21 มกราคม 2568 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการทั้ง 3 ฉบับ กล่าวคือ (1) คำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อกำหนดให้ผู้บริหารแผนมีอำนาจลดทุนด้วยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) เพื่อล้างผลขาดทุนสะสม (2) คำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเพิ่มข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า หากในอนาคต บริษัทฯ จะมีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทฯ สามารถนำกระแสเงินสดส่วนเกินมาจ่ายเงินปันผลได้ โดยเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการจะได้รับชำระหนี้ก่อนกำหนดตามแผนฟื้นฟูกิจการ เป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าจำนวนเงินปันผลที่จะมีการเสนอจ่ายให้แก่ ผู้ถือหุ้นในครั้งนั้น ๆ และ (3) คำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเพิ่มผู้บริหารแผนจำนวน 2 ท่าน เนื่องจากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การลดทุนด้วยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) เพื่อล้างผลขาดทุนสะสม และการดำเนินการดังกล่าวมิได้กระทบสิทธิต่อการได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการแต่อย่างใด รวมทั้งการนำกระแสเงินสดส่วนเกินมาจ่ายเงินปันผลและการชำระหนี้ก่อนกำหนดกรณีจ่ายเงินปันผล เป็นวิธีการที่ผู้บริหารแผนมีอำนาจกระทำได้ภายในขอบอำนาจโดยชอบตามแผนฟื้นฟูกิจการอยู่แล้ว ส่วนการเพิ่มผู้บริหารแผนจำนวน 2 ท่าน ไม่มีความจำเป็นเพื่อให้การฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ สำเร็จลุล่วง

 

25 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อปฏิบัติตามข้อ 5.6.8 ของแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ซึ่งกำหนดว่า ก่อนที่บริษัทฯ จะยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อแจ้งผลสำเร็จของการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการและขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการได้นั้น ให้ผู้บริหารแผนเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตามที่แผนฟื้นฟูกิจการกำหนดไว้ ที่ประชุมคณะผู้บริหารแผน ครั้งที่ 6/2568 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 จึงได้อนุมัติการเรียกและกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งจัดขึ้นตามข้อกำหนดของแผนฟื้นฟูกิจการ ในวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568 เวลา 13.00 น. ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting)

 

5 มีนาคม 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้นของบริษัทฯ โดยการลดทุนดังกล่าวมิได้กระทบต่อจำนวนหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่แต่อย่างใด

 

18 เมษายน 2568 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งจัดขึ้นตามข้อกำหนดของแผนฟื้นฟูกิจการได้มีมติอนุมัติกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 11 ท่าน และอนุมัติแต่งตั้งกรรมการเข้าใหม่จำนวน 8 ท่าน โดยคณะกรรมการบริษัทฯ จะประกอบด้วยกรรมการปัจจุบันจำนวน 3 ท่าน และกรรมการเข้าใหม่จำนวน 8 ท่าน ดังนี้

1.  นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ (กรรมการปัจจุบัน)

2.  นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร (กรรมการปัจจุบัน)

3.  พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย (กรรมการอิสระปัจจุบัน)

4.  นายลวรณ แสงสนิท (กรรมการเข้าใหม่)

5.  ดร.กุลยา ตันติเตมิท (กรรมการเข้าใหม่)

6.  นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ (กรรมการเข้าใหม่)

7.  พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร (กรรมการเข้าใหม่)

8.  นายณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม (กรรมการอิสระเข้าใหม่)

9.  นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล (กรรมการอิสระเข้าใหม่)

10. นายสัมฤทธิ์ สำเนียง (กรรมการอิสระเข้าใหม่)

11. นายชาย เอี่ยมศิริ (ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ) (กรรมการเข้าใหม่)

 

28 เมษายน 2568 บริษัทฯ ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อแจ้งผลสำเร็จของการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการและขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ

 

8 พฤษภาคม 2568 ตามที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจกลุ่มธุรกิจการบินของบริษัทฯ โดยได้โอนย้ายการปฏิบัติการบินและบริการต่าง ๆ ทั้งหมดจากไทยสมายล์ มายังการบินไทย เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ ในการประชุมครั้งที่ 14/2568 วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 มีมติอนุมัติให้ดำเนินกระบวนการตามกฎหมายในการเลิกบริษัทของไทยสมายล์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยได้ดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ทั้งนี้ การดำเนินการเลิกบริษัทย่อยดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ แต่อย่างใด โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและชำระบัญชีของไทยสมายล์ต่อไป

 

16 มิถุนายน 2568 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ เป็นผลทำให้อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารแผนในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัทฯ สิ้นสุดลง และคณะกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งประกอบด้วย

1. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์     

2. นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร

3. พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย 

4. นายลวรณ แสงสนิท

5. ดร.กุลยา ตันติเตมิท                  

6. นายชาครีย์ บำรุงวงศ์

7. พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร 

8. นายณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม

9. นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล         

10. นายสัมฤทธิ์ สำเนียง

11. นายชาย เอี่ยมศิริ

จะมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัทฯ ตลอดจนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ กลับมีสิทธิตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 90/75 (1) และ (2)

คณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมครั้งที่ 1/2568 วันที่ 16 มิถุนายน 2568 มีมติที่สำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. อนุมัติการแต่งตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการ

2. อนุมัติการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการอิสระ ดังนี้

    2.1    นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล ประธานกรรมการตรวจสอบ

    2.2    พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย กรรมการตรวจสอบ

    2.3    นายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการตรวจสอบ

3. อนุมัติการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ดังนี้

    3.1     ดร.กุลยา ตันติเตมิท ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

    3.2    พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

    3.3    นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

4. อนุมัติการกำหนดรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ  

29 พฤศจิกายน 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการด้วยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ และได้จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

20 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการด้วยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ และได้จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

23 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ ได้จดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนโดยการตัดหุ้นซึ่งยังมิได้มีการออกจำหน่ายจากการแปลงหนี้เป็นทุนและการเสนอขายหุ้นภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 

17 พฤษภาคม 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการเจ้าหนี้มีมติเห็นชอบให้บริษัทฯ ปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจกลุ่มธุรกิจการบินของบริษัทฯ โดยภายหลังการปรับโครงสร้าง บริษัทฯ เป็นผู้บริหารจัดการการดำเนินงาน การวางแผนฝูงบิน การบริหารตารางเวลาการบิน และวางแผนเครือข่ายเส้นทางบินที่ให้บริการของฝูงบินทั้งของบริษัทฯ และของไทยสมายล์ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความคล่องตัวและเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดยได้โอนย้ายการปฏิบัติการบินและบริการต่าง ๆ ทั้งหมด จากไทยสมายล์ไปยังการบินไทย ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป


20 ตุลาคม 2565 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบการขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ และเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 นายไกรสร บารมีอวยชัย และนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้บริหารแผนได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารแผนของบริษัทฯ โดยผู้บริหารแผน 3 ท่าน ที่เหลืออยู่ ประกอบด้วย นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายพรชัย ฐีระเวช และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร มีอำนาจกระทำการในฐานะผู้บริหารแผนของบริษัทฯ ต่อไปได้ตามมาตรา 90/65 (6) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 และข้อ 10.6 (2) ของแผนฟื้นฟูกิจการ



14 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ กล่าวคือ ดำเนินการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตามที่กำหนดในข้อ 5.6 ของแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ เพื่อรองรับการจัดสรรหุ้นที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ และจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4. เพื่อให้สอดคล้องกันเรียบร้อยแล้ว

15 มิถุนายน 2564 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ และ คำร้องขอแก้ไขแผน และแผนได้กำหนดผู้บริหารแผน ได้แก่

1.       นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์

2.       นายพรชัย ฐีระเวช

3.       นายไกรสร บารมีอวยชัย

4.       นายศิริ จิระพงษ์พันธ์

5.       นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร 

22 พฤษภาคม 2563 กระทรวงการคลังได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯ ลงต่ำกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยจำหน่ายหุ้นคิดเป็นร้อยละ 3.2 ให้แก่กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง โดยกระทรวงการคลังยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ และถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 47.9 ทั้งนี้ ภายหลังการลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลัง บริษัทฯ จึงพ้นจากสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

26 พฤษภาคม 2563 บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการบิน โดยจำเป็นต้องลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ และจำเป็นต้องหยุดการให้บริการเป็นการชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างรายได้ ทำให้บริษัทฯ ขาดสภาพคล่องและจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

 

14 กันยายน 2563 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และแต่งตั้งผู้ทำแผน ได้แก่

1.       พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน

2.       นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล

3.       นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

4.       นายบุญทักษ์ หวังเจริญ

5.       นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์

6.       นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร

7.       บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด 

11 มิถุนายน 2556 บริษัทฯ เปิดตัวระบบสะสมไมล์ Royal Orchid Plus ระบบใหม่มาให้บริการแทนระบบเดิม เพื่อพัฒนารายการสะสมไมล์ให้ทันสมัยและสามารถมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่สมาชิก

 

17 ตุลาคม 2556  บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด (“ไทยสมายล์”) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 และเริ่มปฏิบัติการบินเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2557 ด้วยรหัสสายการบิน WE

28 กันยายน 2549 บริษัทฯ ย้ายฐานปฏิบัติการจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
14 พฤษภาคม 2540 บริษัทฯ ร่วมกับสายการบินแอร์แคนาดา สายการบินลุฟท์ฮันซ่า สายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ซิสเต็ม และสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ก่อตั้งเครือข่ายพันธมิตรสายการบินสตาร์อัลไลแอนซ์ (Star Alliance) ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรสายการบินแห่งแรกของโลก
19 กรกฎาคม 2534 บริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
1 เมษายน 2531 รัฐบาลได้รวมกิจการของบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด กับกิจการของบริษัทฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ส่งผลให้เงินทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2,230 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
30 มีนาคม 2520 สายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ซิสเต็ม โอนหุ้นในบริษัทฯ ทั้งหมดให้แก่ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด และบริษัทฯ เพิ่มทุนโดยมีกระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้ถือหุ้น

ปี 2503 รัฐบาลโดยการร่วมทุนระหว่างบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด กับสายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ซิสเต็ม จัดตั้งบริษัท การบินไทย จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจการบินระหว่างประเทศ ใช้รหัสสายการบิน TG เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2503 โดยได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท โดยบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 70 และสายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ซิสเต็ม ถือหุ้นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียน

 

1 พฤษภาคม 2503 บริษัทฯ เปิดให้บริการเที่ยวบินแรกจากกรุงเทพฯ สู่ฮ่องกง ไต้หวันและโตเกียว