ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาและมีอาการคงที่ หรืออาจมีอาการทรุดลงระหว่างเดินทางต้องยื่นเอกสารขออนุมัติการเดินทางกับสายการบิน (MEDIF หรือ Medical Information Form) ก่อนที่จะจองที่นั่ง และควรต้องระบุปริมาณออกซิเจนที่ต้องใช้บนเครื่อง ต้องใช้เปลนอนหรือไม่ สายการบินอาจปฏิเสธหรือขอเลื่อนวันเดินทางถ้าเห็นว่าอาการของผู้ป่วยยังไม่ปลอดภัยพอ เช่นเดียวกันอาจขอให้เปลี่ยนวิธีเดินทาง เช่น ลักษณะของที่นั่ง การใช้ออกซิเจน หรือควรมีแพทย์และ/หรือพยาบาลร่วมเดินทางกับผู้ป่วย
ผู้โดยสารที่มีปัญหาสุขภาพควรต้องพบแพทย์ก่อนเดินทางเพื่อลดความเสี่ยง และควรมียาประจำตัวพกพาในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารที่ใช้ข้อเทียม ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือต้องมีเครื่องมือแพทย์ขึ้นเครื่องต้องนำใบรับรองแพทย์ติดตัว
ควรเตรียมยาที่ใช้ประจำให้ครบเพียงพอในการเดินทาง และถือขึ้นเครื่อง มีรายละเอียดและวิธีใช้ของยาแต่ละตัวแยกไว้ เพื่อเก็บไว้สำรองใช้กรณียาที่มีอยู่หายและไม่ควรเดินมากๆ ขณะอยู่ในเครื่องบิน ผู้ป่วยที่ยังไม่สมควรเดินทางโดยเครื่องบินมีดังนี้
ข้อควรระวังเป็นพิเศษสําหรับผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดหลอดลมเนื่องจากความชื้นในห้องโดยสารต่ำ
ไม่อนุญาตให้ทารกอายุต่ำกว่า 14 วัน เดินทางโดยอากาศยาน
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศภายในห้องโดยสาร อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมองของทารกแรกเกิด
* ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ต้องกรอกแบบฟอร์ม MEDIF เพื่อขออนุมัติก่อนเดินทาง
สตรีมีครรภ์
สตรีมีครรภ์สามารถเดินทางโดยอากาศยานได้ในกรณีที่เป็นการตั้งครรภ์ปกติและไม่มีภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินทาง เนื่องจากระดับออกซิเจนภายในห้องโดยสารต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ ทั้งนี้ ข้อกำหนดของการบินไทย สำหรับสตรีมีครรภ์ มีดังนี้
อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไป
ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุวันครบกำหนดคลอด และรับรองว่าสามารถเดินทางโดยอากาศยานได้อย่างปลอดภัย
โดยใบรับรองแพทย์ต้องออกภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ก่อนวันเดินทาง (ในกรณีที่มีเที่ยวบินต่อ จะนับจากวันเดินทางของเที่ยวบินแรกตามแผนการเดินทาง)
ใบรับรองแพทย์มีอายุการใช้งาน 7 วัน นับจากวันที่ออก หากวันเดินทางขากลับมีกำหนดหลังจากวันหมดอายุของใบรับรองแพทย์ ผู้โดยสารจะต้องจัดเตรียมใบรับรองแพทย์ฉบับใหม่ที่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับการเดินทางขากลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธการเดินทาง
อายุครรภ์ไม่เกิน 34 สัปดาห์
สตรีมีครรภ์ที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์แฝดและไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถเดินทางโดยเที่ยวบินที่มีระยะเวลาบินมากกว่า 4 ชั่วโมงได้ โดยต้องแสดงใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุวันครบกำหนดคลอด และรับรองว่าสามารถเดินทางโดยอากาศยานได้อย่างปลอดภัย
โดยใบรับรองแพทย์ต้องออกภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ก่อนวันเดินทาง (ในกรณีที่มีเที่ยวบินต่อ จะนับจากวันเดินทางของเที่ยวบินแรกตามแผนการเดินทาง)
ใบรับรองแพทย์มีอายุการใช้งาน 7 วัน นับจากวันที่ออก หากวันเดินทางขากลับมีกำหนดหลังจากวันหมดอายุของใบรับรองแพทย์ ผู้โดยสารจะต้องจัดเตรียมใบรับรองแพทย์ฉบับใหม่ที่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับการเดินทางขากลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธการเดินทาง
อายุครรภ์ไม่เกิน 36 สัปดาห์
สตรีมีครรภ์ที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์แฝดและไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถเดินทางโดยเที่ยวบินที่มีระยะเวลาบินไม่เกิน 4 ชั่วโมง โดยต้องแสดงใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุวันครบกำหนดคลอด และรับรองว่าสามารถเดินทางโดยอากาศยานได้อย่างปลอดภัย
โดยใบรับรองแพทย์ต้องออกภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ก่อนวันเดินทาง (ในกรณีที่มีเที่ยวบินต่อ จะนับจากวันเดินทางของเที่ยวบินแรกตามแผนการเดินทาง)
ใบรับรองแพทย์มีอายุการใช้งาน 7 วัน นับจากวันที่ออก หากวันเดินทางขากลับมีกำหนดหลังจากวันหมดอายุของใบรับรองแพทย์ ผู้โดยสารจะต้องจัดเตรียมใบรับรองแพทย์ฉบับใหม่ที่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับการเดินทางขากลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธการเดินทาง
อายุครรภ์มากกว่า 36 สัปดาห์ ไม่อนุญาตให้เดินทางโดยอากาศยาน
การตั้งครรภ์แฝด หรือการตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน
เช่น ภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีประวัติคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น ไม่แนะนำให้เดินทางไกลโดยเครื่องบิน เว้นแต่จะมีการยื่นแบบฟอร์มข้อมูลทางการแพทย์ (MEDIF) และได้รับการอนุมัติให้เดินทาง