ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือมีกาเฟอีนเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
• ใช้แว่นสายตาแทนการใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากตาจะแห้งกว่าปกติเมื่ออยู่บนเครื่องบิน ถ้าต้องการใช้คอนแทคเลส์ควรหยอดน้ำตาเทียมเป็นระยะ
• ทาครีมบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง
• ใส่เสื้อผ้าที่ไม่คับเกินไป ถอดรองเท้าระหว่างอยู่บนเครื่อง และพยายามเดินเพื่อลดอาการปวดเมื่อยจากการนั่งนานๆ
• บริหารร่างกาย ขยับขาและข้อเท้าตามคำแนะนำบนเครื่อง
• ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยารับประทานก่อนขึ้นเครื่อง หากท่านมีอาการเมาเครื่องบิน และพยายามมองวัตถุที่นิ่งเมื่อเครื่องบินตกหลุมอากาศ เพื่อลดอาการเมาเครื่องบิน
• ล้างมือบ่อยๆ เพื่อสุขอนามัย
ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรปรับการรับประทานยาและอาหารตามเขตเวลาที่เปลี่ยนแปลง สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องฉีดยาอินซูลินควรแจ้งสารการบินก่อนออกเดินทาง รวมทั้งเตรียมใบรับรองแพทย์ (ภาษาอังกฤษ) ไว้เมื่อต้องนำเข็มและหลอดฉีดยาขึ้นเครื่อง

อาการที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเดินทางโดยเครื่องบิน

• อาการปวดหูหรือปวดโพรงจมูก เวลาเครื่องขึ้นลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความกดดันอากาศในเครื่อง ผู้โดยสารที่เป็นโรคภูมิแพ้ ไซนัสเรื้อรังจะมีอาการมากกว่าผู้โดยสารอื่น อากาศในเครื่องจะแห้งกว่าปกติทำให้เยื่อบุโพรงจมูกบวม ท่อที่เชื่อมระหว่างหูส่วนกลางและโพรงจมูกจะทำงานไม่ได้ดี และเมื่อเครื่องลงอาการปวดหูหรือหูอื้อจะเป็นมากขึ้น อาการเหล่านี้จะบรรเทาได้ถ้าปฏิบัติตัวดังนี้

     • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย
     • ใช้ยาลดบวมพ่นจมูก หรือรับประทานยาแก้แพ้ประมาณ 30 นาทีก่อนเครื่องลงเพื่อลดอาการบวมของท่อที่เชื่อมหูส่วนกลางและโพรงจมูก
     • เคี้ยวหมากฝรั่ง อ้าปากหาวกว้างๆ หรือใช้มืออุดจมูกแล้วเป่าลมแรงๆ (Vasalva) เพื่อช่วยลดอาการหูอื้อ


• อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางข้ามเขตเวลาบนเที่ยวบินระยะไกล อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย วิงเวียน ท้องผูก ความตื่นตัวลดลง อาการเหล่านี้จะเป็นมากในผู้สูงอายุ ผู้ที่เดินทางกลางคืน หรือเดินทางจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก การเตรียมตัวดังต่อไปนี้จะช่วยลดอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางได้
     • ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
     • อาจใช้ยาเมลาโทนินหรือยานอนหลับอ่อนๆ ช่วย (ห้ามใช้เมลาโทนินในเด็ก ผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือด ผู้มีโรคลมชัก)
     • นอนและตื่นให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 วันก่อนการเดินทางจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก และในทิศตรงข้ามนอนและตื่นให้ช้าลง
     • เมื่อเดินทางถึงที่หมายแสงสว่างจากดวงอาทิตย์สามารถช่วยในการปรับตัว

• โรคหลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน โรคนี้มีเรียกอีกชื่อว่าโรคของผู้โดยสารชั้นประหยัด มักจะเกิดขึ้นเมื่อต้องเดินทางระยะไกล  รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในเครื่อง  ความชื้น และ ปริมาณออกซิเจนที่ลดลง  การที่ต้องนั่งนานๆ  การที่ดื่มน้ำไม่พอ โรคนี้อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิต คือการอุดตันของหลอดเลือดดำในปอด  โรคหลอดเลือดดำที่ขาอุดตันอาจเกิดหลังการเดินทางมาแล้วหลายวัน อาการที่แสดงมี ปวดน่อง ข้อเท้าและน่องบวมตึง มีไข้ หรือมีอาการวิงเวียน โรคนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในผู้โดยสารกลุ่มเสี่ยง เช่น
     • มีอายุเกิน 40 ปี
     • มีประวัติหลอดเลือดดำอุดตัน
     • เพิ่งได้รับการผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดช่องท้อง สะโพก หรือขา
     • ผู้ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน
     • มีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือมีปัญหาเลือดข้น
     • กำลังตั้งครรภ์ หรือเพิ่งคลอดบุตร
     • เป็นโรคมะเร็ง
     • มีประวัติโรคหัวใจ
     • รับประทานฮอร์โมนเพื่อการรักษา ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน รับประทานยาคุมกำเนิด
     • มีเส้นเลือดขอด
     • น้ำหนักเกินมากไป
 
เพื่อลดการเกิดโรคนี้ ควรปฏิบัติดังนี้

     • ใส่เสื้อผ้าหลวมสบาย
     • สวมถุงน่องสำหรับผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดขอด
     • ดื่มน้ำมากๆ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือกาแฟ
     • อย่านำกระเป๋าถือไว้ใต้เก้าอี้ข้างหน้า เพื่อให้สามารถขยับขาได้
     • ลุกเดินบ่อยๆ
     • ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเดินทางเพื่อให้ยาป้องกันประเภทยาฉีดเฮปารีนหรือยาแอสไพริน
     • บริหารร่างกายตามคำแนะนำที่มีบนเครื่อง

ความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพบนเครื่อง
 
บริษัทการบินไทยฯ เช่นเดียวกับสายการบินพาณิชย์อื่นๆ จะมียาและเวชภัณฑ์ฉุกเฉินที่จำเป็นตามกฎการบินอยู่บนเครื่อง พนักงานต้อนรับจะได้รับการฝึกเพื่อการช่วยเหลือเบื้องต้น อาจมีการประกาศขอความช่วยเหลือจากแพทย์ที่เดินทางอยู่ในเที่ยวบินนั้น ยาและเวชภัณฑ์ฉุกเฉินมีดังนี้

• กระเป๋าฉุกเฉินเบื้องสำหรับพนักงานต้อนรับใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
• กระเป๋าช่วยชีวิต (มีกระเป๋าขาว และดำอย่างละหนึ่งใบ) เป็นกระเป๋ายาฉุกเฉินที่จะเปิดโดยแพทย์เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยหรือเมื่มีการต้องใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ
• เครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ ซึ่งพนักงานต้อนรับได้รับการฝึกการใช้งานเมื่อจำเป็น
• รถเข็นบนเครื่องสำหรับเที่ยวบินระยะยาว

 

เอกสารการเดินทาง

 

 

สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางต่างประเทศ ควรตรวจสอบเอกสารการเดินทาง ดังนี้
1. หนังสือเดินทางหรือ Passport
โดยทั่วไปผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศนั้นควรที่จะต้องถือหนังสือเดินทาง หรือ Passport ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป แต่อาจมีข้อยกเว้น ในการเดินทางเข้าในบางประเทศที่มีข้อกำหนดชัดเจนแตกต่างกัน ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนการเดินทางล่วงหน้าได้จาก สถานทูตของประเทศที่จะเดินทางไป
2. วีซ่า
เนื่องจากแต่ละประเทศมีข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์การรับบุคคลสัญชาติอื่นเข้าประเทศที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนการเดินทางควรต้องตรวจสอบข้อมูลที่สถานทูตของประเทศที่จะเดินทางไปล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ถูกปฏิเสธการเดินทางที่สนามบิน

การบินไทยขอความกรุณาผู้โดยสารทุกท่านปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยต่อไปนี้

 


การรักษาความลับของผู้โดยสาร

Transportation Security Administration (TSA) กำหนดให้ผู้โดยสารระบุชื่อและนามสกุล วันเดือนปีเกิดและเพศเพื่อการตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารเทียบกับรายนามบุคคลเฝ้าระวังภายใต้อำนาจของมาตรา 114 หมวด 49 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา บัญญัติการปฏิรูประบบข่าวกรองและการป้องกันการก่อการร้าย ค.ศ. 2004 ตอนที่ 1540 และ 1560 หมวด 49 ของประมวลข้อบังคับรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้หากผู้โดยสารมีหมายเลข “รีเดรส ” ประจำตัวของตนเองก็สามารถระบุได้ด้วย ผู้โดยสารท่านใดที่ไม่ระบุชื่อและนามสกุล วันเดือนปีเกิดและเพศจะไม่สามารถโดยสารไปกับอากาศยานและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่บริเวณรอขึ้นเครื่องได้ TSA อาจนำข้อมูลที่ท่านมอบให้นี้ไปใช้ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือหน่วยงานข่าวกรองต่างๆตามระบบการแจ้งประวัติของตน หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการรักษาความลับของผู้โดยสารของ TSA หรือระบบการแจ้งประวัติตลอดจนการประเมินผลกระทบต่อความลับของผู้โดยสาร โปรดดูเว็บไซท์ของ TSA ที่ www.tsa.gov


สายการบินต่างๆในปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลผู้โดยสารเพิ่มเติมเนื่องจาก TSA ได้ริเริ่มระบบ Secure Flight ขึ้นเป็นรายชื่อเฝ้าระวังหนึ่งเดียวเพื่อใช้ตรวจสอบและระบุตัวผู้ก่อการร้ายทั้งที่มีประวัติความผิดอยู่แล้วและทั้งที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย

ระบบ Secure Flight นี้จะมีผลต่อข้าพเจ้าอย่างไร 

ผู้โดยสารจะต้องระบุข้อมูลต่อไปนี้ให้สำหรับสายการบินเพื่อการตรวจสอบรายชื่อโดย TSA
• ชื่อและนามสกุล*
• วันเดือนปีเกิด
• เพศ
• หมายเลขรีเดรส (ถ้ามี)**

ข้อมูลต่างๆนี้จะช่วยให้ระบบ Secure Flight ทำงานตรวจสอบเฝ้าระวังได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ผู้โดยสารทุกท่านเดินทางสู่ที่หมายได้อย่างราบรื่นที่สุด

ระบบ Secure Flight มีประโยชน์อย่างไร 

• เป็นระบบกลางหนึ่งเดียวที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยได้
• ลดความเป็นไปได้ในการระบุตัวผู้โดยสารผิด
• สามารถทำกระบวนการรีเดรสได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น**

*ดังที่ปรากฏบนเอกสารประจำตัวที่รัฐบาลของประเทศของผู้โดยสารรายนั้นๆออกให้
**ผู้โดยสารท่านใดก็ตามที่เคยถูกระบุตัวผิดสามารถขอรับหมายเลขรีเดรสได้ที่ www.dhs.gov/trip เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเฝ้าระวังแจ้งเตือนเพราะการระบุตัวบุคคลผิดอีกในอนาคต

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.tsa.gov/SecureFlight

 





ในบางประเทศมีนโยบายให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอื่นผ่านการพ่นสารกำจัดแมลงเพื่อความปลอดภัยของพืช สัตว์และมนุษย์
ประเทศต่อไปนี้มีนโยบายให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอื่นผ่านการพ่นสารกำจัดแมลง:

แคนนาดา, อินเดีย, คิริบาส, มาดากัสการ์, สาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโก, อุรุกวัย

ประเทศต่อไปนี้อนุญาตให้มีการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงในขณะที่ไม่มีผู้โดยสารอยู่เนื่องจากสารที่ใช้มีประสิทธิภาพยาวนานถึงสองเดือน

ออสเตรเลีย, บาเบโดส, ฟิจิ, นิวซีแลนด์และปานามา

ประเทศต่อไปนี้มีนโยบายให้มีการฉีดพ่นสารในเส้นทางการบินที่มาจากประเทศที่เสี่ยงต่อการติดแพร่เชื้อโรค

สาธารณรัฐเชค, อินโดนีเซีย, แอฟริกาใต้, สวิสเซอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร

นโยบายเกี่ยวกับสัมภาระ

สิทธิ์น้ำหนักสัมภาระและค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อไปนี้ใช้กับสัมภาระที่รับฝากจากจุดที่เริ่มออกเดินทางไปจนถึงที่หายปลายทางโดยไม่มีสต็อปโอเวอร์ ณ จุดใดจุดหนึ่งระหว่างการเดินทาง หากผู้โดยสารมีสต็อปโอเวอร์ที่จุดใดระหว่างทางจะต้องมีการประเมินสิทธิ์น้ำหนักสัมภาระใหม่และจ่ายค่าสัมภาระ (ถ้ามี) โดยนับตั้งแต่จุดที่เริ่มเดินทางต่อหลังจากสต็อปโอเวอร์เป็นต้นไป

เกณฑ์สำหรับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

 

ผู้โดยสารสามารถนำพาสัมภาระต่อไปนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบินไทยด้วย
เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักของสัมภาระใช้กับการเดินทางในลักษณะต่อไปนี้
•    การเดินทางภายในประเทศไทยตลอดเส้นทาง
•    การเดินทางภายในทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) และ การเดินทางระหว่างทีซี 2 (ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง) และทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)
เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้นของสัมภาระใช้กับการเดินทางในลักษณะต่อไปนี้
•    การเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

หากท่านเดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทยตลอดทั้งการเดินทาง สิทธิ์น้ำหนักสัมภาระของท่านจะเป็นดังนี้

 

น้ำหนักสัมภาระอนุญาตสำหรับช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้น

 

ประเภท

น้ำหนักสัมภาระทุกชิ้นรวมกันสูงสุด

รอยัลซิลค์คลาส

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

เอโคโนมีคลาส

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิด
และสตาร์อัลลายแอนซ์โกลด์

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดซิลเวอร์
(เฉพาะบนเที่ยวบินการบินไทยเท่านั้น)

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

 

หมายเหตุ

 

หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์นั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่าในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวหรือตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วของเรา 

 

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้น

 

สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินนี้ใช้เฉพาะช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้นภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักและเป็นอัตราตายตัวดังนี้


บาทต่อกิโลกรัม
 (ระหว่าง……และ……)

 

กรุงเทพ

 

เชียงใหม่

เชียงใหม่

60

-

เชียงราย

70

-

หาดใหญ่

80

-

ขอนแก่น

55

-

กระบี่

70

-

เกาะสมุย

95

-

ภูเก็ต

70

125

สุราษฎร์ธานี

65

-

อุบลราชธานี

60

-

อุดรธานี

55

-

 

 

หมายเหตุ


1.    “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินในประเทศ” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
2.  อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินคิดตามน้ำหนักที่เกินเป็นกิโลกรัมและเป็นสกุลเงินบาท
3.  Tค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อกิโลกรัมสำหรับบริการในประเทศใดๆของการบินไทยคือ 1.5% ของค่าตั๋วเอโคโนมีคลาสแบบบินตรงเที่ยวเดียวปกติสูงสุด
4.  ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้

5.  อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศจะแสดงแยกไว้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
6.  หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน

7.  ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)

8.  เงื่อนไขสำหรับข้อ 5 ในเรื่องการแปลงค่าเงิน ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว


น้ำหนักสัมภาระอนุญาตสำหรับช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศภายในทีซี 3 และระหว่างทีซี 2 และทีซี 3

 

ประเภท

น้ำหนักสัมภาระทุกชิ้นรวมกันสูงสุด

รอยัลเฟิร์สท์คลาส

40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)

รอยัลซิลค์คลาส

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

พรีเมียมเอโคโนมีคลาส

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

เอโคโนมีคลาส

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิด
และสตาร์อัลลายแอนซ์โกลด์

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดซิลเวอร์
(เฉพาะบนเที่ยวบิน TG เท่านั้น)

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

 

หมายเหตุ

1.  หากผู้โดยสารถูกเปลี่ยนไปนั่งในคลาสที่ต่ำกว่าโดยไม่สมัครใจ ผู้โดยสารจะยังคงสิทธิ์น้ำหนักตามคลาสเดิมที่สูงกว่าอยู่แม้ว่าจะมีการคืนเงินส่วนต่างค่าตั๋วให้แล้วก็ตาม
2.  ผู้โดยสารซึ่งเดินทางตามเงื่อนไขที่ตกลงกันระหว่างการบินไทยและภาครัฐอาจได้รับการยกเว้นค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน
การยกเว้นค่าบริการนี้จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ปรากฏบนตั๋วของผู้โดยสารเท่านั้น ผู้โดยสารบางประเภทอาจมีสิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งไม่เหมือนกับระบบปกติ ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของรัฐบาลหรือข้อตกลงกับรัฐบาล ข้อกำหนดเรื่องการยกเว้นค่าบริการดังกล่าวจะระบุอยู่บนตั๋วของผู้โดยสารแล้ว

3.  เงื่อนไขในข้อ 2 ให้ใช้ได้กับผู้โดยสารที่เดินทางออกจากประเทศไทยเท่านั้น สำหรับพื้นที่/ประเทศอื่นๆ โปรดปฏิบัติตามกฎที่ประกาศใช้โดยสารการบินระดับชาติของประเทศนั้นๆ

4.  ในกรณีที่ผู้โดยสารใช้บริการหลายคลาสในการเดินทางโดยมีบางช่วงเป็นเอฟคลาส และบางช่วงเป็นซี ยูหรือวายคลาส สิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงของการเดินทางจะเป็นไปตามคลาสของค่าตั๋วที่ได้จ่ายไป
หากผู้โดยสารได้จ่ายค่าตั๋วเป็นเอฟคลาสแต่บินด้วยซี ยูหรือวายคลาส สิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจะเป็นไปตามระดับของเอฟคลาส
5.  รถเข็นเด็กแบบพับได้สามารถนำขึ้นเก็บบนตู้เก็บของในห้องผู้โดยสารโดยไม่เสียค่าบริการเพิ่มเติม

หมายเหตุ

หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์นั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่าในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวหรือตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วของเรา

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3)

สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินนี้ใช้เฉพาะช่วงของการเดินทางภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3 ภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักและเป็นอัตราตามโซนดังนี้

 

ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม

ไปยังโซน 1

ไปยังโซน 2

ไปยังโซน 3

ไปยังโซน 4

ไปยังโซน 5

ไปยังโซน 6

จากโซน 1

7

10

25

30

55

-

จากโซน 2

10

25

30

35

55

-

จากโซน 3

25

30

35

40

55

-

จากโซน 4

30

35

40

55

55

-

จากโซน 5

55

55

55

55

55

-

จากโซน 6

-

-

-

-

-

-


.       หมายเหตุ


1.  “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
2.  อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินคิดตามน้ำหนักที่เกินเป็นกิโลกรัมสำหรับโซน 1-5

3.  ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้

4.  อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินไปยัง/มาจากโซน 6 หรือสหรัฐอเมริกา/แคนาดาคำนวณตามเกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้น (ข้อมูลเพิ่มเติมในหน้า “ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)”)
5.  หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)
6.  การแปลงค่าเงิน – ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว
7.  นิยามของโซนต่างๆ


โซน

นิยาม

โซน 1

บังคลาเทศ กัมพูชา จีน (KMG) ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไทยและช่วงเที่ยวบินในประเทศของการบินไทยในไทย เวียดนาม เส้นทางระหว่าง HKG-TPE เส้นทางระหว่าง TPE-SEL เส้นทางระหว่าง KHI-MCT เส้นทางระหว่าง HKT-SIN เส้นทางระหว่าง HKT-KUL

โซน 2

จีน (BJS, SHA, CTU, CAN, XMN, CKG, CSX) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน เส้นทางระหว่าง HKG-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-HKG เส้นทางระหว่าง HKT-DEL เส้นทางระหว่าง HKT-BOM [หมายเหตุ: เนื่องจากข้อมูลบางส่วนขาดหายจากต้นฉบับของไฟล์นี้จึงดึงข้อความที่ดูครบถ้วนจากไฟล์ T&C 7 Baggage Policy มาใช้]

โซน 3

ออสเตรเลีย (PER) ญี่ปุ่น เกาหลี โอมาน ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เส้นทางระหว่าง HKT-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-PER เส้นทางระหว่าง HKT-TPE

โซน 4

ออสเตรเลีย (SYD, BNE, MEL) รัสเซีย (MOW)

โซน 5

เบลเยียม เดนมาร์ค ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เส้นทางระหว่าง STO-HKT และเส้นทางระหว่าง CPH-HKT

โซน 6

สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

     

     น้ำหนักและขนาดสัมภาระอนุญาตสำหรับช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา


ปลายทาง

คลาส

น้ำหนักสูงสุด / ชิ้น (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน)

จำนวนสัมภาระฝากใต้เครื่องสูงสุด

มิติรวมสูงสุดต่อใบ (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระขนาดเกิน)

ไปยัง/มาจาก
สหรัฐอเมริกา
และแคนาดา

เฟิร์สท์ (รอยัลเฟิร์สท์)

32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

2

158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

บิสซิเนส
(รอยัลซิลค์)

32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

2

158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

เอโคโนมี

23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

2

158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

1

115 เซนติเมตร (45 นิ้ว)

 

•    ผู้โดยสารรอยัลเฟิร์สท์คลาสและรอยัลซิลค์คลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
•    ผู้โดยสารเอโคโนมีคลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
•    สมาชิกบัตรรอยัลออร์คิดพลัส (อาร์โอพี) โกลด์จะได้รับสิทธิพิเศษในการนำพาสัมภาระเพิ่มเติมอีกหนึ่งชิ้นไม่ว่าจะเดินทางด้วยคลาสใด สิทธิพิเศษนี้ใช้ควบคู่กับสถานะฟรีเควนท์ฟลายเออร์และตั๋วที่บินกับเครื่องของการบินไทยตลอดการเดินทางหรือมีการใช้บริการของสายการบินอื่นซึ่งตกลงยอมรับสิทธิพิเศษดังกล่าวนี้
•    สัมภาระที่มีขนาดหรือน้ำหนักผิดจากปกติทั่วไปจะต้องเสียค่าบริการอัตราพิเศษ โปรดติดต่อสำนักงานของการบินไทยใกล้ท่าน ท่านสามารถตรวจสอบค่าบริการสัมภาระส่วนเกินได้ในหน้า “ค่าธรรมเนียมสัมภาระและค่าธรรมเนียมอื่นๆของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา” 

หมายเหตุ

หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์ซึ่งมีจุดแวะในสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกานั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้ทำการตลาด แต่ในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวหรือตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วของเรา

สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

นอกเหนือจากสัมภาระที่ผู้โดยสารสามารถฝากเข้าใต้เครื่องแล้ว ผู้โดยสารแต่ละท่านสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้หนึ่งชิ้น ความยาวไม่เกิน 56 เซนติเมตร (22 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ซึ่งขนาดนี้รวมล้อ มือจับและกระเป๋าด้านข้างแล้ว น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่องจะต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม (15 ปอนด์) ทั้งนี้ผู้โดยสารจะต้องวางกระเป๋าไว้บนตู้เก็บเหนือศีรษะหรือใต้เบาะของตนเอง

ผู้โดยสารสามารถนำพาสิ่งของต่อไปนี้ขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
•    กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่เงิน กระเป๋าของสุภาพสตรี ความยาวไม่เกิน 37.5 เซนติเมตร (15 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 12.5 เซนติเมตร (5 นิ้ว) ซึ่งทั้งสามมิตินี้รวมกันจะต้องไม่เกิน 75 เซนติเมตร (30 นิ้ว) และน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม (3.3 ปอนด์)
•    เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาเข้าข่ายนี้ด้วยเช่นกัน
•    ไม้เท้า (ไม้ค้ำยัน) ที่ใช้โดยผู้โดยสารที่มีอายุ ผู้โดยสารที่ป่วยและผู้โดยสารที่มีความทุพพลภาพ
•    กล้องหรือกล้องส่องทางไกลเล็ก
•    อาหารเด็กเล็ก

หมายเหตุ
เจ้าหน้าที่อาจทำการสุ่มตรวจด้วยเครื่องตรวจและ/หรือตาชั่งที่เคาน์เตอร์เช็คอิน และ/หรือที่ประตูขึ้นเครื่องเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามข้อบังคับนี้


 

ประเภทสัมภาระพิเศษเพื่อการคำนวณค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก (ภายในทีซี 3 และระหว่างทีซี 2 และทีซี 3) หรือตามเกณฑ์ชิ้น (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)


ประเภท

นิยาม

ค่าบริการ

หมายเหตุ

จักรยาน

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

ผู้โดยสารหนึ่งท่านสามารถนำพาจักรยานได้หนึ่งคันในสิทธิ์

โบว์ลิ่ง

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

อุปกรณ์ตกปลา

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

อุปกรณ์กอล์ฟ

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

         เกณฑ์น้ำหนัก: 6 กิโลกรัมต่อชุด

         เกณฑ์จำนวนชิ้น: คิด 50% ต่อชุด

ผู้โดยสารหนึ่งท่านสามารถนำพาอุปกรณ์กอล์ฟได้หนึ่งชุดในสิทธิ์

อุปกรณ์สกีหิมะ / น้ำ

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

เซิร์ฟบอร์ด / วินด์เซิร์ฟ

ไม่อนุญาต

หมายเหตุ
โปรดดูข้อยกเว้นในหมายเหตุ

ต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

         เกณฑ์น้ำหนัก: กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 5 กิโลกรัม หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 8 กิโลกรัม

        เกณฑ์จำนวนชิ้น: กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 50% ของราคาต่อหน่วย หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิด 1 หน่วย (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

สำหรับการเดินทางไปยัง/มาจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สามารถรวมเซิร์ฟบอร์ด / วินด์เซิร์ฟเข้าในสิทธิ์สัมภาระ

ดำน้ำแบบสกูบา

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

สัตว์ในกรง

ไม่อนุญาต

สำหรับเกณฑ์น้ำหนักให้ใช้น้ำหนักจริงของสัตว์เลี้ยงและกรง

สำหรับเกณฑ์จำนวนชิ้นให้คิด 2 หน่วย (119 ดอลลาร์สหรัฐ x 2 = 238 ดอลลาร์สหรัฐ)

 

ของใหญ่อื่นที่มีน้ำหนักไม่เกิน 32 กิโลกรัมและมีมิติไม่เกิน 158 เซนติเมตร

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

อาวุธปืนเพื่อการกีฬา

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

เครื่องดนตรีแบบพกพาได้หนึ่งชิ้น

อนุญาต

หมายเหตุ หมายเหตุ หากมีความยาวไม่เกิน 100 เซนติเมตร (39 นิ้ว)

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

อุปกรณ์กีฬาอื่นๆ

อนุญาต

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินตามเกณฑ์น้ำหนัก/เกณฑ์จำนวนชิ้น

 

     

     อัตราค่าสัมภาระน้ำหนักเกิน


•    เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนัก: โปรดดูค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3)
•    เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้น: โปรดดูค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจาก สหรัฐอเมริกา/แคนาดา)


 

ค่าธรรมเนียมสัมภาระและค่าธรรมเนียมอื่นๆของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา


สิทธิ์ในการนำพาสัมภาระ

 

ผู้โดยสารสามารถนำพาสัมภาระได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายดังที่ระบุในเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบินไทย สายการบินของเราได้มีการประกาศน้ำหนักอนุญาตสำหรับการเดินทางที่อยู่ภายในทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ตลอดการเดินทาง และสำหรับการเดินทางระหว่างทีซี 2 (ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง) และทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ส่วนเกณฑ์การพิจารณาตามจำนวนชิ้นนั้นใช้กับการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา  ผู้โดยสารการบินไทยทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กที่ต้องการเดินทางไปยังหรือมาจากสหรัฐอเมริกาจะได้รับสิทธิ์ในการนำพาสัมภาระโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมดังนี้


ปลายทาง

คลาส

น้ำหนักสูงสุด / ชิ้น (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน)

จำนวนสัมภาระฝากใต้เครื่องสูงสุด

มิติรวมสูงสุดต่อใบ (เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าบริการสัมภาระขนาดเกิน)

ไปยัง/มาจาก
สหรัฐอเมริกา
และแคนาดา 

 

เฟิร์สท์ (รอยัลเฟิร์สท์)

32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

2

158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

บิสซิเนส
(รอยัลซิลค์)

32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

2

158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

เอโคโนมี

23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

2

158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)

เด็กเล็กที่ไม่ใช้ที่นั่ง

23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

1

115 เซนติเมตร (45 นิ้ว)


•    ผู้โดยสารรอยัลเฟิร์สท์คลาสและรอยัลซิลค์คลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
•    ผู้โดยสารเอโคโนมีคลาสได้รับสิทธิ์นำพาสัมภาระสองชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย น้ำหนักแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์) และขนาด (ยาว + กว้าง + สูง) จะต้องไม่เกิน 158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
•    สมาชิกบัตรรอยัลออร์คิดพลัส (อาร์โอพี) โกลด์จะได้รับสิทธิพิเศษในการนำพาสัมภาระเพิ่มเติมอีกหนึ่งชิ้นไม่ว่าจะเดินทางด้วยคลาสใด สิทธิพิเศษนี้ใช้ควบคู่กับสถานะฟรีเควนท์ฟลายเออร์และตั๋วที่บินกับเครื่องของการบินไทยตลอดการเดินทางหรือมีการใช้บริการของสายการบินอื่นซึ่งตกลงยอมรับสิทธิพิเศษดังกล่าวนี้
•    สัมภาระที่มีขนาดหรือน้ำหนักผิดจากปกติทั่วไปจะต้องเสียค่าบริการอัตราพิเศษ โปรดติดต่อสำนักงานของการบินไทยใกล้ท่าน ท่านสามารถตรวจสอบค่าบริการสัมภาระส่วนเกินได้ในหน้า “ค่าธรรมเนียมสัมภาระและค่าธรรมเนียมอื่นๆของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา”

 

สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

 

ผู้โดยสารสามารถถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้หนึ่งใบและมีของใช้ส่วนตัวขนาดเล็กอีกหนึ่งชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผลรวมของมิติทั้งสาม (ยาว x สูง x กว้าง) ของกระเป๋าถือขึ้นเครื่องจะต้องไม่เกิน 22 x 18 x 10 นิ้ว (56 x 45 x 25 เซนติเมตร) และน้ำหนักสูงสุดไม่เกิน 15 ปอนด์ (7 กิโลกรัม) หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระเป๋าถือขึ้นเครื่องที่อนุญาต โปรดดูหน้านโยบายเกี่ยวกับสัมภาระ (บริการทั่วไป – สัมภาระถือขึ้นเครื่อง)

 

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)

 

สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับช่วงของการเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดาภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้นและเป็นอัตราตามโซนดังนี้


ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม

ไปยังโซน 1

ไปยังโซน 2

ไปยังโซน 3

ไปยังโซน 4

ไปยังโซน 5

ไปยังโซน 6

จากโซน 1

-

-

-

-

-

119

จากโซน 2

-

-

-

-

-

119

จากโซน 3

-

-

-

-

-

119

จากโซน 4

-

-

-

-

-

119

จากโซน 5

-

-

-

-

-

119

จากโซน 6

119

119

119

119

119

119


     รายละเอียดการคำนวณ


เส้นทาง

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อชิ้น

สัมภาระขนาดเกิน แต่ละชิ้นจะต้องมีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

สัมภาระขนาดเกินและจำนวนเกินคิดค่าบริการสองเท่า
1. แต่ละชิ้นที่เกินกำหนดอนุญาต 2 ชิ้น
2. มีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

สัมภาระขนาดเกิน/น้ำหนักเกินจะต้องถูกชั่งและคิดค่าบริการสามเท่าสำหรับ 45 กิโลกรัมแรก เศษทุก 10 กิโลกรัมจากนั้นคิดหนึ่งเท่า

ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

119 ดอลลาร์สหรัฐ

119 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อ 8)

238 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อ 9)

119 ดอลลาร์สหรัฐ X 3  (ข้อ 10)

     

     หมายเหตุ

 

1.  “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง2.  ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว3.  หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)4.  ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้
5.  ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินข้างต้นให้ใช้กับเที่ยวบินของการบินไทยเท่านั้น
6.  ผู้โดยสารจะต้องเสียค่าบริการสำหรับสัมภาระในส่วนที่เกินกว่าที่อนุญาตไม่ว่าจะซื้อและใช้ตั๋วคลาสใดก็ตาม

7.  นิยามของโซนต่างๆ


โซน

นิยาม

โซน 1

บังคลาเทศ กัมพูชา จีน (KMG) ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไทยและช่วงเที่ยวบินในประเทศของการบินไทยในไทย เวียดนาม เส้นทางระหว่าง HKG-TPE เส้นทางระหว่าง TPE-SEL เส้นทางระหว่าง KHI-MCT เส้นทางระหว่าง HKT-SIN เส้นทางระหว่าง HKT-KUL

โซน 2

จีน (BJS, SHA, CTU, CAN, XMN, CKG, CSX) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน เส้นทางระหว่าง HKG-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-HKG เส้นทางระหว่าง HKT-DEL เส้นทางระหว่าง HKT-BOM [หมายเหตุ: เนื่องจากข้อมูลบางส่วนขาดหายจากต้นฉบับของไฟล์นี้จึงดึงข้อความที่ดูครบถ้วนจากไฟล์ T&C 7 Baggage Policy มาใช้]

โซน 3

ออสเตรเลีย (PER) ญี่ปุ่น เกาหลี โอมาน ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เส้นทางระหว่าง HKT-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-PER เส้นทางระหว่าง HKT-TPE

โซน 4

ออสเตรเลีย (SYD, BNE, MEL) รัสเซีย (MOW)

โซน 5

เบลเยียม เดนมาร์ค ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เส้นทางระหว่าง STO-HKT และเส้นทางระหว่าง CPH-HKT

โซน 6

สหรัฐอเมริกาและแคนาดา


8. ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินให้ใช้กับสัมภาระต่อไปนี้
ก. สัมภาระที่เกินจำนวนชิ้นที่อนุญาต: สัมภาระแต่ละชิ้นที่เกินกว่าที่อนุญาต 2 ชิ้น
ข. สัมภาระขนาดเกิน: สัมภาระแต่ละชิ้นที่มีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

9.   ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสองเท่าให้ใช้กับสัมภาระต่อไปนี้
ก. สัมภาระที่ขนาดเกินและเกินจำนวนชิ้นที่อนุญาต: สัมภาระแต่ละชิ้นที่เกินกว่าที่อนุญาต 2 ชิ้นและมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

10. สัมภาระใดๆที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
ก. มิติรวมเกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร) และ/หรือ
ข. น้ำหนักเกิน 70 ปอนด์ (32 กิโลกรัม)
จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
          •    สัมภาระดังกล่าวไม่อาจถือว่าเป็นสัมภาระที่มากับผู้โดยสารเว้นเสียแต่ว่าจะมีการตกลงกับการบินไทยเป็นการล่วงหน้าและได้รับการยืนยันแล้วเสียก่อน
          •    สัมภาระดังกล่าวจะต้องถูกชั่งน้ำหนักและคิดค่าบริการสามเท่าสำหรับ 45 กิโลกรัมแรก เศษทุก 10 กิโลกรัมจากนั้นคิดหนึ่งเท่า

 

สัมภาระฝากใต้เครื่องอื่นๆ (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)


สัมภาระฝากอื่นๆอาจมีค่าดำเนินการ เช่น สิ่งของต่อไปนี้ซึ่งมีค่าดำเนินการพิเศษขึ้นอยู่กับเอกสารการเดินทาง ค่าธรรมเนียมทุกรายการที่ปรากฏข้างใต้นี้คือค่าธรรมเนียมต่อชิ้น

จักรยาน

ท่านสามารถใช้สิทธิ์สัมภาระของท่านครอบคลุมจักรยานได้ หากเกินจากสิทธิ์ให้คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)


อุปกรณ์กอล์ฟ (ไม้กอล์ฟหนึ่งชุด)**

ท่านสามารถใช้สิทธิ์สัมภาระของท่านครอบคลุมอุปกรณ์กอล์ฟหนึ่งชุดได้ หากเกินจากสิทธิ์ให้คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินในอัตรา 50% ต่อชุด (60 ดอลลาร์สหรัฐ)
**อุปกรณ์กอล์ฟหนึ่งชุดประกอบด้วยไม้กอล์ฟไม่เกิน 14 ไม้ ลูกกอล์ฟไม่เกิน 12 ลูกและรองเท้ากอล์ฟหนึ่งคู่ อุปกรณ์กอล์ฟใดๆที่เกินกว่าหนึ่งชุดนี้จะถูกคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

อุปกรณ์สกีหิมะ/น้ำ (สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)

หากเกินจากสิทธิ์ให้คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน 33% (40 ดอลลาร์สหรัฐ)

เซิร์ฟบอร์ด (ไม่สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)

กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินในอัตรา 50% (60 ดอลลาร์สหรัฐ)
หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)
กระดานที่สองคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

อุปกรณ์วินด์เซิร์ฟ  (ไม่สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)

กระดานที่มีขนาดไม่เกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินในอัตรา 50% (60 ดอลลาร์สหรัฐ)
หากเกิน 109 นิ้ว (277 เซนติเมตร) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)
กระดานที่สองคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

อุปกรณ์ดำน้ำแบบสกูบา (สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

ของใหญ่หรือน้ำหนักเกินต่างๆ

คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินปกติตามที่ระบุข้างต้น

อาวุธปืนและเครื่องกระสุน (สามารถใช้สิทธิ์สัมภาระครอบคลุมได้)

หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

 

อาวุธปืนเพื่อการกีฬา

สามารถถือเป็นสัมภาระหนึ่งชิ้นได้ หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

 

เครื่องดนตรีแบบพกพาได้หนึ่งชิ้น (ความยาวไม่เกิน 39 นิ้ว / 100 เซนติเมตร)

สามารถถือเป็นสัมภาระหนึ่งชิ้นได้ หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

 

สิ่งของและอุปกรณ์กีฬาอื่นๆ

ท่านสามารถใช้สิทธิ์สัมภาระของท่านครอบคลุมได้ หากเกินกว่าสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าบริการ (119 ดอลลาร์สหรัฐ)

สัตว์เลี้ยงฝากใต้เครื่องเป็นสัมภาระ (สัตว์ในกรง)

สัตว์เลี้ยง (ไม่เกิน 32 กิโลกรัม / 70 ปอนด์) คิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสองเท่า (238 ดอลลาร์สหรัฐ) ในกรณีที่ใช้เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้น และคิดตามน้ำหนักรวมในกรณีที่ใช้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนัก

หมายเหตุ

หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์นั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่าในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับการบินไทย ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซท์ของสายการบินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ดังต่อไปนี้

http://www.united.com/page/genericpage/1,,53831,00.html
http://www.ana.co.jp/wws/us/e/local/ana_info/notice110819/index.html
http://www.lufthansa.com/online/portal/lh/us/nonav/local?nodeid=3373626


บริการอื่นๆ (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)

การจองตั๋วออนไลน์

 

ไม่มีค่าบริการ


การออกตั๋วกับตัวแทนของการบินไทย


ไม่มีค่าบริการ


การออกตั๋วกระดาษ


50-150 ดอลลาร์สหรัฐ


การออกตั๋วกระดาษใหม่เพื่อทดแทนใบเดิมที่หายหรือค่าเบ็ดเตล็ด (MCO)


75-150 ดอลลาร์สหรัฐ


ผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ใหญ่เดินทางด้วย


ค่าธรรมเนียมสำหรับการดูแลผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ใหญ่เดินทางด้วย (ช่วงอายุบังคับ 5-11 ปี ช่วงอายุสมัครใจ 12-17 ปี) คือ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อช่วงของเที่ยวบินระหว่างประเทศ (ไม่คิดค่าธรรมเนียมในกรณีที่เดินทางบนเที่ยวบินในประเทศไทย) และค่าธรรมเนียมอื่นๆที่คิดกับผู้โดยสารปกติตามอัตราของผู้ใหญ่ (กรณีพี่น้องสองคนหรือมากกว่าเดินทางภายใต้การจองตั๋วครั้งเดียวกันคิดค่าธรรมเนียมเพียงหนึ่งครั้งต่อขาของการเดินทาง)

 

ค่าอ็อกซิเจน (มีให้บริการเฉพาะบนเครื่องเท่านั้น)

150-300 ดอลลาร์สหรัฐบนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ขึ้นอยู่กับอัตราการปล่อยอ็อกซิเจนตามที่ต้องการใช้


ค่าเดินทางด้วยเปลผู้ป่วย


ผู้โดยสารที่จำเป็นต้องนอนราบเนื่องจากอาการทางการแพทย์จำเป็นต้องจ่ายค่าตั๋วเท่ากับ 6 (หก) เท่าของค่าตั๋วเอโคโนมีคลาสราคาเต็ม


การอัพเกรดเคบินคลาส (สำหรับเที่ยวบินไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา)

ให้คิดค่าธรรมเนียมสำหรับการอัพเกรดเคบินคลาสบนเที่ยวบินของการบินไทยไปยัง/มาจาก LAX ดังนี้

จากเอโคโนมีคลาสเป็นรอยัลซิลค์บิสซิเนสคลาส: 1917 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

การเดินทางแบบใช้หลายสายการบิน

 

ข้อมูลทั่วไป


สิทธิ์น้ำหนักสัมภาระและค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อไปนี้ใช้กับสัมภาระที่รับฝากจากจุดที่เริ่มออกเดินทางไปจนถึงที่หายปลายทางโดยไม่มีสต็อปโอเวอร์ ณ จุดใดจุดหนึ่งระหว่างการเดินทาง หากผู้โดยสารมีสต็อปโอเวอร์ที่จุดใดระหว่างทางจะต้องมีการประเมินสิทธิ์น้ำหนักสัมภาระใหม่และจ่ายค่าสัมภาระ (ถ้ามี) โดยนับตั้งแต่จุดที่เริ่มเดินทางต่อหลังจากสต็อปโอเวอร์เป็นต้นไป

หากท่านเดินทางโดยมีสัมภาระน้ำหนักเกินหรือจำนวนชิ้นเกินกว่าที่อนุญาต ท่านจะต้องจ่ายค่าบริการสัมภาระส่วนเกินด้วย การบินไทยมีการคิดค่าบริการดังกล่าวในอัตราที่ไม่เท่ากันตามสัมภาระที่ท่านฝากเข้าใต้เครื่องเมื่อเดินทางกับการบินไทย หากในการเดินทางของท่านและ/หรือช่วงของการเดินทางที่มีการฝากสัมภาระของท่านมีการใช้บริการของสายการบินมากกว่าหนึ่งสาย กฎเรื่องสัมภาระที่ใช้อาจเป็นของอีกสายการบินหนึ่งนั้นได้


การเลือกใช้กฎเรื่องสัมภาระในการเดินทางแบบใช้หลายสายการบิน


มติที่ 302 ของ IATA ในเรื่องสัมภาระสามารถใช้บังคับกับสายการบินที่เป็นสมาชิก IATA (รวมถึงการบินไทย) มตินี้เป็นการกำหนดว่าจะใช้กฎเรื่องสัมภาระของสายการบินใดในกรณีที่การเดินทางของท่านและ/หรือช่วงของการเดินทางที่มีการฝากสัมภาระของท่านมีการใช้บริการของสายการบินสองสายหรือมากกว่านั้น (บทบัญญัติเรื่องสัมภาระในการเดินทางแบบใช้หลายสายการบิน) การบังคับใช้มติที่ 302 ของ IATA นั้นจะแบ่งตามแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์แอเรียต่างๆดังนี้

IATA แบ่งพื้นที่โลกเป็นสามพื้นที่หลักเพื่อความสะดวกในการปรับค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียมและค่าบริการอื่นๆ ได้แก่ แอเรียที่ 1 แอเรียที่ 2 และแอเรียที่ 3 การแบ่งแอเรียนี้ใช้เพื่อการตีความกฎค่าบริการและการคำนวณค่าโดยสารทางอาการระหว่างประเทศ บางครั้งสายการบินจะเรียกแอเรียเหล่านี้ว่าทีซี (แทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์) เช่น ทีซี 1 (หมายถึงแอเรียที่ 1) ทีซี 2 (หมายถึงแอเรียที่ 2) และ ทีซี 3 (หมายถึงแอเรียที่ 3)

ในแต่ละแอเรียจะมีซับแอเรียหรือภูมิภาคแยกย่อยซึ่งในบริบทของ IATA นั้นอาจจะมีความหมายแตกต่างจากบริบททางภูมิศาสตร์ปกติ

แอเรีย 1 คือ โลกตะวันตกทั้งหมด
แอเรีย 2 คือ ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา
แอเรีย 3 คือ เอเชียทั้งหมดและเกาะใกล้เคียง (ยกเว้นเกาะที่อยู่ในทีซี 2 แล้ว) ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และเกาะใกล้เคียง ตลอดจนหมู่เกาะแปซิฟิก (ยกเว้นเกาะที่อยู่ในทีซี 1 แล้ว)


การพิจารณาเลือกกฎเรื่องสัมภาระของสายการบิน


1.  สำหรับการเดินทางระหว่างแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์แอเรียสองแอเรียหรือมากกว่า สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกที่ข้ามจากแอเรียหนึ่งสู่อีกแอเรียหนึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระ
2.  สำหรับการเดินทางระหว่างแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์ซับแอเรีย สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกที่ข้ามจากซับแอเรียหนึ่งสู่อีกซับแอเรียหนึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระ
3.  สำหรับการเดินทางภายในแทรฟฟิคคอนเฟอเรนซ์ซับแอเรียใดๆ สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกที่ข้ามระหว่างประเทศเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระ
4.  สำหรับการเดินทางภายในประเทศใดประเทศหนึ่ง สายการบินที่ทำการบินในช่วงแรกเป็นผู้กำหนดกฎเรื่องสัมภาระ


หมายเหตุ


หากการเดินทางของท่านมีการใช้เที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์ กฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง


การเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา


โดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้โดยสารซึ่งตั๋วระบุจุดเริ่มออกเดินทางหรือจุดหมายปลายทางเป็นสหรัฐอเมริกาและ/หรือเขตปกครองของสหรัฐอเมริกาจะใช้กฎเรื่องสัมภาระซึ่งได้เลือกไว้แต่แรกตลอดทั้งการเดินทางแม้ว่าจะมีสต็อปโอเวอร์ก็ตาม

หากมีการใช้กฎเรื่องสัมภาระของการบินไทยในการเดินทางของท่านไปยังสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกา สำหรับเที่ยวบินกลับของท่านก็จะใช้กฎเดียวกันนี้แม้ว่าท่านมีสต็อปโอเวอร์ระหว่างทางก็ตาม

ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบโค๊ดแชร์ซึ่งมีจุดแวะในสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกานั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้ทำการตลาด

หากในการเดินทางของท่านมีการใช้บริการของหลายสายการบิน โปรดทราบว่ากฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินนั้นอาจไม่เหมือนกัน กฎเรื่องสัมภาระที่ใช้กับการเดินทางของท่านอาจเป็นของสายการบินที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเรา ในบางกรณีสายการบินเหล่านั้นอาจเลือกใช้กฎเรื่องสัมภาระของตนแม้ว่าจะมีกฎของโค๊ดแชร์และกฎของการเดินทางทั้งขาออกและขาเข้าแล้วก็ตาม ท่านอาจถูกคิดค่าธรรมเนียมสัมภาระฝากใต้เครื่องหากการเดินทางของท่านเริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา/เขตปกครองของสหรัฐอเมริกา โปรดติดต่อตัวแทนออกตั๋ว/จองตั๋วและ/หรืออ่านนโยบายเรื่องการอนุญาตสัมภาระและค่าธรรมเนียมสัมภาระทางเว็บไซท์ของผู้ให้บริการดังกล่าวนั้น


ลิงค์ไปยังหน้านโยบายเรื่องสัมภาระของสายการบินที่เป็นพาร์ทเนอร์


หมายเหตุ


1.  โปรดแจ้งการบินไทยหากลิงค์ใดในหน้าลิงค์ไปยังหน้านโยบายเรื่องสัมภาระของสายการบินที่เป็นพาร์ทเนอร์นี้ใช้การไม่ได้
2.  สำหรับสายการบินที่ไม่ปรากฏอยู่ในรายชื่อนี้ โปรดติดต่อสอบถามกับทางสายการบินนั้นๆโดยตรง

มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว เจล และสเปรย์ ขึ้นเครื่องบิน

- ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีขนาดความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะบรรจุของเหลว เจล และสเปรย์ เพียงเล็กน้อย ก็ไม่สามารถ นำขึ้นเครื่องได้

- ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสซึ่งเปิด-ปิดผนึกได้ โดยถุงพลาสติกใสต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลิตร

 

 

- ผู้โดยสารสามารถนำถุงพลาสติกใสขึ้นในห้องโดยสารได้เพียงคนละ 1 ถุง เท่านั้น และต้องแยกออกจากสัมภาระติดตัวอื่นๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อถึงจุดตรวจค้น

- ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และ อาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน

- ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้า ปลอดอากร (Duty free shops) ที่สนามบินหรือบนเครื่องบิน ต้องบรรจุในถุงพลาสติกใสปิดผนึกปากถุง ไม่มีร่องรอยการเปิดปากถุง และมีหลักฐานแสดงว่าได้ซื้อ ณ วันที่เดินทาง และควรตรวจสอบข้อมูลจากร้านค้าปลอดอากรก่อนซื้อสินค้า


ผู้โดยสารสามารถขอสำเนากฎดังกล่าวได้ตามวิธีใดก็ได้ ดังนี้

•    ทางโทรศัพท์ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านสายด่วนโทรฟรี สำหรับนักเดินทางพิการทางอากาศ ที่หมายเลข 1800-118-4838 หรือ 1-800-455-9880 (สำหรับผู้พิการทางหู)
•    โทรศัพท์ไปที่สำนักงานคุ้มครองผู้โดยสารทางอากาศ ที่หมายเลข 202-366-2220 หรือ 202-366-0511 (สำหรับผู้พิการทางหู)
•    ทางจดหมายถึงสำนักงานคุ้มครองผู้โดยสารทางอากาศ ที่ C-75, u.s. Department of Transportation, 1200 New Jersey Ave , SE , West Building, Room     W96-432,Washington,DC 20590

•    ทางเว็บไซต์ของสำนักงานคุ้มครองผู้โดยสารทางอากาศ ที่http://www.dot.gov/airconsumer

 


 

 



คำแนะนำของคุณเพื่อความปลอดภัย

•    Thai
•    English
•    French 
•    German
•    Italian
•    Arabic
•    Japanese
•    Chinese

ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย


เพื่อความปลอดภัย
กรุณาศึกษาคู่มือความปลอดภัยในกระเป๋าหน้าที่นั่งของท่าน เพื่อให้ทราบตำแหน่ง ทางออกฉุกเฉินของเครื่องบิน และแนวทาง ปฏิบัติที่ถูกต้อง ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดรัดเข็มขัดที่นั่งขณะที่ไฟสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดติด กรุณารัดเข็มขัดที่นั่งไว้ตลอด เวลา ไม่ควรนอนบนพื้น หรือลุกเดินโดย ไม่จำเป็น เพื่อปองกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่เครื่องบินผ่านอากาศแปรปรวน
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
1.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ห้ามใช้ตลอดเที่ยวบิน เนื่องจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อาจรบกวนระบบการ ติดต่อสื่อสารและการเดินอากาศของเครื่องบิน ดังนั้นขณะอยู่บนเครื่องบินขอให้ผู้โดยสารปิดอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
โทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกชนิด วิทยุสื่อสารแบบพกพา เครื่องรับส่งวิทยุทุกชนิด อุปกรณ์สื่อสัญญาณทุกชนิด เครื่องรับวิทยุ และโทรทัศน์ทุกชนิด วิทยุติดตามตัว รวมทั้งของเล่นใช้วิทยุบังคับ และของเล่นอิเล็กทรอนิกส์
2.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ได้หลังจากเครื่องขึ้นแล้ว 15 นาที และต้องหยุดใช้เมื่อเริ่มลดระดับเพดานบินและไฟสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดติด
ได้แก่ เครื่องคิดเลข เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า คอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าที่ไม่ต่อกับเครื่องพิมพ์ เครื่องเล่นวิดีโอชนิด พกพา เครื่องเล่นเกมส์ เครื่องเล่นเทป/ซีดี/มินิดิสก์/เอ็มพี 3 และดีวีดี ทั้งนี้ต้องใช้กับหูฟังเท่านั้น โทรศัพท์เคลื่อนที่ และพีดีเอที่มีระบบการทำงานไฟลท์โหมด สามารถเปิดใช้งานได้เมื่อตั้งค่าในไฟลท์โหมดเท่านั้น
อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบพบการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆที่ตองสงสัย ว่าอาจรบกวนระบบการติดต่อสื่อสารและการเดินอากาศของเครื่องบิน ผู้โดยสารจะต้องปิดอุปกรณ์เหล่านั้นตลอดเที่ยวบิน
3.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ได้ ตลอดเที่ยวบิน
ได้แก่ เครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยกระตุ้น หัวใจ นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งบนเครื่องบิน


การบริการเครื่องดื่ม
พนักงานต้อนรับจะบริการเครื่องดื่มที่มี แอลกอฮอล์แก่ผู้โดยสารที่มีอายุเกิน 18 ปี เท่านั้นพนักงานตอนรับสามารถระงับการใหบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กับ ผู้โดยสารที่มีอาการมึนเมา และห้ามผู้โดยสารนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มเองระหว่างเที่ยวบิน


การสูบบุหรี่
ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่บนเครื่องบิน กรุณางดสูบบุหรี่ในทุกเที่ยวบิน
ข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย และระเบียบปฏิบัติของบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน)
เจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานอาจใช้มาตรการอันควรในทางป้องกันเมื่อมีเหตุอัน ควรเชื่อหรือเมื่อผู้โดยสารฝ่าฝืนต่อระเบียบ และวินัยในอากาศยานเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของอากาศยาน บุคคล หรือ ทรัพย์สินในอากาศยาน โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติกฎหมายเดินอากาศแห่ง ราชอาณาจักรไทย

เข็มขัดนิรภัย

สายรัดเข็มขัดที่นั่งของท่านผู้โดยสาร
แม้ในทัศนวิสัยที่ดีก็อาจเกิดกระแสลมแปรปรวนได้ ทำให้เครื่องบินตกหลุมอากาศและอาจทำให้ผู้โดยสารได้บาดเจ็บ การบินไทยใคร่ขอให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง แม้สัญญาณไฟรัดเข็มขัดจะดับลงแล้ว

บัตรแสดงที่นั่ง

บัตรที่นั่งของท่านผู้โดยสาร
การบินไทยขอความร่วมมือให้ท่านผู้โดยสาร กรุณาแสดงบัตรที่นั่งของท่านต่อพนักงานต้อนรับที่หน้าประตูเครื่องบินทุกครั้ง เพื่อให้พนักงานต้อนรับสามารถอำนวยความสะดวกให้ท่านผู้โดยสารตรงไปยังที่นั่งได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการป้องกันความผิดพลาดในการโดยสารเครื่องบินผิดลำ ซึ่งอาจทำให้เครื่องบินออกเดินทางล่าช้า อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยและมั่นคงซึ่งจะทำให้เที่ยวบินของการบินไทยให้บริการท่านผู้โดยสารด้วยความปลอดภัยอยู่เสมอ


บริการเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์

การบริการเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์บนเครื่องระหว่างเดินทาง

ในขณะเดินทาง เครื่องบินต้องบินอยู่ในระดับความสูงที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ดังนั้น จึงต้องมีการปรับความดันภายในห้องผู้โดยสารเพื่อให้ท่านผู้โดยสารเกิดความสะดวกสบาย  แต่ถึงแม้จะมีการปรับสภาพแล้ว ภายในห้องโดยสารก็ยังเปรียบได้กับสภาพบนภูเขาสูงซึ่งมีอากาศบางเบาและมีความกดอากาศต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เป็นผลให้ผู้โดยสารที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มึนเมาเร็วกว่าปกติ และ อาจมีผลต่อความดันโลหิต ดังนั้น ในการให้บริการเครื่องดื่มบนเครื่องบินเพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความผ่อนคลายในระหว่างเดินทางนั้น ผู้โดยสารจึงควรดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์แต่พอประมาณ และดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ

คำแนะนำจากพนักงานต้อนรับ

การปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

พนักงานต้อนรับ นอกจากจะมีหน้าที่ดูแลและบริการท่านผู้โดยสารระหว่างการเดินทางแล้วนั้น การดูแลเรื่องความปลอดภัยผู้โดยสาร ถือเป็นหน้าที่หลักที่จะต้องกระทำไปพร้อมกัน ดังนั้น หากท่านผู้โดยสารได้รับการร้องขอหรือแจ้งให้ปฏิบัติ เช่น ให้รัดเข็มขัดนิรภัย เก็บสัมภาระไว้ในช่องเก็บของเหนือศีรษะ ปรับพนักพิงหลังให้ตรง ฯลฯ โปรดให้ความร่วมมือทำตามคำแนะนำ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของท่านผู้โดยสารเองและผู้โดยสารท่านอื่นๆ ด้วย

โทรศัพท์มือถือบนเครื่องบิน

โทรศัพท์มือถือบนเครื่องบิน

การบินไทยได้ติดตั้งโทรศัพท์ผ่านคลื่นความถี่พิเศษบนเครื่องบินเกือบทุกแบบของบริษัทฯ เพื่อรองรับความจำเป็นในการใช้งานของผู้โดยสารทุกท่านไว้แล้ว เนื่องจากการใช้โทรศัพท์มือถือบนเครื่องบิน โดยเฉพาะขณะเวลาเครื่องทำการบินขึ้นหรือลงนั้น อาจส่งผลรบกวนอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินอากาศของเครื่องบิน การบินไทยจึงใคร่ขอความร่วมมือท่านผู้โดยสารโปรดงดใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเวลาดังกล่าว หรือปรับเป็น Flight Mode เพื่อให้สามารถใช้งานในลักษณะอื่นๆในระหว่างเที่ยวบินของท่านได้

สัมภาระที่ท่านผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน

สัมภาระที่ท่านผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน

สัมภาระที่ท่านผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินซึ่งมีน้ำหนักมากนั้น การนำขึ้นเก็บไว้ใน Overhead Locker อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อขณะยกหรือยามเกิดสภาวะอากาศแปรปรวน อาจตกหล่นลงใส่ตัวท่านเองหรือผู้โดยสารอื่นจนบาดเจ็บ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สัมภาระที่มีขนาดใหญ่และวางบนทางเดินก็จะกีดขวางช่องทางหนีภัยอันจะทำให้เกิดอันตรายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของท่านผู้โดยสารทุกๆท่าน การบินไทยจึงใคร่ขอความร่วมมือท่านผู้โดยสารโปรดนำสัมภาระที่มีน้ำหนักไม่เกิน7กิโลกรัมและมีขนาดโดยรวมไม่เกิน45นิ้ว หรือ115 เซนติเมตร ขี้นเครื่องและเก็บสัมภาระไว้ในช่องเหนือศรีษะ

เดินทางในขณะเจ็บป่วย


เดินทางในขณะเจ็บป่วย

เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสารระหว่างเดินทางกับสายการบินไทย หากท่านมีความจำเป็นต้องเดินทางขณะเจ็บป่วย การบินไทยฯใคร่ขอความร่วมมือจากท่านกรุณาแจ้งข้อมูลอาการเจ็บป่วยของท่านแก่เจ้าหน้าที่เมื่อทำการออกบัตรโดยสาร หรือแจ้งแก่พนักงานภาคพื้นดินเมื่อทำการเช็คอิน ซึ่งหากมีความจำเป็น ท่านผู้โดยสารอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจสอบกับแพทย์ประจำสนามบินเพื่อความมั่นใจในการเดินทางและอาจขอให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นส่งผ่านข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของท่านไปยังพนักงานต้อนรับบนเครื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลท่าน และเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์

โปรดระวังของร้อน

โปรดระวังของร้อน

ระหว่างเที่ยวบินของท่าน พนักงานต้อนรับอาจให้บริการท่านด้วยเครื่องดื่มร้อน ดังนั้นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการถูกน้ำร้อนลวก ใคร่ขอความร่วมมือจากผู้โดยสารดังนี้
-    กรุณาใช้ถาดเพื่อบริการเครื่องดื่ม กรุณารอจนพนักงานรินเครื่องดื่มให้ท่านเสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงหยิบแก้วเครื่องดื่มด้วยความระมัดระวัง
-    กรณีไม่ใช้ถาดเพื่อบริการ กรุณถือแก้วที่บริเวณด้ามจับและรอจนพนักงานรินเครื่องดื่มใส่แก้วให้ท่านเสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยดึงแก้วกลับ มิเช่นนั้นเครื่องดื่มร้อน หกรดท่านผู้โดยสารจนเกิดอาการบาดเจ็บได้

การนอนบนพื้นในห้องโดยสาร

การนอนบนพื้นในห้องโดยสาร
เก้าอี้นั่งของท่านผู้โดยสารในเครื่องบินทุกแบบของบริษัทการบินไทยฯได้ถูกออกแบบให้มีความเหมาะสมสะดวกสบายและปลอดภัยถูกต้องตามกฏการบินสากล แต่ในบางเที่ยวบินที่ใช้เวลายาวนาน การที่ท่านผู้โดยสารบางท่านอาจต้องการเปลี่ยนอิริยาบทด้วยการลงไปนอนที่พื้นในห้องโดยสารตรงที่นั่งของท่านเองนั้น เป็นเรื่องที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินทางของท่าน เนื่องจากการนอนพักผ่อนบนพื้นซึ่งแม้จะมองด้วยตาเปล่าว่าสะอาดเรียบร้อยแต่ก็อาจมีฝุ่นละอองเล็กๆกระจายขึ้นมาจนทำให้ท่านเกิดอาการแพ้และเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ประกอบกับอ็อกซิเจนบนเครื่องก็อาจกระจายลงไปได้ไม่เต้มที่และเพียงพอในส่วนพื้น อันจะเป็นผลให้ท่านหายใจไม่สะดวกตลอดเวลาที่พักผ่อนซึ่งเมื่อตื่นนอนอาจเกิดการวิงเวียนมึนงง และที่สำคัญที่สุดคือการนอนบนพื้นที่อยู่ใกล้ชิดกับโลหะที่ประกอบเป็นเก้าอี้โดยสารและส่วนที่เป็นพื้นของห้องโดยสาร เมื่อเกิดสภาวะอากาศแปรปรวนอาจทำให้เกิดการกระแทกรุนแรงจนเกิดอาการบาดเจ็บได้

 

 

การขนส่งสัตว์เลี้ยง

ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะนำสัตว์เลี้ยงเดินทางโดยเครื่องบินของการบินไทย ในเส้นทางบินต่างประเทศ จะต้องให้เจ้าหน้าที่การบินไทยทราบล่วงหน้า ในวันที่สำรองบัตรโดยสาร หรือ 48 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก

เงื่อนไข และเอกสารในการรับรองสุขภาพสัตว์เลี้ยง

กรุณาตรวจสอบว่าท่านได้รับการรับรองเอกสาร ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ก่อนออกเดินทาง
•    ได้รับการอนุญาตให้นำเข้า และส่งออกสัตว์เลี้ยงได้ จาก Animal Quarantine Officer ที่เกี่ยวข้อง
•     สัตว์เลี้ยงของท่านได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ และได้ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว
•     สำหรับสุนัขและแมวที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น จะต้องแจ้งให้กับ The Animal Quarantine Bureau of Japan ซึ่งจะออกเอกสาร Approval of Inspection of Animalให้ โดยจะต้องแจ้งล่วงหน้า 40 วันก่อนวันที่สัตว์เลี้ยงจะเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น
•     สำหรับสุนัขและแมวที่จะนำเข้าสหภาพยุโรปจะต้องได้รับการฝังไมโครชิฟแล้ว
•     บางประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฮ่องกง ฯลฯ จะมีกฎระเบียบให้นำเข้าสัตว์เลี้ยงได้ โดยเครื่องบินบรรทุกสินค้าเท่านั้น
•     บริษัทฯ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการขนส่งสัตว์เลี้ยงโดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์สถานทูต หรือเดินทางไปสถานทูตที่ใกล้บ้านท่าน
•     แต่ละประเทศจะมีการกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงที่จะเดินทางเข้า
•     สุนัขบางสายพันธุ์ เช่น สุนัขพันธุ์พิทบูลเทอร์เรียล ไม่อนุญาตให้นำเข้าบางประเทศ เช่น ประเทศไทย  
•     สุนัขและแมวที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนไม่อนุญาตให้นำเข้าในบางประเทศ
•     สัตว์เลี้ยงที่ป่วย ได้รับบาดเจ็บ หรือตั้งครรภ์ไม่อนุญาตให้เดินทาง

 

บริการการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง แบบ Check Baggage (AVIH)

        บริการนี้ผู้โดยสารสามารถนำสัตว์เลี้ยงCheck-in ได้ที่ Passenger Terminals จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำสัตว์เลี้ยงของท่านไปโหลดไว้ที่ห้องบรรทุกสัมภาระ พิเศษใต้ท้องเครื่องบินที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงและ มีระบบรักษาความปลอดภัยพิเศษ

        สำหรับเที่ยวบินเข้า-ออก ประเทศสหรัฐอเมริกา กำหนดให้สัตว์เลี้ยงและที่ใส่สัตว์เลี้ยงมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 32 กิโลกรัม และมีขนาด 54 x 27 x 33 นิ้ว
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ สำนักงานการบินไทย ในพื้นที่ของท่าน

 

 

 

บริการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องแบบโหลดเป็นบรรจุภัณฑ์

บริการ นี้ผู้โดยสารสามารถขนส่งสัตว์เลี้ยงได้ ไม่เฉพาะสุนัข และแมวเท่านั้น โดยผู้โดยสารสามารถนำสัตว์เลี้ยง ของท่านไปที่อาคารคลังสินค้า การบินไทย ณ สถานนีที่จะเดินทาง และขอความกรุณาผู้โดยสารหรือเจ้าของสัตว์เลี้ยง แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนล่วงหน้า เนื่องจากบริเวณพื้นที่ในส่วนคลังเก็บสินค้ามีพื้นที่จำกัด สำหรับสัตว์ที่มีชีวิต

ค่าธรรมเนียม
ค่าใช้จ่ายจะประหยัดกว่าแบบสัตว์เลี้ยงที่นำขึ้นเครื่อง และการขนสัตว์เลี้ยงแบบ Check Baggage ซึ่งผู้โดยสารจะเสียค่าใช้จ่ายในอัตราของการขนส่งทางอากาศเท่านั้น

หมายเหตุ

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ สำนักงานการบินไทย ในพื้นที่ของท่าน

 



กรงสัตว์เลี้ยง

กรงสัตว์เลี้ยงจะต้องมีขนาดตามกฎระเบียบของ IATA Live Animal Regulations มิฉะนั้น บริษัทฯสามารถปฏิเสธไม่รับสัตว์เลี้ยงของท่านได้

•    กรงจะต้องกว้างพอสำหรับสัตว์เลี้ยงสามารถยืน พลิกตัว หรือนอนปกติได้
•    กรงต้องแข็งแรงในการป้องกันสัตว์เลี้ยงของท่านระหว่างเครื่องขึ้นและลงจอด โดยจะต้องมีด้าน 3 ด้านเป็นอย่างต่ำ
•    ประตูกรงจะต้องแน่นหนาเพื่อป้องกันการเปิดออกโดยบังเอิญ และป้องกันสัตว์เลี้ยงของท่านสามารถเปิดออกเองได้
•    ข้างกรงจะต้องติดคำแนะนำในการให้อาหารและน้ำแก่สัตว์เลี้ยงไว้ด้วย
•    กรงที่ได้มาตรฐานสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายของสำหรับสัตว์เลี้ยงทั่วไป

ผู้โดยสารพิการท่านใดที่มีความประสงค์จะนำสุนัขนำทาง หรือต้องการสุนัขนำทางเพื่อให้ช่วยบอกทางในระหว่างการเดินทางเข้าหรือออกจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

ผู้โดยสารที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยสุนัขนำทางหรือสุนัขที่ให้ความช่วยเหลือได้

•    สามารถนำสุนัขนำทางสำหรับผู้โดยสารที่ตาบอด และสุนัขที่ให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้โดยสารที่หูหนวกไปยังประเทศต่างๆ ได้ โดยผู้โดยสารจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ The Animal Quarantine และมีเอกสารครบสำหรับการเดินทาง
•    การบริการนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ กรุณาติดต่อสำนักงานขายการบินไทยประจำท้องถิ่นของท่านอย่างน้อย 48 ชั่วโมง สุนัขไม่จำเป็นจะต้องมีที่นั่งและสามารถอยู่ข้างๆผู้โดยสารได้ ยกเว้นส่วนประตูทางออก ซึ่งสุนัขต้องเชือกบังคับด้วย

สตรีมีครรภ์

ข้อควรทราบ 

•    ตามเวลากำหนดคลอดของสูตินารีแพทย์ จะมีระยะเวลาทั้งหมด 40 สัปดาห์ สายการบินไทยได้ระบุบเงื่อนไขของผู้โดยสารทีมีครรภ์ดังนี้
 
หากมีอายุครรภ์เกิน 28 สัปดาห์ ผู้โดยสารที่เป็นสตรีมีครรภ์ จะต้องมีใบรับรองแพทย์ โดยมีการระบุบอายุครรภ์และกำหนดการคลอด ใบรับรองแพทย์ต้องออกภายในไม่เกิน 7 วันก่อนการเดินทาง และจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ก่อนขึ้นเครื่อง

เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร สายการบินไทยขอสงวนสิทธิ์ที่ในการปฎิเสธการขึ้นเครื่อง ในกรณีที่ผู้โดยสายไม่สามารถแสดงใบรับรองแพทย์ได้

•    หากเที่ยวบินนั้นบินน้อยกว่า 4 ชั่วโมง ผู้โดยสารที่เป็นสตรีมีครรภ์ จะต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน  36 สัปดาห์ จึงจะสามารถเดินทางได้
•    หากเที่ยวบินนั้นบินมากกว่า 4 ชั่วโมง ผู้โดยสารที่เป็นสตรีมีครรภ์ จะต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 34 สัปดาห์ สามารถเดินทางได้
•    หากอายุครรภ์เกิน 36 สัปดาห์ สตรีมีครรภ์ไม่สามารถเดินทางได้

สตรีมีครรภ์ที่ไม่อนุญาตให้เดินทาง
 
•    สตรีที่ตั้งครรภ์เด็กแฝด
•    สตรีที่ตั้งครรภ์มีประวัติเคยแท้งบุตร ฯลฯ จะต้องได้รับอนุญาตจากสูตินารีแพทย์ โดยกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์ม “Medical Clearance Form (MEDA) จากสูตินารีแพทย์ และได้รับอนุญาตจากการบินไทยให้เดินทางได้ ไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
•    ภาวะโลหิตจาง
•    มีความผิดปกติทางระบบส่วนต่างๆของร่างกายเรื้อรัง ซึ่งต้องมีการรักษาอยู่เป็นประจำ
•    มีประวัติการแท้ง
•    มดลูกต่ำกว่าปกติ
•    มีประวัติการตั้งครรภ์ในตำแหน่งที่ผิดปกติ
•    มีประวัติหรือปัจจุบันรกในครรภ์มีภาวะไม่ปกติ
•    มีความเสี่ยงในการแท้งหรือ มีการตกเลือดระหว่างตั้งครรภ์ปัจจุบัน
•    มีการปฏิสนธิของไข่เกิน 2 ตัว 
•    มีประวัติโลหิตเป็นพิษ, โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน

ข้อแนะนำ 

 ผู้โดยสารที่มีครรภ์ ควรจะเลือกที่นั่งที่ติดกับทางเดิน ที่มีพื้นที่เพียงพอและสะดวกสบายและเหมาะสำหรับสตรีตั้งครรภ์ 

หมายเหตุ
ในบางประเทศ ได้แก่ สิงค์โปร์ หรือ มาเลเซีย มีข้อกำหนดที่เข้มงวดในการเดินทางของสตรีต่างชาติที่ตั้งครรภ์เข้าประเทศ ซึ่งสายการบินไทยจะต้องให้ข้อมูล และคำแนะนำต่างๆอย่างละเอียดก่อนการเดินทาง

คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุในการเดินทางโดยเครื่องบิน

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
• ควรเดินทางไปในที่ไม่เสี่ยงต่อสุขภาพ
• ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง  เตรียมยาที่จำเป็นติดตัวและเช็คเรื่องวัคซีนที่ควรได้รับ
• กรณีที่มีโรคประจำตัว ควรรอให้มีอาการดีและปลอดภัยก่อนที่จะเดินทาง และควรมียาที่จำเป็นติดตัวขึ้นเครื่อง
• จัดเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศที่จะเดินทาง
• ทำประกันสุขภาพสำหรับการเดินทาง

ข้อปฏิบัติขณะเดินทาง

• ออกกำลังขณะอยู่บนเครื่องเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดดำอุดตัน
• ดื่มน้ำมากๆ และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มกาแฟในปริมาณมากเพื่อป้องกันการขาดน้ำ

เมื่อถึงปลายทาง

• ไม่ควรตากแดดนานเนื่องจากผู้สูงอายุเช่นเดียวกับเด็กเล็กจะเกิดอาการขาดน้ำได้ง่ายซึ่งทำให้เกิดอันตรายได้
• พยายามดื่มน้ำมากๆ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องขับถ่าย
• หลีกเลี่ยงอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด
• นอนให้เพียงพอเพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับเวลาปลายทาง
• ดูแลความสะอาดผิวหนังเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ

ข้อห้ามและคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่เดินทางโดยเครื่องบิน
ผู้โดยสารที่มีปัญหาสุขภาพควรต้องพบแพทย์ก่อนเดินทางเพื่อลดความเสี่ยง และควรมียาประจำตัวพกพาในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารที่ใช้ข้อเทียม ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือต้องมีเครื่องมือแพทย์ขึ้นเครื่องต้องนำใบรับรองแพทย์ติดตัว
ผู้โดยสารพิการที่ต้องได้รับความช่วยเหลือระหว่างอยู่บนเครื่องควรต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วย และควรแจ้งให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องทราบล่วงหน้า

ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาและมีอาการคงที่ หรืออาจมีอาการทรุดลงระหว่างเดินทางต้องยื่นเอกสารขออนุมัติการเดินทางกับสายการบิน (MEDIF หรือ Medical Information Form) ก่อนที่จะจองที่นั่ง และควรต้องระบุปริมาณออกซิเจนที่ต้องใช้บนเครื่อง ต้องใช้เปลนอนหรือไม่ สายการบินอาจปฏิเสธหรือขอเลื่อนวันเดินทางถ้าเห็นว่าอาการของผู้ป่วยยังไม่ปลอดภัยพอ เช่นเดียวกันอาจขอให้เปลี่ยนวิธีเดินทาง เช่น ลักษณะของที่นั่ง  การใช้ออกซิเจน หรือควรมีแพทย์และ/หรือพยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ลักษณะของผู้ที่ยังไม่ควรเดินทางโดยเครื่องบินมีดังนี้

• เด็กแรกเกิดอายุต่ำกว่า 7 วัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความกดดันอากาศในเครื่อง และสำหรับเด็กคลอดก่อนกำหนดต้องมีการยื่น MEDIF เพื่อขออนุมัติการเดินทาง

• สตรีมีครรภ์ที่ไม่มีปัญหาสุขภาพ สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ แต่ไม่ควรเดินทางโดยเครื่องบินบ่อยๆ ในระยะแรกของการตั้งครรภ์เนื่องจากออกซิเจนบนเครื่องเบาบางกว่าอาจเป็นอัตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ข้อบังคับสำหรับสตรีมีครรภ์ของสายการบินมีดังนี้

• อายุครรภ์เกิน 28 อาทิตย์ต้องมีใบรับรองแพทย์บอกกำหนดการคลอด และรับรองความปลอดภัยในการเดินทาง
• การตั้งครรภ์ปกติและไม่ใช่ครรภ์แฝดสามารถเดินทางได้จนถึงอายุครรภ์ 36 อาทิตย์ ถ้าระยะเวลาบินไม่เกิน 4 ชั่วโมง และอายุครรภ์ 34 อาทิตย์ ถ้าระยะการบินเกิน 4 ชั่วโมง ทั้งนี้ต้องมีใบแพทย์ชี้แจงวันคลอดและรับรองความปลอดภัยของการเดินทาง
• ครรภ์แฝด หรือครรภ์ที่มีปัญหา เช่น รกเกาะต่ำ มีประวัติคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น ไม่สมควรเดินทางไกลโดยเครื่องบิน ยกเว้นมีการขอผ่าน MEDIF และได้รับอนุมัติการเดินทาง
• อายุครรภ์เกิน 36 อาทิตย์จะไม่ได้รับการอนุมัติให้ขึ้นเครื่อง

• ผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ  ควรเตรียมยาที่ใช้ประจำให้ครบเพียงพอในการเดินทาง และถือขึ้นเครื่อง มีรายละเอียดและวิธีใช้ของยาแต่ละตัวแยกไว้ เพื่อเก็บไว้สำรองใช้กรณียาที่มีอยู่หายและไม่ควรเดินมากๆ ขณะอยู่ในเครื่องบิน ผู้ป่วยที่ยังไม่สมควรเดินทางโดยเครื่องบินมีดังนี้

• ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกที่ยังควบคุมไม่ได้
• ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายเรื้อรัง ต้องมีอาการปกติ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติโดยไม่เจ็บหน้าอก ไม่หอบเหนื่อย หรือไม่มีหัวใจเต้นผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วควรรออย่างน้อย 4-6สัปดาห์ แต่ถ้าจำเป็นก็สามารถเดินทางหลังจากมีอาการ 2-3 สัปดาห์ได้ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และต้องแจ้งสายการบินเพื่อขอออกซิเจนในกรณีที่จำเป็น
• ผู้ป่วยที่ผ่าตัดต่อเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ ไม่ควรเดินทางภายใน 2 สัปดาห์ภายหลังผ่าตัดเพื่อรอให้อากาศที่อยู่ในช่องหน้าอกขณะผ่าตัดถูกดูดซึมหมดก่อน
• โรคหัวใจล้มเหลว
• โรคความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่อยู่  (ความดันตัวบนเกิน 160 mmHg) ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง สามารถเดินทางได้ถ้าได้รับการรักษาก่อน และควรเตรียมยาให้เหมาะสมกับการเดินทาง และเวลาที่เปลี่ยนไป
• โรคหัวใจเต้นผิดปกติที่ยังรักษาไม่ได้ ไม่ได้ยาละลายลิ่มเลือด หรืออยู่ระหว่างคอยการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ
• โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ และมีอาการเหนื่อยหอบ
• ผู้ที่ไปดำน้ำลึก หรือเกิดอาการป่วยจากความกดดันที่ลดลง (decompression sickness)  ต้องคอยอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังหยุดดำน้ำหรือหลังหายจากอาการก่อนเดินทางโดยเครื่องบิน
• โรคปอดรั่วที่ยังไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาแล้วแต่อาการยังไม่คงที่ และอาจเกิดการรั่วระหว่างอยู่บนเครื่อง
• อาการน้ำท่วมในช่องเยื่อหุ้มปอดที่ยังไม่ได้รับการรักษา
• ผู้ป่วยโรคหอบหืด  ถ้ายังมีอาการรุนแรง อาการยังไม่คงที่ หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาลไม่สมควรเดินทาง แต่ในรายที่มีอาการน้อยควรจะต้องมียาติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วยโดยเฉพาะยาชนิดพ่นขยายหลอดลม
• ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สามารถเดินทางได้ถ้าไม่มีอาการหอบเหนื่อย หายใจตื้น เวลาเดินหรือเวลาขึ้นบันได แต่การเดินทางโดยเครื่องบินจะมีปัญหาออกซิเจนไม่เพียงพอเมื่ออยู่บนเครื่อง ควรเช็คค่าความกดดันของออกซิเจนในปอดก่อนทำการบิน เพื่อขอออกซิเจนเพิ่มระหว่างเดินทาง
• ภาวะการหายใจล้มเหลว
• อาการเหนื่อย หอบขณะที่ไม่ได้ออกกำลัง หรือมีปัญหาโรคปอดเรื้อรังและรุนแรง
• โรคปอดที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือที่อาการยังไม่คงที่สำหรับการเดินทาง
• ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำให้ไม่สามารถหายใจเองได้ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
• โรคปอดบวมที่ยังอยู่ในระยะแพร่เชื้อ
• โรควัณโรคปอด โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ได้รับการรักษาไม่ถึง 15 วัน

• ผู้ป่วยโรคทางระบบสมอง หรือโรคหลอดเลือดในสมองผิดปกติ

• ผู้ป่วยโรคลมชักที่อาการยังควบคุมไม่ได้ หรือผู้ป่วยหลังการผ่าตัดสมองไม่ถึง 2 อาทิตย์ โดยไม่มีอาการแทรกซ้อนยังไม่ควรเดินทาง ในกรณีที่เดินทางได้แพทย์ผู้รักษาอาจต้องเพิ่มขนาดของยากันชักให้สูงกว่าปกติเพื่อการป้องกัน เนื่องจากบนเครื่องออกซิเจนจะเบาบางกว่าทำให้เกิดภาวะพร่องออกซิเจน รวมทั้งอาการอ่อนเพลียจากการเดินทาง มีความวิตกกังวล หรือการเปลี่ยนเวลาจะทำให้อาเกิดการชักได้ง่ายขึ้น
• โรคหลอดเลือดสมองที่ไม่มีอาการแทรกซ้อนผู้ป่วยลักษณะนี้จะมีปัญหาเนื่องจากเซลล์สมองได้รับออกซิเจนน้อยอยู่แล้ว และเมื่อโดยสารบนเครื่องภาวะพร่องก๊าซออกซิเจนจะเพิ่มขึ้นและทำให้เกิดอันตรายได้ ผู้ป่วยควรให้อาการทางสมองหายเป็นปกติ หรือมีอาการคงที่อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนการเดินทาง  รวมทั้งให้แพทย์ผู้รักษาพิจารณาขอออกซิเจนเพิ่มบนเครื่อง
• ผู้ป่วยอุบัติเหตุและสมองกระทบกระเทือนไม่ถึง 15 วัน
• ภาวะคั่งน้ำในสมองที่ไม่ได้รับการรักษา หรือหลังการเจาะน้ำไขสันหลังไม่ถึง 1 อาทิตย์เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วของน้ำไขสันหลัง
• หลังการฉีดสีตรวจเส้นเลือดในสมองไม่ถึง 3 วัน
• โรคทางจิตเวช ถ้าอาการยังไม่สงบไม่สามารถเดินทางได้ กรณีที่มีการรักษาและมีอาการปกติดีแล้วต้องมีแพทย์ พยาบาลหรือญาติที่สามารถควบคุมผู้ป่วยได้เดินทางด้วยและต้องได้รับคำรับรองจากจิตแพทย์ผู้รักษาว่ามีอาการสงบ และปลอดภัยสำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน บางครั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและของผู้โดยสารอื่นแพทย์อาจจำเป็นต้องให้ยาระงับประสาทหรือยานอนหลับก่อนการเดินทาง

• ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร
ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ในเครื่องบินคือการขยายตัวของก๊าซในทางเดินอาหาร

• ผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดช่องท้อง การขยายตัวของก๊าซในทางเดินอาหารอาจทำเกิดการแตกของแผลผ่าตัด ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนควรเดินทางหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 2 อาทิตย์ เพื่อให้ก๊าซในช่องท้องถูกดูดซึม
• ผู้ป่วยที่มีการนำลำไส้ใหญ่มาเปิดที่หน้าท้อง (colostomy) ควรเตรียมนำถุง colostomy เพิ่มกว่าปริมาณที่ใช้ปกติสำหรับเปลี่ยนในระหว่างการเดินทาง
• โรคลำไส้อุดตัน ทางเดินอาหารทะลุ หรือมีเลือดออกรวมทั้งเส้นเลือดโป่งพองที่หลอดอาหารแตก
• อาการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง
• ผู้ป่วยที่เสียเลือดจากแผลในกระเพาะอาหารต้องให้เลือดหยุดสนิทก่อนและมีระดับความเข้มข้นของฮีโมโกลบินมากกว่า 10 กรัม/เดซิลิตรก่อนการเดินทาง
• ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทางเดินอาหารไม่ถึง 7 วัน
• ผู้ที่ได้รับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง

• ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดดำที่ขาอุดตัน โรคนี้เป็นกลุ่มอาการของผู้ที่นั่งชั้นประหยัดที่นั่งคับแคบ ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวระหว่างอยู่บน ทำให้การไหลเวียนของเลือดจากขาสู่หัวใจไม่ดี เกิดอาการเท้าและขาบวม จนถึงอาการเส้นเลือดดำที่ขาอุดตัน วิธีป้องกัน คือควรสวมรองเท้าที่สบาย ไม่คับ หรือถอดรองเท้าระหง่างอยู่บนเครื่อง ขยับข้อเท้าและขาหรือลุกเดิน เพื่อให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น อย่านอนในท่าที่ส่วนขาของร่างกายถูกกด และไม่ควรใช้ยานอนหลับเพราะจะทำให้หลับลึกและไม่รู้สึกเวลาขาถูกทับนาน ๆ ขณะอยู่บนเครื่องต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือกาแฟในกรณีที่ใช้เวลาเดินทางนานเพราะทำให้ปัสสาวะบ่อย เส้นเลือดขยายตัวอันเป็นสาเหตุส่งเสริมให้เกิดเส้นเลือดที่ขาอุดตัน สำหรับผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหลอดเลือดดำอุตัน หรือมีลิ่มเลือดที่ปอดต้องมีการให้ยาป้องกันก่อนการเดินทาง

• ผู้ป่วยอื่นๆ ที่ยังไม่ควรเดินทางโดยเครื่องบิน

• ผู้ป่วยโรคตาบางชนิด เช่น จอประสาทตาร่อนน้อยกว่า 3 อาทิตย์ก่อนเดินทาง ต้อหินกำเริบหรือได้รับการผ่าตัดไม่ถึง 1 เดือน โรคกระจกตาอักเสบที่แผลยังไม่หายสนิท
• โรคไซนัสหรือโรคหูอักเสบเฉียบพลัน
• ผู้ที่ได้รับได้รับการผ่าตัดหูไม่ถึง 3 เดือน
• โรคเลือดจางที่มีค่าของความเข้มข้นของเลือดต่ำกว่า 10 กรัม/เดซิลิตร ไม่ควรเดินทางถ้าที่มี เนื่องจากปริมาณออกซิเจนจะไม่เพียงพอสำหรับร่างกาย
• โรคที่ต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องห้ามในการขึ้นเครื่อง
• โรคติดเชื้อที่อยู่ในระยะแพร่เชื้อ (โรคอีสุกอีใส โรคหัด โรคคางทูม โรคไอกรน โรคงูสวัด)  
• โรคเอดส์ที่มีโรคแทรกซ้อนร้ายแรง
• โรคเบาหวานที่ยังคุมน้ำตาลไม่ได้ยังไม่ควรเดินทางกรณีที่คุมน้ำตาลได้ควรติดต่อสายการบินเพื่อให้จัดเตรียมอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรนำยาติดตัวขึ้นเครื่องบินด้วยถ้ามีการใช้ยาฉีดพร้อมอุปกรณ์ต้องมีใบรับรองแพทย์แนบ การเดินทางทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเวลาควรต้องรักษาเวลาในการรับประทานอาหาร และยาโดยใช้เวลาของสถานีต้นทางแล้วค่อยปรับเปลี่ยนให้เข้ากับเวลาใหม่ของปลายทาง
• ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ยังต้องรอดูอาการแทรกซ้อน หรือกำลังอยู่ระหว่างการรักษา
• ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดข่อไม่ถึง 7 วัน
• ผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการใส่เฝือก ควรผ่าเฝือกก่อนการเดินทาง
• ผู้ป่วยที่มีแผลขนาดใหญ่ หรือแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกที่อาการยังไม่ดี
• ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาจมีอาการทรุดลงระหว่างเดินทาง

ผู้โดยสารที่มีอาการแพ้ถั่วลิสง

     เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารของการบินไทยมีจำนวนมาก ดังนั้น การบินไทยจึงไม่สามารถรับรองได้ว่าท่านผู้โดยสารที่มีอาการแพ้ถั่วลิสงจะ อยู่ในบริเวณที่ปราศจากการสัมผัสกับถั่วลิสง ทั้งในเลาน์จ และบนเครื่องบิน หากการบินไทยได้รับแจ้งล่วงหน้า บริษัทฯจะสามารถจัดอาหารพิเศษให้แก่ผู้โดยสารได้อย่างถูกต้อง และผู้โดยสารจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ให้ปลอดภัยได้  
 
     อย่างไรก็ตาม การบินไทยขอแนะนำให้ผู้โดยสารนำเอกสารการใช้ยา และสายข้อมือจากโรงพยาบาลที่ระบุอาการแพ้ถั่วลิสงติดตัวไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารได้ทัน เวลา

ผู้โดยสารนำเด็กทารกเดินทาง

ผู้โดยสารสามารถนำเด็กทารกเดินทางได้ โดยเด็กทารกต้องมีอายุอย่างน้อย 7 วัน โดยผู้โดยสารต้องแจ้งให้ทราบว่านำเด็กทารกเดินทางด้วย

เปลเด็ก

 

• เที่ยว บินที่ช่วงเวลาบินมากกว่า 2 ชั่วโมง จะมีเปลเด็กไว้ให้บริการ เปลเด็กมีขนาด 75x35x22 เซนติเมตร ซึ่งสามารถรับน้ำหนักของเด็กทารกได้ไม่เกิน 10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

 

• เพื่อความปลอดภัย ในการขอเปลเด็ก เด็กทารกจะต้องอายุไม่เกิน 6 เดือน และผู้โดยสารจะต้องแสดงความจำนงขอเปลเด็กก่อนขึ้นเครื่อง 48 ชั่วโมง

 

ที่นั่งเด็ก

 

• หาก ผู้โดยสารต้องการนำที่นั่งของเด็กขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารต้องเสียค่าเดินทางให้เด็กทารกด้วย ซึ่งที่นั่งนี้จะต้องถูกออกแบบมาสำหรับเด็กทารกโดยเฉพาะ และสามารถวางบนที่นั่งผู้โดยสารได้

 

 

 

ผ้าอ้อมเด็ก


• ผ้าอ้อม เด็กจะมีให้บริการเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศเท่านั้น ผู้โดยสารต้องแสดงความจำนงขอผ้าอ้อมเด็กต่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เครื่องบินแต่ละประเภทจะมีห้องน้ำที่มีโต๊ะพับครึ่งไว้สำหรับผู้โดยสาร สามารถเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯแนะนำให้ผู้โดยสารนำผ้าอ้อมเด็กของท่านมาเอง เนื่องจากผ้าอ้อมที่บริษัทฯมีไว้ให้บริการมีเฉพาะขนาด L เท่านั้น

 

สตรีมีครรภ์

 

หากผู้โดยสาร เป็นสตรีมีครรภ์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯทราบก่อนเวลา และต้องได้รับคำแนะนำทางการแพทย์ก่อนเครื่องออก 48 ชั่วโมง โดยผู้โดยสารจะต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 40 สัปดาห์


สำหรับผู้โดยสารที่มีสภาวะครรภ์ซับซ้อน บริษัทมีข้อแนะนำดังนี้

• หาก ผู้โดยสารมีอายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ ผู้โดยสารจะต้องมีใบรับรองจากสูตินารีแพทย์ โดยระบุอายุครรภ์ และกำหนดคลอด อย่างไรก็ตาม ใบรับรองแพทย์จะต้องไม่เกิน 7 วันก่อนวันเดินทาง และผู้โดยสารต้องนำใบรับรองแพทย์ติดตัวมาด้วยในวันเดินทาง

• หากผู้โดยสารไม่มีใบรับรองแพทย์ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้โดยสารท่านนั้นเดินทาง

• บริษัทฯไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารมีอายุครรภ์เกิน 36 สัปดาห์ และเดินทางในเที่ยวบินที่มีระยะเวลาเกิน 4 ชั่วโมงเดินทาง

 

สำหรับสตรีมีครรภ์ผิดปกติ

หาก ผู้โดยสารมีครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น ตั้งครรภ์แฝดคู่ มีประวัติแท้งบุตร ผู้โดยสารจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะแพทย์ของบริษัทฯ ผู้โดยสารต้องมี Medical Clearance Form จากสูตินารีแพทย์ และต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก

มาตรการด้านการแพทย์

ผู้โดยสารบางท่านอาจมีปัญหาสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเดินทางทางอากาศ สายการบินมีความห่วงใยต่อผู้โดยสารที่มีปัญหาสุขภาพเนื่องจากอาจเกิดความเสี่ยงต่างๆขึ้นได้ การเสียชีวิตในระหว่างเดินทางบนเครื่องบินสร้างความสะเทือนใจต่อพนักงานบนเครื่อง หากผู้ป่วยมีอาการทรุดลงอย่างรุนแรง อาจต้องเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อลงจอดฉุกเฉิน ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสายการบินและความไม่สะดวกต่อพนักงานและผู้โดยสารอื่นๆ ผู้ป่วยที่ต้องการเดินทางจะต้องยื่นเอกสารขออนุมัติการเดินทาง (MEDIF) ต่อสายการบินเพื่อประเมินความเหมาะสม มาตรการด้านการแพทย์ของสายการบินไทยเป็นผลจากการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดไว้ในคู่มือสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ

มาตรการในการรับผู้ป่วยที่ประสงค์จะเดินทางกับสายการบินไทย

 

โรคโลหิต


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

ภาวะโลหิตจางเฉียบพลัน

มี Hb < 8.5 กรัม/เดซิลิตร

ไม่มีการสูญเสียเลือดอย่างน้อย 48 ชม. ก่อนการเดินทาง, มี Hb > กรัม/เดซิลิตร

หาสาเหตุของการเสียเลือด, ประเมินระดับ Hb หลังการเสียเลือด และ 48 ชม. ก่อนการเดินทาง, ให้ออกซิเจน

ภาวะโลหิตจางเรื้อรัง (ธาลัสซีเมีย, โลหิตจางแบบเซลล์รูปเคียว)

เม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลัน, Hb < 8 กรัม/เดซิลิตร

Hb > 8.5 กรัม/เดซิลิตร

ให้ออกซิเจนบนเครื่อง

ฮีโมฟิเลีย (ความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดทำให้เลือดออกง่าย)

มีภาวะเลือดออก

อาการคงที่

ชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ยารักษาระหว่างการเดินทางบนเครื่องบิน

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน

มีอาการของโรคอยู่ในระยะคุกคาม มีการกดไขกระดูก อยู่ในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด

อาการคงที่

ชี้แจงสถานะและการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ของผู้ป่วย

มะเร็งเม็ดเลือดขาว

มีอาการของโรคอยู่ในระยะคุกคาม มีการกดไขกระดูก อยู่ในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด

อาการคงที่ ไม่มีอาการแทรกซ้อน ผลการตรวจเลือดอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ชี้แจงสถานะและการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ของผู้ป่วย

วิสคอทท์-แอลดริช ซินโดรม (เกล็ดเลือดต่ำ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง)

ระยะคุกคาม

อาการคงที่

ชี้แจงสถานะและการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ของผู้ป่วย

 

โรคหัวใจ หลอดเลือด และ ระบบหายใจ


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

มีอาการเจ็บหน้าอกที่ผิดปกติ

อาการอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่เจ็บหน้าอก > 48 ชม. ก่อนการเดินทาง

ควรเตรียมออกซิเจนที่ต้องใช้บนเครื่อง และอาจต้องมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

การขยายหลอดเลือด ทั้งแบบใส่ขดลวดกันหลอดเลือดตีบและไม่ใส่

มีอาการผิดปกติ, รับการรักษา < 5 วันก่อนการเดินทาง

อาการปกติ, รับการรักษา > 5-7 วันก่อนการเดินทาง

ให้ออกซิเจนและมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

เลือดออกในพนังหลอดเลือด หรือเส้นเลือดในสมองโป่งพองแตกหรือมีเส้นผ่าศูนย์กลาง > 5.5-6 ซม.

อาการปกติ หรือ 6 สัปดาห์หลังรับการขยายหลอดเลือด

ให้ออกซิเจนและอาจมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

หัวใจห้องบนหรือห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติจนควบคุมไม่ได้

มีอาการใจสั่นเป็นครั้งคราวแต่ไม่หมดสติ, ได้รับการรักษาและอาการคงที่

ชี้แจงสถานะและการรักษาของผู้ป่วย

ผ่าตัดหัวใจ เปลี่ยนลิ้นหัวใจ หลอดเลือดสลับตำแหน่ง

มีอาการแทรกซ้อน รับการรักษา < 2 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง

6 สัปดาห์หลังการผ่าตัด ไม่มีปัญหาแทรกซ้อน

ให้ออกซิเจนและมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ผ่าตัดเบี่ยงทางหลอดเลือดหัวใจ

อาการยังไม่ปกติ, รับการรักษา < 9 วันก่อนการเดินทาง

อาการคงที่, 10-14 วันหลังการผ่าตัด 

ให้ออกซิเจนและมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

หัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว

มีอาการไม่คงที่, หอบ หายใจติดขัดในขณะพัก หรือขณะออกกำลังเพียงเล็กน้อย

อาการคงที่, 10 วันหลังการเข้ารับการรักษา

ให้ออกซิเจนระหว่างเดินทาง แพทย์/พยาบาลอาจต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

การสวนหลอดเลือดหัวใจ

รับการรักษา < 48 ชม. ก่อนการเดินทาง

อาการคงที่ ไม่มีเลือดออก

ควรใช้รถเข็นนั่ง

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกและในปอด

มีอาการที่เกิดขึ้นแบบจู่โจมเมื่อเร็วๆนี้ มีอาการแทรกซ้อน

รับการรักษาและใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

PAO2 ในอากาศของห้องอยู่ในระดับปกติ ให้ออกซิเจนระหว่างการเดินทาง

หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ

เกิดอาการหัวใจวายแบบเลือดคั่ง/หัวใจวายควบคุมไม่ได้เมื่อเร็วๆนี้   

อาการคงที่

ผู้ป่วยควรเดินได้อย่างน้อย 30 เมตรโดยไม่หอบ, ให้ออกซิเจนและมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ความดันโลหิตสูง

ไม่ได้รับการรักษา, มีความดันสูงที่ควบคุมไม่ได้   

ควบคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติได้

ควบคุมความดันได้อย่างน้อย 5 วันก่อนการเดินทาง

กล้ามเนื้อหัวใจตาย

เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย < 7 วันก่อนการเดินทาง

ไม่มีภาวะแทรกซ้อน > 7-10 วัน

ถ้ามีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยสามารถเดินทางได้หลังจากอาการคงที่แล้ว 4 สัปดาห์, ให้ออกซิเจนและมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางด้วย

ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ

มีอาการไม่คงที่, เรื่มใช้เครื่องกระตุ้น < 2 วันก่อนการเดินทาง, มีภาวะแทรกซ้อน

หัวใจเต้นปกติ, เริ่มใช้เครื่องกระตุ้น > 2 วันไม่มีภาวะแทรกซ้อน

หากมีภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอด ผู้ป่วยสามารถเดินทางได้หลังจากปอดขยายตัวอย่างเต็มที่แล้ว 1 สัปดาห์

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ, กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

มีอาการไม่คงที่

อาการคงที่   

ให้ออกซิเจนระหว่างเดินทาง แพทย์/พยาบาลควรร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

เส้นเลือดดำที่ขาอุดตัน

อาการเกิดขึ้นแบบจู่โจมและรุนแรง

อาการคงที่, ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ชี้แจงสถานะของผู้ป่วย

ลิ้นหัวใจผิดปกติ

มีอาการของโรครุนแรง

อาการคงที่ และรับการผ่าตัด > 10 วันก่อนการเดินทาง

แพทย์/พยาบาลต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วยและอาจต้องให้ออกซิเจนบนเครื่องบิน

โรคหืด   

มีอาการกำเริบหรือทรุดลง

อาการปกติ

ทำการประเมินผู้ป่วยก่อนเดินทาง, ให้ออกซิเจนบนเครื่อง, หากเพิ่งมีอาการกำเริบแพทย์/พยาบาลต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดบริเวณทรวงอก

รับการผ่าตัด < 2 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง

ผ่าตัดแล้ว > 2 สัปดาห์และไม่มีอาการแทรกซ้อน

ให้ออกซิเจนและแพทย์/พยาบาลต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง ปอดเป็นพังผืด

หอบเหนื่อย ผิวหนังเป็นสีเขียวคล้ำ, มีอาการกำเริบโดยมีค่า Sa02 < 92 %

หายใจปกติ อาการทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีพอ รักษาหายแล้ว

ชี้แจ้งผลการวัดค่า SaO2 ผู้ป่วยควรเดินได้อย่างน้อย 30 เมตรโดยไม่หอบเหนื่อย เสริมออกซิเจนอัตราการไหลต่ำบนเครื่องบิน

มะเร็งปอด

มีภาวะแทรกซ้อน อยู่ในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี หอบ หายเหนื่อยในขณะพักหรือขณะออกกำลังเพียงเล็กน้อย มะเร็งแพร่ไปยังสมองและมีความเสี่ยงที่จะเกิดสมองบวม   

มะเร็งระยะแรก ไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการทั่วไปปกติ ไม่กระทบต่อการทำงานของปอด

ให้ออกซิเจนบนเครื่อง แพทย์/พยาบาลต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด

มีน้ำขังในช่องปอด

รับการรักษาและระบายน้ำออกมาแล้ว  > 48 ชม. ก่อนการเดินทาง

รับการรักษาและระบายน้ำออกมาแล้ว  > 48 ชม. ก่อนการเดินทาง

ปอดบวม

มีอาการติดเชื้อที่ปอด, มีภาวะแทรกซ้อน

รักษาอาการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนแล้ว

ส่งผล CXR ล่าสุดให้สายการบิน, ชี้แจ้งผลการวัดค่า SaO2 ให้ออกซิเจนและแพทย์/พยาบาลอาจต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ปอดพองตัวผิดปกติ, โพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศชนิดเกิดขึ้นเอง

ยังไม่ได้รับการรักษาหรือมีอาการไม่คงที่

ปอดขยายเต็มที่ 14 หลังรับการรักษา

ให้ออกซิเจนและแพทย์ต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย หากจำเป็นสามารถใส่ท่อระบายทางเดียวได้, ไม่มีลมในช่องปอดบนแผ่นเอกซเรย์

น้ำท่วมปอด

ยังรักษาไม่หายขาด

หายใจได้ปกติ, รักษาหายแล้ว

ควรตรวจสอบสาเหตุของโรค

ภาวะการหายใจล้มเหลว

อาการควบคุมไม่อยู่

รักษาหายแล้ว

ควรตรวจสอบสาเหตุของโรค

หยุดหายใจขณะหลับ

ไม่มีข้อบังคับ

สามารถนำอุปกรณ์ CPAP ชนิดพกพาพร้อมด้วยแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องได้

อาการอยู่ในระดับควบคุมได้, ผู้ป่วยควรพกอุปกรณ์ CPAP ระหว่างการเดินทาง

 

โรคทางระบบประสาท สมอง และจิตเวช


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

ผู้ป่วยที่บาดเจ็บหรือได้รับความสะเทือนทางสมอง

ได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรง < 72 ชม. ก่อนการเดินทาง มีอาการสมองบวม สับสน

อาการคงที่หรือดีขึ้น

แพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย อาจต้องให้ออกซิเจนระหว่างเดินทาง

การผ่าตัดสมอง

รับการผ่าตัด < 9 วันก่อนการเดินทาง, มีน้ำคั่งในโพรงสมอง

รับการผ่าตัด > 10 วันและมีอาการปกติ

แพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

เนื้องอกในสมอง

มีอาการสมองบวม ชักควบคุมไม่อยู่ หมดสติ

อาการคงที่ มีแพทย์ร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ชี้แจ้งสถานะและการรักษาของผู้ป่วยอย่างละเอียด ส่งรายงานผลการตรวจ MRI ให้ทางสายการบิน

โรคหลอดเลือดสมอง (CVA), เลือดออกในสมอง ภาวะสมองขาดเลือด

มีอาการ < 10 วันก่อนออกเดินทาง

อาการคงที่หรือดีขึ้น

แพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย ควรให้ออกซิเจนระหว่างเดินทาง

เซลล์ประสาทเสื่อมเนื่องจากปลอกประสาทถูกทำลาย

มีอาการกำเริบรุนแรง

อาการคงที่   

แพทย์/พยาบาลไม่ต้องร่วมเดินทางด้วยหากไม่มีอาการกำเริบก่อนวันขึ้นเครื่อง

เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส    อาการไม่คงที่

ไม่มีไข้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน   

แพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย เสริมออกซิเจนระหว่างเดินทาง

อาการชักกระตุก

เกิดอาการชักควบคุมไม่อยู่

อาการควบคุมได้ดี > 48 ชม. ก่อนการเดินทาง   

แพทย์/พยาบาลต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วยในกรณีที่ผู้ป่วยเพิ่งเกิดอาการชัก

ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว

เกิดอาการ < 2 วันก่อนขึ้นเครื่อง

อาการเกิดขึ้นแล้ว > 3-7 วันและมีภาวะคงที่

แพทย์/พยาบาลอาจต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

โรคจิตเฉียบพลัน

เกิดอาการขั้นรุนแรง

อาการควบคุมได้

แพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

พิษสุราเรื้อรัง

มีพฤติกรรมที่ผิดปกติมาก ตับแข็ง

อาการควบคุมได้และมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทาง

แพทย์/พยาบาลจะต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

สมองเสื่อมหรือความผิดปกติทางจิตเรื้อรัง

มีพฤติกรรมที่ผิดปกติมากหรือมีความเสื่อมที่จะแย่ลงระหว่างการเดินทาง

อาการควบคุมได้อย่างเหมาะสมและมีแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทาง

แพทย์/พยาบาลจะต้องร่วมเดินทางด้วยหากผู้ป่วยมีพฤติกรรมผิดปกติ

 

โรคติดต่อ


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

รักษาหายแล้วโดยใช้ยาปฏิชีวนะ  

ตาแดงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย กระจกตาอักเสบ

มีอาการรุนแรง

รักษาหายแล้วโดยใช้ยาปฏิชีวนะ

 

อีสุกอีใส

มีผื่นหรือตุ่มใส

ไม่มีผื่นหรือตุ่มใสตามตัว ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ต้องรักษาผื่นที่ผิวหนังให้หายก่อนการเดินทาง

ไข้เลือดออก

มีอาการแทรกซ้อน, มีภาวะเกล็ดเลือดน้อย

อยู่ในระยะพักฟื้นและมีการตรวจเลือด

 

โรคผิวหนังพุพองและเป็นหนอง

มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง

อยู่ในระหว่างการรักษา

ไม่จำเป็นต้องมีแพทย์/พยาบาลติดตาม

ไข้หวัดใหญ่

แสดงอาการของโรค มีภาวะแทรกซ้อน

อยู่ในขั้นไม่ติดต่อ

ผู้ป่วยไม่ควรเดินทางหากมีอาการไอไม่หยุด

ไข้จับสั่น

แสดงอาการของโรค มีภาวะแทรกซ้อน

ได้รับการรักษาและไม่มีพยาธิในเลือด ไม่มีอาการแทรกซ้อน

แพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย อาจต้องให้ออกซิเจนหากมีอาการรุนแรง

โรคหัด

แสดงอาการของโรค, เริ่มมีผื่นมาแล้ว < 7 วันก่อนการเดินทาง

ไม่มีผื่น

 

โรคคางทูม

แสดงอาการของโรค, มีอาการบวม < 7 วัน

ไม่มีอาการบวม ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

 

ไข้อีดำอีแดง

แสดงอาการของโรค

รับการรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะ

ชี้แจ้งสถานะของผู้ป่วย

วัณโรค

ไม่ได้รับการรักษา, อยู่ในระยะติดเชื้อ

เข้ารับการรักษาอย่างเพียงพอและไม่มีอาการติดเชื้อก่อนเดินทาง

ผ่านการประเมินทางการแพทย์, ส่งรายงานผลเอกซเรย์และการตรวจเสมหะเพื่อยืนยันภาวะไม่ติดต่อ, ชี้แจ้งหากพบโรคต้นเหตุ

โรคไอกรน   

เริ่มแสดงอาการ < 3 สัปดาห์ หรือใช้ยาปฏิชีวนะ < 7 วันก่อนการเดินทาง

รักษาหายแล้วโดยใช้ยาปฏิชีวนะ

 

 

โรคตา หู จมูก คอ


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

ผ่าตัดต้อกระจก
รับการผ่าตัด < 2 วันก่อนการเดินทาง มีภาวะแทรกซ้อน

รับการผ่าตัด > 2 วันก่อนการเดินทางและได้รับการยินยอมจากแพทย์

แนะนำเกี่ยวกับสถานะของผู้ป่วย

ผ่าตัดภายในลูกตา บาดแผลแทงทะลุ

รับการผ่าตัด < 6 วันก่อนการเดินทาง มีภาวะแทรกซ้อน

รับการผ่าตัด > 7 วันและไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ต้องไม่มีลมในลูกตา

ต้อหิน

ความดันในลูกตาสูงมาก

ควบคุมความดันในลูกตาโดยใช้ยาไมโออิกหรือเข้ารับการผ่าตัด

 

ผ่าตัดแก้สายตาด้วยวิธีเลสิคและผ่าตัดกระจกตาด้วยเลเซอร์

รับการผ่าตัด < 2 วันก่อนการเดินทาง, กระจกตาบวมน้ำ

รับการผ่าตัด > 3 วันก่อนการเดินทาง, ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ควรใช้ยาหยอดตา

ผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ

รับการผ่าตัด < 7 วันก่อนการเดินทาง มีภาวะแทรกซ้อน

รับการผ่าตัด > 7 วันก่อนการเดินทาง ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

 

จอประสาทตาหลุดออก

มีฟองอากาศในลูกตา > 30% ของปริมาณวุ้นตา

ไม่มีอากาศภายในลูกตา

เลื่อนการเดินทาง 2 สัปดาห์ถ้าใชัสารซัลเฟอร์เฮกซาฟลูออไรด์ และ 6 สัปดาห์หากใช้สารเพอร์ฟลูโรโปรแพน

หูชั้นกลางอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ

มีการอักเสบรุนแรง

ได้รับการยินยอมจากแพทย์

 

ผ่าตัดหูชั้นกลาง ใส่ท่อในช่องหู หรือเจาะเยื่อแก้วหู

เพิ่งเข้ารับการทำหัตถการ, มีน้ำหรือสารคัดหลั่งจากในหูหรือมีภาวะอุดตันในหู

ได้รับการยินยอมจากแพทย์เฉพาะทางหูคอจมูก

 

ผ่าตัดทอนซิล

รับการผ่าตัด < 7 วันก่อนการเดินทาง

ได้รับการยินยอมจากแพทย์

 

โรคเวียนศีรษะ

มีอาการเวียนศีรษะรุนแรง

อาการคงที่

แพทย์/พยาบาลอาจต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วยหากมีอาการรุนแรง

 

โรคระบบทางเดินอาหาร


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

การตัดไส้ติ่ง

รับการผ่าตัด < 4 วันก่อนออกเดินทาง หรือมีภาวะแทรกซ้อน

รับการผ่าตัด > 4 วันก่อนออกเดินทางและไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ควรใช้รถเข็นนั่ง

โรคตับแข็ง

อาการรุนแรงและมีน้ำในช่องท้อง อาการทางสมองจากโรคตับ เลือดออก

อาการคงที่

แพทย์ต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

การส่องตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยกล้อง

รับการตรวจ < 24 ชม.ก่อนการเดินทาง

รับการตรวจ > 24 ชม. ก่อนการเดินทาง และไม่มีอาการท้องอืด

ชี้แจ้งสาเหตุของการตรวจ

การตัดถุงน้ำดี

รับการผ่าตัดผ่านกล้องส่อง < 72 ชม. ก่อนการเดินทาง ผ่าตัดปกติ < 7 วัน

มีภาวะแทรกซ้อน อาการคงที่

ชี้แจ้งวิธีการผ่าตัด

ถุงน้ำดีอักเสบ

มีอาการของโรครุนแรง

อาการคงที่

แพทย์/พยาบาลควรร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

โรคติ่งในลำไส้ใหญ่, โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

แสดงลักษณะอาการของโรค

อาการคงที่

อาจต้องการอาหารพิเศษและแพทย์/พยาบาลร่วมเดินทาง

แผลในกระเพาะอาหาร แผลเปื่อยลำไส้เล็กตอนต้น    

มีเลือดออกและปวดรุนแรง

อาการคงที่   

อาจต้องการอาหารพิเศษและควรมีการให้ยาบนเครื่องบิน

ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร

ไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องในช่วง 2-3 สัปดาห์ของการเริ่มมีภาวะเลือดออก

ได้รับการยินยอมจากแพทย์ผู้รักษา

ประเมินสาเหตุของเลือดออกและผลการวัดค่า Hb หลังเลือดหยุดไหลและ 48 ชม. ก่อนการเดินทาง ควรใช้รถเข็นนั่ง

กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบ (ท้องร่วง)

มีอาการรุนแรง, ร่างการเสียน้ำหรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

ท้องหยุดร่วงและไม่มีภาวะแทรกซ้อน

หากอาการคงที่แพทย์/พยาบาลไม่ต้องร่วมเดินทาง

ตับอักเสบ   

มีอาการรุนแรง

อาการคงที่ ตับทำงานปกติ

ควรใช้รถเข็นนั่ง

การผ่าตัดผ่านกล้อง (ตัดถุงน้ำดี, ผ่าตัดท่อนำไข่, ตัดมดลูก)

รับการผ่าตัด < 4 วันก่อนการเดินทาง

รับการผ่าตัด > 5 วัน และไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ระบายแก๊สในช่องท้องออกหมดแล้ว ควรใช้รถเข็นนั่ง

ผ่าตัดใหญ่ช่องท้อง

รับการผ่าตัด < 10 วันก่อนการเดินทาง, มีภาวะแทรกซ้อน  

รับการผ่าตัด > 14 วัน และไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ควรใช้รถเข็นนั่ง แพทย์/พยาบาลอาจต้องร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

ตับอ่อนอักเสบ

มีอาการรุนแรง

อาการคงที่

ควรใช้รถเข็นนั่ง แพทย์/พยาบาลควรร่วมเดินทางและควรรับบริการอาหารมื้อพิเศษ

 

โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

โรคไต

มีอาการรุนแรง อาการคงที่

ควรใช้รถเข็นนั่ง แพทย์/พยาบาลควรร่วมเดินทางและควรรับบริการอาหารมื้อพิเศษ

 

สตรีมีครรภ์และเด็ก


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

ทารก

เพิ่งคลอดมา 7 วัน

  ประเมินระบบหายใจก่อนขึ้นเครื่อง

การรักษาภาวะมีลูกยาก

รับการรักษา <14 วันก่อนการเดินทาง

   

แท้งจากการคลอดก่อนกำหนด

เลือดออกมาก

< 7 วันและมีอาการคงที่, ไม่มีเลือดออก, ไม่ปวด

ชี้แจ้งผลการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ (CBC)

ครรภ์เดี่ยว ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ตั้งครรภ์มาแล้ว > 36 สัปดาห์

< 36 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์สำหรับการเดินทาง < 4 ชม. < 34 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์สำหรับการเดินทาง > 4 ชม. และมีการยืนยันจากแพทย์

ต้องมีใบรับรองทางการแพทย์ชี้แจ้งวันเวลาของการคลอดและภาวะการตั้งครรภ์

ครรภ์แฝด ไม่มีภาวะแทรกซ้อน   

ตั้งครรภ์มาแล้ว > 36 สัปดาห์

ตั้งครรภ์มาแล้ว< 32 สัปดาห์

สตรีที่ตั้งครรภ์ > 28 สัปดาห์ ต้องมีใบรับรองทางการแพทย์ชี้แจ้งวันเวลาของการคลอดและภาวะการตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์ มีภาวะแทรกซ้อน มีประวัติคลอดก่อนกำหนด

 

ต้องมีการอนุญาตจากแพทย์เท่านั้น

ต้องมีใบรับรองแพทย์ชี้แจ้งวันเวลาของการคลอดและภาวะการตั้งครรภ์

 

ศัลยกรรมกระดูกและบาดแผล


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

แผลไหม้

> 20% ของผิวร่างกาย อยู่ในระยะวิกฤต ผิวหนังติดเชื้อ

อาการคงที่ ไม่มีอาการติดเชื้อ แผลสะอาด

แพทย์/พยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย

กระดูกกรามล่างหัก

ยึดกระดูกด้วยลวดเสียบและเดินทางคนเดียว

แพทย์ร่วมเดินทางด้วย

แพทย์ต้องพกเครื่องมือตัดลวด

ผู้ป่วยที่รับการใส่เฝือก แขน/ขาหัก

รับการใส่เฝือก < 48 ชม. ก่อนการเดินทาง

ใส่เฝือกเชื่อมกระดูกตามยาวและใส่มาแล้ว > 48 ชม.

ไม่ต้องมีแพทย์ติดตามสำหรับผู้ใส่เฝือกขา ผู้โดยสารที่เข้าเฝือกเหนือเข่าขึ้นมาทั้งหมดต้องใช้เปลหามระหว่างเดินทาง

 

โรคอื่นๆ


โรค/ภาวะสุขภาพ

เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมที่จะเดินทาง

เงื่อนไขที่สายการบินยินยอมให้เดินทาง

คำแนะนำสำหรับแพทย์ผู้รักษา

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ทำศัลยกรรมมาแล้ว < 5 วันสำหรับระยะเวลาเดินทาง > 4 ชม.

10-14 วัน

มีความเสี่ยงที่จะเกิดเส้นเลือดดำที่ขาอุดตันและลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ควรลุกเดินบ่อยๆในห้องเคบิน

ผู้ป่วยจากความกดดันที่ลดลงจากการดำน้ำลึก

ดำน้ำมา < 24 ชม. ก่อนการเดินทาง หรือมีอาการจากความกดดันที่ลดลง

> 24 ชม. หลังจากดำน้ำมา หรือหลังจากรับการรักษาที่เหมาะสมในห้องปรับบรรยากาศความดันสูง

แพทย์/พยาบาลอาจร่วมเดินทางและควรให้ออกซิเจนบนเครื่อง

โรคเบาหวาน

ระดับน้ำตาลในเลือดควบคุมไม่อยู่

อาการคงที่   

ไม่ต้องมีแพทย์ติดตาม ผู้โดยสารอาจต้องรับประทานอาหารพิเศษสำหรับโรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่ใช้เข็มในการรักษาจะต้องมีจดหมายจากแพทย์เพื่อขออนุญาตให้พกเข็มขึ้นเครื่อง ควรเก็บเข็มอยู่ในถุงเก็บความเย็นหรือในขวดสูญญากาศ

ผู้ป่วยจากความกดดันที่สูงขึ้น

มีอาการรุนแรง เช่น เดินไม่ได้ ภาวะทางจิตแย่ลง น้ำท่วมปอด สมองบวมน้ำ

อาการคงที่

แพทย์/พยาบาลอาจร่วมเดินทางกับผู้ป่วยและควรให้ ออกซิเจนบนเครื่อง

ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ

มีอาการป่วยหนัก

อาการคงที่ เดินทางพร้อมกับแพทย์/พยาบาล

เครื่องช่วยหายใจต้องทำงานด้วยแบตเตอรี่ลิเทียม

ผู้ป่วยที่รับการล้างไตทางช่องท้อง

 

หลังจากผ่านการตรวจและการยินยอมจากแพทย์

 

การผ่าตัดแปลงเพศ

 

รับการผ่าตัด > 14 วันก่อนการเดินทางและมีอาการคงที่   

 

 

ต้องการออกซิเจน อุปกรณ์การแพทย์ และรถเข็นนั่ง


ผู้โดยสารต้องแจ้งทางสายการบินก่อนการเดินทาง

ผู้โดยสารเด็กเดินทางเพียงลำพังด้วยเครื่องบิน

  ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุ 5-17 ปี กรุณาติดต่อสำนักงานขายการบินไทย เพื่อสำรองบัตรโดยสารและแจ้งข้อมูล Special Assistance & Handling Form ซึ่ง Handling Form จะระบุอายุ วันเกิดของเด็ก และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองที่พาเด็กมาส่งสถานีต้นทางและมารับสถานีปลายทาง เพื่อที่จะได้สามารถติดต่อกับเด็กได้ตลอดทั้งทางเข้า-ออกของสนามบิน  
 
       อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการบริการจะระบุไว้ และต้องชำระในเที่ยวบินที่เด็กเดินทาง
 เงื่อนไข
•    การบินไทยไม่อนุญาตให้เด็กเดินทางคนเดียวในทุกๆเส้นทาง รวมทั้งการเคลื่อนย้ายระหว่างสุวรรณภูมิและดอนเมือง
•    การบินไทยไม่อนุญาตให้เด็กเดินทางคนเดียวในทุกๆเส้น ทาง ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีจุดแวะพักข้ามคืน หรือจุดแวะพักที่นานกว่า 6 ชั่วโมง ยกเว้นผู้โดยสารได้ติดต่อบริการเลี้ยงเด็ก ณ จุดที่แวะพัก  
•    หากเดินทางด้วยสายการบินชาติอื่นอาจมีกฎระเบียบเพิ่มเติม โดยจำกัดอายุเด็ก บริษัทฯจึงขอแนะนำผู้โดยสารให้ติดต่อสายการบินนั้นๆ
•    การบริการนี้ เด็กที่มีปัญหาทางด้านสภาพจิตใจไม่สามารถใช้บริการได้
•    เด็กที่ไม่มีผู้ปกครองไม่อนุญาตให้เดินทางกับสัตว์เลี้ยง
•    กรุณาตรวจเช็ควีซ่าและระเบียบการเดินทางให้เรียบร้อย
•    ในบางประเทศอาจมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น เอกสารสำหรับคนต่างด้าวที่จะเดินทางเข้าประเทศฟิลิปปินส์ จะต้องได้รับใบ Waiver of Exclusion จากสถานทูตฟิลิปปินส์

 

Ticket Fare and Service Fee


     เส้นทางต่างประเทศ

       เด็กที่ใช้บริการ Unaccompanied Minor ที่อายุระหว่าง 5-17 ปี จะคิดในราคาผู้ใหญ่ โดยอัตราค่าบริการคิดเป็น 60 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเที่ยวบิน
เส้นทางในประเทศไทย
 
       เสียค่าบริการ 50% สำหรับอายุระหว่าง 5-12 ปี หากต้องการใช้บริการ Unaccompanied

 

 

 

At the airport

      หากผู้โดยสารอยู่ที่สนามบินกับเด็กจนกระทั่ง เครื่องออก ผู้โดยสารต้อง check-in ให้เรียบร้อย เพื่อยืนยันการเดินทางของเด็ก พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ตรงทางออก จะพาเด็กไปยังบนเครื่อง ซึ่งก็จะมี พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ดูแลเด็กเป็นอย่างดี

       เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะดูแลเด็กของท่านตั้งแต่อยู่บนเครื่องจนกระทั่ง ได้พบกับผู้ปกครองของเด็ก ซึ่งผู้ปกครองของเด็กต้องมีบัตรประชาชนที่ถูกต้องมารับเด็ก เพื่อการยืนยันความปลอดภัยในตัวเด็ก และการบินไทยจะรับรองความปลอดภัยจนกระทั่งผู้โดยสารเดินทางมาถึง

 

 

 

 

 

 

 

 

การเดินทางโดยเครื่องบินกับผู้โดยสารเด็ก

• เมื่อทำการจองตั๋วโดยสารให้แจ้งข้อมูลของผู้โดยสารที่เป็นเด็กแก่เจ้าหน้าที่เพื่อให้สายการบินเตรียมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่เป็นเด็ก เช่น เตรียมเปลสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 เดือน หรือหนักน้อยกว่า 10 กิโลกรัม และยาวไม่เกิน 62 เซนติเมตร  เก้าอี้ติดรถยนต์สามารถนำขึ้นมาใช้ได้สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี โดยซื้อที่นั่งเพิ่ม แต่ต้องเป็นรุ่นที่ได้รับการอนุญาตโดยองค์กรการบินระหว่างประเทศ

• ควรอุ้มเด็กเล็กไว้ระหว่างที่เครื่องขึ้นลง

• จัดเตรียมเสื้อผ้าที่อุ่นพอเนื่องจากอุณหภูมิบนเครื่องจะเย็นกว่าปกติ

• การเดินทางโดยเครื่องบิน ไม่แนะนำในทารกแรกเกิดอายุน้อยกว่า 2 สัปดาห์ เพราะทารกยังต้องปรับตัวจากการใช้ชีวิตนอกครรภ์มารดา และเพื่อให้แน่ใจได้ว่าทารกนั้นแข็งแรง และไม่มีความผิดปกติมาแต่กำเนิด

• เด็กที่มีโรคประจำตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนขณะโดยสารอยู่บนเครื่องบิน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางทุกครั้ง

• การเปลี่ยนความดันบรรยากาศภายในห้องโดยสารของเครื่องบิน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของความดันในหูชั้นกลาง     ทำให้เกิดอาการปวดหูได้ เพื่อลดอาการดังกล่าวควรให้เด็กดื่มนมหรือใช้จุกยางสำหรับเด็ก (เด็กโตอาจให้ดื่มนมจากแก้วหรือให้เคี้ยวหมากฝรั่ง) โดยเฉพาะขณะที่เครื่องทำการลง ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดภาวะสมดุลของความดันในหูชั้นกลางได้

• เด็กที่มีอาการเมาเครื่องบินควรรับประทานยาครึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

อาหารการสั่งซื้อก่อน

สั่งอาหารก่อน  01-NOV-2013

การบินไทยนำเสนออาหารสุดพิเศษไว้ในรายการสั่งอาหารล่วงหน้า (Pre-order meal) เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง (Royal First Class) ซึ่งมีเมนูที่สามารถสั่งล่วงหน้าได้กว่า 50 เมนู สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการสั่งอาหารสามารถแจ้งความประสงค์ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ก่อนเที่ยวบินที่สำรองที่นั่งไว้ออกเดินทาง ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-356-1111 โดยจะเริ่มให้บริการในวันที่ 1 กันยายน 2556 นี้เป็นต้นไป

CODE

CLASS

MENU NAME

MENU DESCRIPTION

PICTURE

F31

FIRST

LOBSTER THERMIDOR

ล็อบสเตอร์เธอร์มิดอร์

LOBSTER THERMIDOR WITH DUCHESS POTATO DISH OF LOBSTER MEAT COOKED IN BERCY SAUCE MIXED WITH MUSTARD AND MORNAY SAUCE SPRINKLED WITH CHEESE ARRANGED IN LOBSTER SHELL AND GLAZED, SERVED WITH DUCHESS POTATO.

** SPECIFY IN FREE TEXT:SR SPML TG-LOBSTER

F32

FIRST

GRILLED FILLET OF BEEF ROSSINI

เสต็กเนื้อรอสสินี

GRILLED FILLET OF BEEF ROSSINI GRILLED FILLET STEAK TOPPED WITH GOOSE LIVER ( FOIE GRAS ), BAKED POTATOES, MIXED VEGETABLES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-BEEF ROSSINI

 

F33

FIRST

SALMON TARRAGON SAUCE

แซลมอนซอสทาร์รากอน

PAN-FRIED FILLET OF SALMON STEAK SERVED WITH FRESH TARRAGON WHITE CREAM SAUCE, LINGUINI PASTA, ROASTED VEGETABLES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-SALMON TARRAGON

F34

FIRST

LAMB SALTIMBOCCA

ซัลติมบ็อกกาเนื้อแกะ

LAMB SALTIMBOCCA : A DISH OF LAMB LOIN WRAPPED WITH ITALIAN SMOKED HAM THEN SEASONING AND PAN-FRIED RARE SERVED WITH BLACK PEPPER CORN SAUCE, MASHED POTATO, GRILLED MIXED VEGETABLES.** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-LAMB

 F35

FIRST

SCALLOP PROVENCALE

หอยเซลล์โพรวองซาล

THE IDEAL OF  PAN-FRIED SCALLOP IN OLIVE OIL SERVED WITH PROVENCALE SAUCE MADE FROM TOMATO CONCASSE, GARLIC, OLIVE OIL, HERBS AND SEASONING, ACCOMPANIED WITH PARISIENNE POTATOES AND GLAZED VEGETABLES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-SCALLOP

 

F36

FIRST

 GLASS NOODLES PAD THAI

ผัดไทยกุ้งมังกร

GLASS NOODLES PAD THAI WRAPPED IN OMELET SERVED WITH LOBSTER TAIL: THIS IS A THAI DISH MADE FROM BEANTHREAD STIR-FRIED WITH TOFU, GROUND PEANUT, SUGAR, TAMARIND JUICE, WRAPPED IN EGG OMELETTE AND SERVED WITH LOBSTER TAIL, FRESH BEANSPROUTS, CHINESE CHIVES.

** SPECIFY IN FREE TEXT: SR SPML TG-PAD THAI

 

F37

FIRST

STIR-FRIED PRAWN WITH GARLIC, CHILI, BASIL

ผัดกะเพรากุ้ง

STIR-FRIED PRAWNS WITH CHILLI AND BASIL LEAVES SERVED WITH FRIED OVER-EASY EGG.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-PRAWN BASIL

 

F38

FIRST

  STIR-FRIED CHICKEN WITH GARLIC, CHILI, BASIL

ผัดกะเพราไก่

STIR-FRIED CHICKEN OR BEEF WITH CHILLI AND BASIL LEAVES SERVED WITH FRIED| OVER-EASY EGG.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-CHICKEN BASIL

 

F39

FIRST

 STIR-FRIED BEEF WITH GARLIC, CHILI, BASIL

ผัดกะเพราเนื้อ

STIR-FRIED BEEF WITH CHILLI AND BASIL LEAVES SERVED WITH FRIED| OVER-EASY EGG.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-BEEF BASIL

 

F40

FIRST

STIR-FRIED PORK WITH GARLIC, CHILI, BASIL

ผัดกะเพราหมู

STIR-FRIED PORK WITH CHILLI AND BASIL LEAVES SERVED WITH FRIED| OVER-EASY EGG.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-PORK BASIL

F41

FIRST

BEEF GREEN CURRY WITH RICE

แกงเขียวหวานเนื้อ

BEEF IN GREEN CURRY (KIEW-WAN) : A THAI CURRY COOKED FROM BEEF, GREEN CHILLI PASTE, COCONUT MILK, EGGPLANT, SWEET BASIL LEAVE, AND SEASONING  SERVED WITH STEAMED RICE AND VEGETABLES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG- BEEF GREEN CURRY

F42

FIRST

CHICKEN GREEN CURRY WITH RICE
แกงเขียวหวานไก่

CHICKEN IN GREEN CURRY (KIEW-WAN) : A THAI CURRY COOKED FROM CHICKEN, GREEN CHILLI PASTE, COCONUT MILK, EGGPLANT, SWEET BASIL LEAVE, AND SEASONING  SERVED WITH STEAMED RICE AND VEGETABLES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG- CHICKEN GREEN CURRY

F43

FIRST

PORK GREEN CURRY WITH RICE
แกงเขียวหวานหมู

PORK IN GREEN CURRY (KIEW-WAN) : A THAI CURRY COOKED FROM PORK, GREEN CHILLI PASTE, COCONUT MILK, EGGPLANT, SWEET BASIL LEAVE, AND SEASONING  SERVED WITH STEAMED RICE AND VEGETABLES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG- PORK GREEN CURRY

F44

FIRST

FISH CHU-CHEE

ฉู่ฉี่แซลมอน

FISH CHU-CHEE : A TRADITIONAL THAI DISH COOKED FROM SALMON FISH, RED CHILLI PASTE, COCONUT MILK, FISH SAUCE, KAFFIR LIME LEAVES, SERVED WITH STEAMED RICE.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-FISH CHU CHEE

F45

FIRST

PRAWN CHU-CHEE

ฉู่ฉี่กุ้ง

PRAWN CHU-CHEE : A TRADITIONAL THAI DISH COOKED FROM PRAWN, RED CHILLI PASTE, COCONUT MILK, FISH SAUCE, KAFFIR LIME LEAVES, SERVED WITH STEAMED RICE.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-PRAWN CHU CHEE

F46

FIRST

PRAWN PA NANG CURRY WITH RICE

แพนงกุ้ง

PRAWN CURRY PA NANG : PRAWN COOKED IN RED CURRY PASTE AND COCONUT MILK SERVED WITH STEAMED RICE, STIR-FRIED YOUNG CHINESE BROCCOLI AND GARLIC.  

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-PRAWN PA NANG


F47

FIRST

BEEF PA NANG CURRY WITH RICE

แพนงเนื้อ

BEEF CURRY PA NANG : BEEF COOKED IN RED CURRY PASTE AND COCONUT MILK SERVED WITH STEAMED RICE, STIR-FRIED YOUNG CHINESE BROCCOLI AND GARLIC.   

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-BEEF PA NANG

F48

FIRST

PORK PA NANG CURRY WITH RICE

แพนงหมู

PORK CURRY PA NANG : PORK COOKED IN RED CURRY PASTE AND COCONUT MILK SERVED WITH STEAMED RICE, STIR-FRIED YOUNG CHINESE BROCCOLI AND GARLIC.  

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-PORK PA NANG

F49

FIRST

CHICKEN PA NANG CURRY WITH RICE

แพนงไก่

CHICKEN CURRY PA NANG : CHICKEN COOKED IN RED CURRY PASTE AND COCONUT MILK SERVED WITH STEAMED RICE, STIR-FRIED YOUNG CHINESE BROCCOLI AND GARLIC.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-CHICKEN PA NANG

F50

FIRST

CHICKEN MASSAMAN CURRY WITH RICE

มัสมั่นไก่

CHICKEN MASSAMAN  : A THAI DISH COOKED FROM CHICKEN, MASSAMAN CURRY PASTE, POTATO, SHALLOT, PEANUTS, COCONUT MILK, THAI HERBS AND SEASONING SERVED WITH STEAMED RICE, CHINESE BROCCOLI.

F51

FIRST

BEEF MASSAMAN CURRY WITH RICE

มัสมั่นเนื้อ

BEEF MASSAMAN  : A THAI DISH COOKED FROM BEEF, MASSAMAN CURRY PASTE, POTATO, SHALLOT, PEANUTS, COCONUT MILK, THAI HERBS AND SEASONING SERVED WITH STEAMED RICE, CHINESE BROCCOLI.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-BEEF MUSSAMAN

F52

FIRST

PORK MASSAMAN CURRY WITH RICE

มัสมั่นหมู

PORK MASSAMAN  : A THAI DISH COOKED FROM PORK, MASSAMAN CURRY PASTE, POTATO, SHALLOT, PEANUTS, COCONUT MILK, THAI HERBS AND SEASONING SERVED WITH STEAMED RICE, CHINESE BROCCOLI.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-PORK MUSSAMAN

F53

FIRST

ASSORTED SUSHI

ซูชิหลากชนิด

ASSORTED SUSHI AND ROLLS : THIS IS A JAPANESE DISH CONSISTING OF SUSHI ; SMOKED TUNA, MARINATED SALMON WITH LIME, PRAWN WITH MISO SAUCE, FOIE GRAS, SALMON ROE , CALIFORNIA ROLL,  ASSORTED JUMBO ROLL, SALMON AND CREAM CHEESE ROLL SERVED WITH PICKLED GINGER, WASABI AND SOYA SAUCE.

F54

FIRST

CHILEAN SEA BASS X.O. SAUCE

ชิเลียนซีแบสซอสเอ็กซ์โอ

CHILEAN SEABASS WITH XO SAUCE :  A CHINESE DISH OF CHILEAN SEABASS, PAN-FRIED AND SERVED WITH XO SAUCE CHINESE STYLE, HEALTHY YELLOW NOODLE, SAUTEED DAW PAK CHOY AND CARROT.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-SEA BASS

F55

FIRST

CHINESE ROAST DUCK

บะหมี่เป็ดย่าง

CHINESE ROAST DUCK WITH YELLOW NOODLES : THIS IS A CHINESE DISH OF DUCK,ROASTED CHINESE STYLE, SERVED WITH YELLOW  NOODLES,CHINESE CHOY-SUM (PAK KWANG TUNG) AND SOY SAUCE WITH SLICED CHILLI.

** SPECIFY IN FREE TEXT :SR SPML TG-ROAST DUCK

F56

FIRST

BEEF IN BLACK PEPPER SAUCE

เนื้อผัดพริกไทยดำ

STIR-FRIED BEEF IN BLACK PEPPER SAUCE : A CHOICE OF BEEF, STIR-FRIED WITH CAPSICUM AND BLACK PEPPER SAUCE CHINESE STYLE, SERVED WITH FRIED RICE,  STIR-FRIED TAIWANESE CABBAGE AND CARROT.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-BEEF BLACK PEPPER

F57

FIRST

RICE WITH CHICKEN FLACOUR

ข้าวมันไก่

KAO-MAN-KAI : AN ORIENTAL DISH OF CHICKEN, STEAMED CHINESE STYLE, SERVED WITH STEAMED RICE WITH CHICKEN FLAVOUR, GINGER SOYA SAUCE ,AND  SWEET SOYA SAUCE.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-KAO MAN KAI

F58

FIRST

TOM YUM KUNG

ต้มยำกุ้ง

TOM YUM KUNG : TOM YUM KUNG IS THAILAND’S MOST FAVORITE SOUP. IT IS A PRAWN SOUP WITH HERBAL INGREDIENTS LIKE CORIANDER, LEMON GRASS, KAFFIR LIME LEAVES AND GALANGAL ROOTS, SERVED WITH STEAMED RICE.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-TOM YUM KUNG

F59

FIRST

FISH MAW WITH CRABMEAT

กระเพาะปลา

FISH MAW WITH CRABMEAT SOUP: FISH MAW BRAISED IN BROTH, FRESH BLACK MUSHROOM SERVED WITH CRABMEAT AND CHINESE SOUR SAUCE (CHIG-CHOW).

** SPECIFY IN FREE TEXT: SR SPML TG-FISH MAW SOUP

F60

FIRST

NOODLE SOUP WITH FISH BALLS

บะหมี่น้ำลูกชิ้นปลา

A CHOICE OF CHINESE SOUP ; YELLOW NOODLES IN CHICKEN STOCK SERVED WITH FISH BALL BALLS AND COOKED CHOY SUM (KWANG TUNG) GARNISHED WITH CORIANDER LEAVES, SPRING ONION, TUNG CHAI, FRIED CHOPPED GARLIC, AND SLICED CHILLI IN VINEGAR.

** SPECIFY IN FREE TEXT: SR SPML TG- NOODLE SOUP WITH FISH BALLS

 F61

FIRST

NOODLE SOUP WITH SHRIMP BALLS

บะหมี่น้ำลูกชิ้นกุ้ง

A CHOICE OF CHINESE SOUP ; YELLOW NOODLE IN CHICKEN SOUP SERVED WITH SHRIMP BALLS AND COOKED CHOY SUM (KWANG TUNG) GARNISHED WITH CORIANDER LEAVES, SPRING ONION, TUNG CHAI, FRIED CHOPPED GARLIC, AND SLICED CHILLI IN VENIGAR.

** SPECIFY IN FREE TEXT: SR SPMLTG-NOODLE SOUP WITH SHRIMP BALLS

F62

FIRST

WONTON SOUP WITH PRAWN

เกี๊ยว (กุ้ง) น้ำ

PRAWN WANTON SOUP : A CHINESE SOUP OF PRAWN WONTON AND COOKED TAIWANESE CABBAGE  IN PORK SOUP GARNISHED WITH CHOPPED SPRING ONION AND YELLOW  CHIVES.

** SPECIFY IN FREE TEXT: SR SPML TG-WONTON SOUP

F63

FIRST

FISH BOILED RICE

ข้าวต้มปลา

BOILED RICE WITH FISH : A THAI RICE SOUP DISH MIXED WITH SLICES SNAPPER GARNISHED WITH TUNG CHAI AND CORIANDER LEAVES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-FISH BOILED RICE **

F64

FIRST

PRAWN BOILED RICE

ข้าวต้มกุ้ง

BOILED RICE WITH PRAWN : A THAI RICE SOUP DISH MIXED WITH PRAWN GARNISHED WITH TUNG CHAI AND CORIANDER LEAVES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-CHICKEN BOILED RICE OR : SR SPML TG-PRAWN BOILED RICE

F65

FIRST

MINCED PORK BOILED RICE

ข้าวต้มหมูสับ

BOILED RICE WITH MINCED PORK : A THAI RICE SOUP DISH MIXED WITH MINCED PORK GARNISHED WITH TUNG CHAI AND CORIANDER LEAVES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-PORK BOILED RICE

F66

FIRST

MINCED CHICKEN BOILED RICE

ข้าวต้มไก่สับ

BOILED RICE WITH MINCED CHICKEN : A THAI RICE SOUP DISH MIXED WITH MINCED CHICKEN GARNISHED WITH TUNG CHAI AND CORIANDER LEAVES.

** SPECIFY IN FREE TEXT : SR SPML TG-CHICKEN BOILED RICE

F67

FIRST

RICE PORRIDGE WITH MINCED PORK

โจ๊กหมูสับ

RICE PORRIDGE WITH MINCED PORK : RICE PORRIDGE WITH MINCED PORK  GARNISHED WITH| FRESH JULIENNE OF GINGER,CORIANDER, AND GREEN ONION

** SPECIFY IN FREE TEXT :SR SPML TG-RICE PORRIDGE PORK

F68

FIRST

MUSHROOMS WITH ZUCCHINI AND SEMOLINA GNOCCHI

เห็ดกับซุคคินีและซิโมลินาจิน็อคคิ

ASSORTED MUSHROOMS WITH ZUCCHINI AND SEMOLINA GNOCCHI: THIS IS A HEALTHY MEAL CONSISTING OF THE FINEST WHEAT FLOUR COOKED IN ROMAN STYLE WITH ASSORTED MUSHROOMS IN CUCUMBER CUP AND SERVED WITH TOMATO CONCASSE.

** SPECIFY IN FREE TEXT:SR SPML TG-ZUCCHINI WZ MUSHROOM

F69

FIRST

BLACK COD WITH GINGER AND SPRING ONION

ปลาค็อดนึ่งซีอิ๊ว

A HEALTHY DISH OF STEAMED BLACK COD WITH GINGER AND SPRING ONION SERVED WITH SUPERIOR SOYA SAUCE CHINESE STYLE, STEAMED BROWN RICE, SAUTEED FRESH VEGETABLES WITH XO SAUCE

** SPECIFY IN FREE TEXT:SR SPML TG-BLACK COD

F70

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 1

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDED

•    GRILLED BEEF FILLET SPICY SALAD THAI STYLE

•     PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    BANANA IN COCONUT MILK

F71

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 1

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    GRILLED CHICKEN FILLET SPICY SALAD THAI STYLE

•    PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    BANANA IN COCONUT MILK

 

F72

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 1

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    GRILLED PORK FILLET SPICY SALAD THAI STYLE

•    PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    BANANA IN COCONUT MILK

 

F73

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 1

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING - GRILLED PORK NECK SPICY SALAD THAI STYLE

•    PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    BANANA IN COCONUT MILK

 

F74

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 1

 EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    GRILLED BEEF FILLET SPICY SALAD THAI STYLE

•    PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    YOUNG COCONUT JELLY AND BLACK GLUTINOUS RICE WITH LONGAN

F75

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 1

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    GRILLED CHICKEN FILLET SPICY SALAD THAI STYLE

•    PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    YOUNG COCONUT JELLY AND BLACK GLUTINOUS RICE WITH LONGAN

 

F76

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 1

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    GRILLED PORK FILLET SPICY SALAD THAI STYLE

•    PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    YOUNG COCONUT JELLY AND BLACK GLUTINOUS RICE WITH LONGAN

 

F77

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET1

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 1

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    GRILLED PORK NECK SPICY SALAD THAI STYLE

•    PORK WITH VERMICELLI WRAPPED WITH CHINESE CABBAGE CLEAR SOUP

•    ROASTED DUCK WITH GRAPE IN RED CURRY

•    STIR-FRIED SPINACH WITH GARLIC AND CHILI

•    THAI STYLE OMELET

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    YOUNG COCONUT JELLY AND BLACK GLUTINOUS RICE WITH LONGAN

 

F78

FIRST

HEALTHY THAI MENU

 

อาหารไทย
ชุดสุขภาพ

HEALTHY THAI MENU SET INCLUDING

•    VEGETARIAN PAPAYA SALAD

•    MIXED VEGETABLES IN SWEET & SOUR SOUP "KANG SOM"

•    STIR-FRIED MUSHROOM WITH GARLIC, CHILI, BASIL

•    GRILLED EGGPLANT WITH BOILED EGG SPICY SALAD THAI STYLE

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    ASSORTED LOOK CHUB

F79

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET2

อาหารไทย

ชุดพิเศษ 2

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    TIGER PRAWN SPICY SALAD THAI STYLE

•    DRY FISH IN SOUR AND SPICY SOUP(TOM-KHLOHNG)

•    BEEF MASSAMAN

•    STIR-FRIED BITTER GOURD WITH EGG

•    DEEP FRIED KAO-SARN FISH

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    COCONUT MILK ICE CREAM AND PEANUT

 

F80

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET2

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 2

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    TIGER PRAWN SPICY SALAD THAI STYLE

•    DRY FISH IN SOUR AND SPICY SOUP(TOM-KHLOHNG)

•    BEEF MASSAMAN

•    STIR-FRIED BITTER GOURD WITH EGG

•    DEEP FRIED KAO-SARN FISH

•    STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    COCONUT MILK ICE CREAM AND PEANUT

 

F81

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET3

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 3

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    SEAFOOD (TIGER PRAWN/SCALLOP/SQUID) SPICY SALAD THAI STYLE

•    BLACK COD WITH HERB IN SPICY SOUP

•    CHICKEN WITH BAMBOO IN RED CURRY

•    STIR-FRIED WING BEAN WITH EGG

•    DUO OF STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    BUA-LOY WITH YOUNG COCONUT IN COCONUT MILK

 

F82

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET3

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 3

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    SEAFOOD (TIGER PRAWN/SCALLOP/SQUID) SPICY SALAD THAI STYLE

•    BLACK COD WITH HERB IN SPICY SOUP

•    CHICKEN WITH BAMBOO IN RED CURRY

•    STIR-FRIED WING BEAN WITH EGG

•    DUO OF STEAMED THAI HOM MALI RICE

•    BUA-LOY WITH YOUNG COCONUT IN COCONUT MILK

 

F83

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET4

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    DEEP FRIED MARINATED CHICKEN WITH LEMON GRASS

•    PRAWN WITH YOUNG COCONUT (TOM YUM SOUP)

•    STIR-FRIED MINCED PORK WITH GARLIC, CHILI, BASIL

•    OMELET THAI STYLE

•    STEAMED PREMIUM THAI HOM MALI RICE

•    BLACK & WHITE GLUTINOUS RICE WITH LONGAN

 

F84

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET4

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 4

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    DEEP FRIED MARINATED CHICKEN WITH LEMON GRASS

•    PRAWN WITH YOUNG COCONUT (TOM YUM SOUP)

•    STIR-FRIED MINCED PORK WITH GARLIC, CHILI, BASIL

•    OMELET THAI STYLE

•    STEAMED PREMIUM THAI HOM MALI RICE

•    BLACK & WHITE GLUTINOUS RICE WITH LONGAN

 

F85

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET4

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 4

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    DEEP FRIED MARINATED CHICKEN WITH LEMON GRASS

•    PRAWN WITH YOUNG COCONUT (TOM YUM SOUP)

•    STIR-FRIED MINCED PORK WITH GARLIC, CHILI, BASIL

•    OMELET THAI STYLE

•    STEAMED PREMIUM THAI HOM MALI RICE

•    BLACK & WHITE GLUTINOUS RICE WITH LONGAN

 

F86

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET5

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 5

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    MINCED PORK SALAD NORTH EASTERN STYLE (LARB MOO)

•    EGG TOFU AND MINCED PORK BALL / CLEAR SOUP

•    BEEF WITH EGGPLANT IN DRY GREEN CURRY

•    FRIED MARINATED SALMON WITH FISH SAUCE

•    STEAMED PREMIUM THAI HOM MALI RICE WITH CABBAGED COVERED

•    UN-CHUN TAB-TIM KROB WITH YOUNG COCONUT

F87

FIRST

EXCLUSIVE THAI MENU SET5

 

อาหารไทย
ชุดพิเศษ 5

EXCLUSIVE THAI MENU SET INCLUDING

•    MINCED PORK SALAD NORTH EASTERN STYLE (LARB MOO)

•    EGG TOFU AND MINCED PORK BALL / CLEAR SOUP

•    BEEF WITH EGGPLANT IN DRY GREEN CURRY

•    FRIED MARINATED SALMON WITH FISH SAUCE

•    STEAMED PREMIUM THAI HOM MALI RICE WITH CABBAGED COVERED

•    UN-CHUN TAB-TIM KROB WITH YOUNG COCONUT

 

ผู้โดยสารนำเด็กทารกเดินทาง


ผู้โดยสารสามารถนำเด็กทารกเดินทางได้ โดยเด็กทารกต้องมีอายุอย่างน้อย 7 วัน โดยผู้โดยสารต้องแจ้งให้ทราบว่านำเด็กทารกเดินทางด้วย

เปลเด็ก

• เที่ยว บินที่ช่วงเวลาบินมากกว่า 2 ชั่วโมง จะมีเปลเด็กไว้ให้บริการ เปลเด็กมีขนาด 75x35x22 เซนติเมตร ซึ่งสามารถรับน้ำหนักของเด็กทารกได้ไม่เกิน 10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

 

• เพื่อความปลอดภัย ในการขอเปลเด็ก เด็กทารกจะต้องอายุไม่เกิน 6 เดือน และผู้โดยสารจะต้องแสดงความจำนงขอเปลเด็กก่อนขึ้นเครื่อง 48 ชั่วโมง

 

ที่นั่งเด็ก

• หาก ผู้โดยสารต้องการนำที่นั่งของเด็กขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารต้องเสียค่าเดินทางให้เด็กทารกด้วย ซึ่งที่นั่งนี้จะต้องถูกออกแบบมาสำหรับเด็กทารกโดยเฉพาะ และสามารถวางบนที่นั่งผู้โดยสารได้

 

ผ้าอ้อมเด็ก

• ผ้าอ้อม เด็กจะมีให้บริการเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศเท่านั้น ผู้โดยสารต้องแสดงความจำนงขอผ้าอ้อมเด็กต่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เครื่องบินแต่ละประเภทจะมีห้องน้ำที่มีโต๊ะพับครึ่งไว้สำหรับผู้โดยสาร สามารถเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯแนะนำให้ผู้โดยสารนำผ้าอ้อมเด็กของท่านมาเอง เนื่องจากผ้าอ้อมที่บริษัทฯมีไว้ให้บริการมีเฉพาะขนาด L เท่านั้น

 

สตรีมีครรภ์

หากผู้โดยสาร เป็นสตรีมีครรภ์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯทราบก่อนเวลา และต้องได้รับคำแนะนำทางการแพทย์ก่อนเครื่องออก 48 ชั่วโมง โดยผู้โดยสารจะต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 40 สัปดาห์

สำหรับผู้โดยสารที่มีสภาวะครรภ์ซับซ้อน บริษัทมีข้อแนะนำดังนี้

• หาก ผู้โดยสารมีอายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ ผู้โดยสารจะต้องมีใบรับรองจากสูตินารีแพทย์ โดยระบุอายุครรภ์ และกำหนดคลอด อย่างไรก็ตาม ใบรับรองแพทย์จะต้องไม่เกิน 7 วันก่อนวันเดินทาง และผู้โดยสารต้องนำใบรับรองแพทย์ติดตัวมาด้วยในวันเดินทาง

• หากผู้โดยสารไม่มีใบรับรองแพทย์ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้โดยสารท่านนั้นเดินทาง

• บริษัทฯไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารมีอายุครรภ์เกิน 36 สัปดาห์ และเดินทางในเที่ยวบินที่มีระยะเวลาเกิน 4 ชั่วโมงเดินทาง

 

 

สำหรับผู้โดยสารที่มีสภาวะครรภ์ซับซ้อน บริษัทมีข้อแนะนำดังนี้

• หาก ผู้โดยสารมีอายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ ผู้โดยสารจะต้องมีใบรับรองจากสูตินารีแพทย์ โดยระบุอายุครรภ์ และกำหนดคลอด อย่างไรก็ตาม ใบรับรองแพทย์จะต้องไม่เกิน 7 วันก่อนวันเดินทาง และผู้โดยสารต้องนำใบรับรองแพทย์ติดตัวมาด้วยในวันเดินทาง

• หากผู้โดยสารไม่มีใบรับรองแพทย์ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้โดยสารท่านนั้นเดินทาง

• บริษัทฯไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารมีอายุครรภ์เกิน 36 สัปดาห์ และเดินทางในเที่ยวบินที่มีระยะเวลาเกิน 4 ชั่วโมงเดินทาง

สำหรับสตรีมีครรภ์ผิดปกติ

หาก ผู้โดยสารมีครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น ตั้งครรภ์แฝดคู่ มีประวัติแท้งบุตร ผู้โดยสารจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะแพทย์ของบริษัทฯ ผู้โดยสารต้องมี Medical Clearance Form จากสูตินารีแพทย์ และต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก

 

หากคุณต้องการรถเข็นนั่ง

หากคุณต้องการรถเข็นนั่ง
หากคุณต้องการรถเข็นนั่ง กรุณาแจ้งก่อน 48 ชั่วโมง หรือก่อนวันที่ออกเดินทาง ซึ่งผู้โดยสารไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ผู้โดยสารจะต้องสามารถดูแลตัวเองได้ระหว่างการเดินทาง สายการบินจะให้บริการย้ายจากรถเข็นนั่งไปยังที่นั่งบนเครื่องบิน รวมทั้งการเข้าห้องน้ำ

 

          

  ในส่วนของการบินไทยได้จัดบริการรถเข็นนั่งไว้บนเครื่องบินด้วย ซึ่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จะคอยช่วยเหลือผู้โดยสาร หากผู้โดยสารมีความต้องการจะเข้าห้องน้ำ อย่างไรก็ตามพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะไม่สามารถช่วยเหลือ ผู้โดยสารขณะที่ผู้โดยสารอยู่ในห้องน้ำได้
       หากผู้โดยสารไม่สามารถดูแลตนเองได้ระหว่างการเดินทาง บริษัทฯ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารมีผู้ร่วมเดินทางไปด้วย
       ในวันที่ออกเดินทาง พนักงานจะพาผู้โดยสารไป check-in ที่เคาน์เตอร์ และพาไปยังประตูเครื่องหรือที่นั่ง และเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง จะมีพนักงานพาผู้โดยสารไปยังจุดรับสัมภาระ และช่วยผู้โดยสารรับกระเป๋า เพื่อไปยังทางออก
        หากผู้โดยสารวางแผนที่จะนำรถเข็นส่วนตัวไปเอง ผู้โดยสารกรุณาแจ้ง ขนาดและน้ำหนักของรถเข็นของท่านในวันที่ผู้โดยสารสำรองที่นั่ง เพื่อบริษัทฯจะได้จัดพื้นที่ไว้สำหรับ โหลดรถเข็นไปไว้บนเครื่อง และนำกลับมาให้ผู้โดยสาร ณ จุดรับสัมภาระ อย่างไรก็ตามหากรถเข็นมีน้ำหนักเกิน 32 กิโลกรัม(71 ปอนด์) ผู้โดยสารต้องได้รับการอนุญาต จากบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯมีการจำกัดน้ำหนักและขนาดพื้นที่ไว้บางสนามบิน

 

การขออาหารพิเศษ
    หมายเหตุ  ผู้โดยสารชั้น First – Class  สามารถแจ้งความประสงค์ขออาหารพิเศษ ก่อนเวลาเครื่องออกเดินทาง อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

โค๊ด

อธิบาย

หมายเหตุ

AVML

อาหารสำหรับคนกินมังสวิรัติในแบบฮินดูและอินเดีย

ให้บริการบนเครื่องตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย 52   

BBML

อาหารสำหรับเด็กทารกที่มีอายุมากกว่า 6 ปี

 

BLML

อาหารจืด อ่อน สำหรับผู้โดยสารที่มีอาการปวดท้องหรือมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้

 

CHML

อาหารสำหรับเด็กที่มีอายุ 2 ปี หรือ มากกว่า 2 ปี

 

DBML

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ทั้งที่มีอินซูลีน และไม่มีอินซูลีน

 

FPML

อาหารจานผลไม้ มีทั้งผลไม้สดและผลไม้แห้ง

 

GFML

อาหารปราศจากกลูเตน (โปรตีนจากข้าวไรย์,ข้าวบาร์เล่ย์,และข้าวโอ๊ต)

 

HNML

 

อาหารฮินดู เป็นอาหารที่ปรุงจากเนื้อลูกแกะ เนื้อปลา และเนื้ออื่นๆ แต่ปราศจากเนื้อวัวและเนื้อหมู  ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมได้รับการอนุญาติ

 

KSML

อาหารโคเชอร์ อาหารสำหรับผู้นับถือศาสนายิว

 

LCML

อาหารพลังงานต่ำ

 

LFML

อาหารคอเลสเตอรอลต่ำ ไขมันต่ำ

 

LSML

อาหารโซเดียมต่ำ หรือไม่มีส่วนประกอบของเกลือ

 
MOML

อาหารมุสลิม ไม่มีส่วนประกอบของเนื้อหมู, แฮม, เบคอน,แอลกอฮอล์

โดยเป็นไปตามกฎของฮาลาล  ปกติการบินไทยมีให้บริการบนเครื่อง

ในเส้นทางบินสู่ปากีสถาน อยู่แล้ว ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องแจ้งขออาหารพิเศษเมนูนี้ ในเส้นทางนี้           

 

NLML

อาหารที่มีแล็คโตสต่ำหรือปราศจากแล็คโตส (แล็คโตส คือน้ำตาลที่ผสมอยู่ในน้ำนม)

 
SFML

อาหารทะเล

 

RVML

อาหารมังสวิรัติ มีส่วนผสมของผักสดและผลไม้สด

 

VGML

อาหารมังสวิรัติ แบบเคร่ง ปราศจากผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ทุกประเภท

 

VJML

อาหารเจสำหรับผู้นับถือศาสนาเชน/หรือสำหรับคนอินเดียที่กินมังสวิรัติแบบเคร่ง

ให้บริการบนเครื่องหลังจากวันที่ 1 มิ.ย 52

 

VLML

อาหารมังวิรัติ แบบไม่เคร่ง มีส่วนประกอบของนม ไข่ เนยแข็ง ผลไม้ ผัก ธัญพืช ถั่ว

 

VOML

อาหารเจแบบตะวันออก ปรุงตามสไตล์จีน

 

Open an external Thai Airways Public Relations Website in a new tab

ติดตามเรา

Open an external Thai Airways Facebook in a new tabOpen an external Thai Airways Twitter in a new tabOpen an external Thai Airways Channel on Youtube in a new tabLink to information about how to add official Thai Airways account on LINE applicationOpen an external the official instagram account of Thai Airways in a new tab

แอพพลิเคชั่นบนมือถือ

Open an external download Thai Airways Mobile application on iTunes App Store in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on  Google play in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on BackBerry World in a new tabOpen an external download Thai Airways THAI Touch PC application on  Windows Store in a new tabOpen an external download Thai Airways Mobile application on  Windows Phone Store in a new tab

THAI Updates

ไม่พลาดทุกโปรโมชั่น ข้อเสนอแนะ บริการใหม่ๆ และ ข่าวสารจากการบินไทย ด้วยบริการ THAI UPDATES

Star Alliance Logo - open an external Star Alliance Homepage in a new tab
This website is best viewed with Chrome, Firefox, Safari and Internet Explorer v.9 or higher.
Copyright © 2017 Thai Airways International Public Company Limited (THAI). All rights reserved.