การบินไทยรายงานผลการดําเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2024 โดยมีเป้าหมายที่จะเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างเงินทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการภายในสิ้นปี 2022 และยกเลิกการฟื้นฟูกิจการภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2025

ข่าวไทย
|
9 สิงหาคม 2024
Banner


การบินไทยรายงานผลการดําเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2024 โดยมีเป้าหมายที่จะเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างเงินทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการภายในสิ้นปี 2024 และยกเลิกการฟื้นฟูกิจการภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2024

บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) (THAI) ตอกย้ําความแข็งแกร่งและศักยภาพอย่างยั่งยืน ด้วยผลการดําเนินงานในไตรมาสที่ 2 ปี 2024 และยกระดับการกํากับดูแลกิจการและการบริหารจัดการเพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับการปรับโครงสร้างเงินทุนภายในสิ้นปี 2024 การปรับโครงสร้างทุนประกอบด้วย (1.1) การแปลงหนี้สินเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น (1.2) สิทธิในการแปลงหนี้สินเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น และ (2) การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นก่อนการปรับโครงสร้างทุน พนักงานการบินไทย และผู้ลงทุนที่ได้รับการคัดเลือกโดยจัดให้บุคคลในวงจํากัด ตามลําดับ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะยื่นคําร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ และคาดว่าหุ้นของการบินไทยจะกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 

ไตรมาส 2 ปี 2024 การบินไทยและบริษัทย่อยรายงานรายได้รวม ไม่รวมรายการแบบครั้งเดียว 43,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อย 17.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 37,381 ล้านบาท แต่ลดลงร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2024 เนื่องจากมีความต้องการเดินทางที่ต่ําที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี การบินไทยกลับมาให้บริการเที่ยวบินไปยังมิลานและออสโลเพื่อให้บริการผู้โดยสารข้ามทวีประหว่างยุโรปและเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ การบินไทยยังร่วมมือกับสายการบินคูเวตแอร์เวย์เพื่อให้บริการร่วมในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และยุโรป ในไตรมาสที่ 2/2024 การบินไทยให้บริการผู้โดยสาร 3.81 ล้านคน ปัจจัยห้องโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 73.2% 

การบินไทยและบริษัทย่อยรายงานค่าใช้จ่ายรวมไม่รวมรายการแบบครั้งเดียวอยู่ที่ 38,056 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.1 จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนผันแปรที่เพิ่มขึ้น การบินไทยและบริษัทย่อยรายงานกําไรจากการดําเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินและไม่รวมรายการครั้งเดียวอยู่ที่ 5,925 ล้านบาท เทียบกับกําไรไตรมาสที่ 2/2566 จํานวน 8,576 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินของการบินไทยและบริษัทย่อยตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) อยู่ที่ 4,796 ล้านบาท การบินไทยและบริษัทย่อยมีรายการครั้งเดียวเนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการด้อยค่าของสินทรัพย์ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายรวม 809 ล้านบาท ส่งผลให้การบินไทยและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 314 ล้านบาท และในช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกําไรสุทธิ 2,273 ล้านบาท กําไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจําหน่าย (EBITDA) หลังหักเงินสดชําระค่าเช่าเครื่องบิน 4,401 ล้านบาท 


ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 การบินไทยและบริษัทย่อยมีรายได้รวม ไม่รวมรายการแบบครั้งเดียว 89,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 14.0 ส่วนค่าใช้จ่ายรวมไม่รวมรายการแบบครั้งเดียว 72,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 จากปีก่อน การบินไทยและบริษัทย่อยรายงานกําไรจากการดําเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินและไม่รวมรายการแบบครั้งเดียวอยู่ที่ 17,001 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21.3 จากช่วงเดียวกันของปี 2566 ต้นทุนทางการเงินของการบินไทยและบริษัทย่อยตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) อยู่ที่ 9,403 ล้านบาท การบินไทยและบริษัทย่อยมีรายการแบบใช้ครั้งเดียวสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการด้อยค่าของสินทรัพย์ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายรวม 4,847 ล้านบาทส่งผลให้การบินไทยและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 2,738 ล้านบาท และในช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกําไรสุทธิ 14,795 ล้านบาท กําไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจําหน่าย (EBITDA) หลังหักเงินสดชําระค่าเช่าเครื่องบินจํานวน 18,402 ล้านบาท สูงกว่างบประมาณที่กําหนด ในขณะที่กําไรสุทธิต่ํากว่างบประมาณเล็กน้อย เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ


ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 การบินไทยและบริษัทย่อยมีเครื่องบินที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด 77 ลํา ในช่วงหกเดือนแรกของปี 2024 การใช้เครื่องบินเฉลี่ยอยู่ที่ 13.0 ชั่วโมงต่อวัน การผลิตการจราจร (ASK) เพิ่มขึ้น 15.6% ในขณะที่ปริมาณผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 10.9% ปัจจัยห้องโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 78.1% ต่ํากว่า 81.4% ของปีก่อนหน้า จํานวนผู้โดยสารทั้งหมดที่บรรทุกได้อยู่ที่ 7.68 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.81 ล้านคนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือ 11.8%

 

สินทรัพย์รวมของการบินไทยและบริษัทย่อย 270,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31,535 ล้านบาท หนี้สินรวม 310,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28,823 ล้านบาท จากวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ส่วนของผู้ถือหุ้นของการบินไทยและบริษัทย่อยมีจํานวน -40,430 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2566 จํานวน 2,712 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ๆ มีมูลค่ารวม 81,748 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวันที่ 31 ธันวาคม 2566 14,618 ล้านบาท

 

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 การบินไทยชําระหนี้รวม 4,644 ล้านบาท ของยอดหนี้ทั้งหมดในปี 2567 คิดเป็นจํานวน 13,022 ล้านบาท

 
เพื่อให้สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทยกําลังจัดทําแบบแสดงรายการจดทะเบียนขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับกระบวนการปรับโครงสร้างเงินทุน ซึ่งรวมถึง (1.1) การแปลงหนี้สินเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น (ร้อยละ 100) ของหนี้สินในกลุ่มที่ 4 เจ้าหนี้ ซึ่งรวมถึงเจ้าหนี้ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของการบินไทย ซึ่งไม่ใช่สถาบันการเงิน ได้แก่ กระทรวงการคลัง ในสัดส่วนร้อยละ 24.50 ของหนี้สินสําหรับเจ้าหนี้กลุ่มที่ 5 (เจ้าหนี้สถาบันการเงินที่ได้รับมอบหมายให้รับเงินคงเหลือจากการจําหน่ายเครื่องบินตามสัญญาโอน) กลุ่มที่ 6 เจ้าหนี้ (เจ้าหนี้สถาบันการเงินที่ไม่มีหลักประกัน) และเจ้าหนี้ในกลุ่มที่ 18-31 (เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้) (1.2) สิทธิแปลงหนี้เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น (นอกเหนือจากการแปลงสภาพหุ้นกู้ในสัดส่วนร้อยละ 24.50 ที่เสนอขายให้แก่เจ้าหนี้ในกลุ่มที่ 4, 5, 6 และ 18-31 และ (2) การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นก่อนการปรับโครงสร้างทุน พนักงานการบินไทย และผู้ลงทุนที่ได้รับการคัดเลือกโดยเสนอขายในวงจํากัด ตามลําดับ บริษัทฯ คาดว่าการยื่นแบบแสดงรายการจดทะเบียนขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนการปรับโครงสร้างทุนต่อสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะดําเนินการภายในเดือนกันยายน 2567 ต่อมาคาดว่าจะมีการใช้สิทธิแปลงหนี้สินเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น ตลอดจนแจ้งเจตนารมณ์ในการใช้สิทธิแปลงสภาพดังกล่าว ภายในเดือนพฤศจิกายน 2567 และการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ระยะเวลาการเสนอขายและการจองซื้อของผู้ถือหุ้นก่อนการปรับโครงสร้างทุน พนักงานการบินไทย และผู้ลงทุนที่ได้รับการคัดเลือก คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนธันวาคม 2567 โดยขึ้นอยู่กับการจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยบริษัทฯ และที่ปรึกษา ตลอดจนกระบวนการทบทวนเพื่อให้การยื่นฟ้องมีผลบังคับใช้ การบินไทยคาดว่าจะดําเนินการปรับโครงสร้างทุนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2567 ตาม โดยมีแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีเป้าหมายให้ส่วนของผู้ถือหุ้นในรายงานประจําปี 2567 เป็นไปในเชิงบวกซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสําคัญในการฟื้นฟูธุรกิจให้สําเร็จ การบินไทยคาดว่าจะยื่นคําร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ และคาดว่าหุ้นของบริษัทฯ จะกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ระยะเวลาที่แน่นอนของกระบวนการทั้งหมดขึ้นอยู่กับการดําเนินการที่บริษัทจะต้องดําเนินการเพื่อดําเนินการฟื้นฟูกิจการและพิจารณาของ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลาง และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
 
ก่อนที่การบินไทยจะยื่นคําร้องขอให้เริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางในเดือนพฤษภาคม 2563 คณะรัฐมนตรีได้สั่งให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯ ให้เหลือร้อยละ 50 ส่งผลให้การบินไทยไม่ถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทําให้บริษัทฯ มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเปลี่ยนแปลงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดําเนินการตามแผนฟื้นฟูธุรกิจ ตัวอย่างเช่น: การปรับโครงสร้างองค์กรและการลดขนาด ความเหมือนกันของกองเรือและเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพด้านเงินทุนรวมถึงการลดต้นทุนในการบํารุงรักษาบุคลากร เครื่องบิน และเครื่องยนต์ รายได้เสริมและการบินที่เกิดจากการขายและการเพิ่มประสิทธิภาพรายได้ทําให้บริษัทสามารถเพิ่มกระแสเงินสดและผลกําไรสูงสุด การขยายเส้นทางและเครือข่ายเพื่อให้ราบรื่นการเชื่อมต่อยังสนับสนุนนโยบายและกลยุทธ์ของรัฐบาลเกี่ยวกับศูนย์กลางการท่องเที่ยวประเทศไทย การบินไทยเพิ่งเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างธุรกิจและเข้าซื้อเครื่องบิน A320 จากการบินไทยสมายล์ ส่งผลให้สายการบินมีประสิทธิภาพในการบิน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประสิทธิภาพการดําเนินงานอย่างมีนัยสําคัญ และความสามารถในการปรับปรุงการวางแผนเส้นทางและเครือข่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าการบินไทย
…………