เป้าหมายระยะสั้น

larger-Img

    บริษัทฯ มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ และมีการตั้งเป้าหมายในการเป็น Net Zero Emissions ในปี 2593 โดยบริษัทฯ มีกระบวนการในการตรวจวัด ควบคุม และบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร พร้อมทั้งมีหน่วยงานภายนอกให้การรับรองเป็นประจำทุกปี

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางที่กำหนดไว้ใน “มาตรฐานการบัญชี และการรายงานขององค์กรเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก (GHG Protocol Corporate Accounting and Reporting Standard)” โดยสถาบันทรัพยากรโลก และบริษัทฯ ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยสอดคล้องกับ “มาตรฐานห่วงโซ่คุณค่าองค์กรเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก (GHG Protocol Corporate Value Chain Standard)” ของสถาบันทรัพยากรโลก ซึ่งครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 1-3 ที่มีการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการที่บริษัทฯ มีการควบคุมการดำเนินงาน (Operational Control) ซึ่งมีการนำแนวทางการคำนวณปี 2568 โดยบริษัทฯ ตรวจสอบก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตของการประเมิน ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) ไนตรัสออกไซด์ (N2O) ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs) ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) และไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3) สำหรับการรายงานนี้

ตารางแสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2568 

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร  (หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)  ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง (ขอบเขต 1) 4,139,856 5,302,383 5,679,259
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการทางชีวภาพ (รายงานแยก)  - - 16,743
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยอ้อมจากการซื้อไฟฟ้า ไอน้ำ และก๊าซชีวภาพ (ขอบเขต 2)  74,865 85,295 86,475

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยอ้อมอื่นๆ (ขอบเขต 3)

เฉพาะ Category 3: กิจกรรมที่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงและพลังงาน

437,070 561,814 603,852
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (ขอบเขต 1 และขอบเขต 2) 4,214,721 5,387,678 5,765,734
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (ขอบเขต 1 ขอบเขต 2 และขอบเขต 3)  4,651,79 5,949,492 6,369,586

 

    ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวได้รับการทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร ด้วยระดับความเชื่อมั่นแบบจำกัดที่ 5% ตามมาตรฐานรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และมาตรฐาน ISO 14064-1 โดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ (Management System Certification Institute (Thailand): MASCI)

    

แผนการจัดการก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ มีการจัดทำแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยจำลองโมเดลตาม SBTi ในกลุ่ม Aviation Guidance แต่ยังไม่ได้ขอการรับรองจากหน่วยงานรับรองในระดับสากล นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการดำเนินงานรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรการ CORSIA โดยรายงานเฉพาะเส้นทางที่ประเทศปลายทางอยู่ในมาตรการเดียวกัน บริษัทฯ ได้มีแผนการจัดหาคาร์บอนเพื่อตอบสนองมาตรการ CORSIA ซึ่งเป็นการลด ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการเงินด้วย บริษัทฯ มีแผนการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยใช้ข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมภายในองค์กร (Carbon Footprint for Organization) เพื่อรายงานต่อองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Emissions Report) เพื่อรายงานต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) 

ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ มีการจัดทำแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยจำลองโมเดลตาม SBTi ในกลุ่ม Aviation Guidance แต่ยังไม่ได้ขอการรับรองจากหน่วยงานรับรองในระดับสากล นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการดำเนินงานรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรการ CORSIA โดยรายงานเฉพาะเส้นทางที่ประเทศปลายทางอยู่ในมาตรการเดียวกัน บริษัทฯ ได้มีแผนการจัดหาคาร์บอนเพื่อตอบสนองมาตรการ CORSIA ซึ่งเป็นการลด ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการเงินด้วย 

บริษัทฯ มีแผนการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยใช้ข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมภายในองค์กร (Carbon Footprint for Organization) เพื่อรายงานต่อองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Emissions Report) เพื่อรายงานต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)  

การบินไทยได้พัฒนาและปรับปรุงอุปกรณ์ภายในเครื่องบินให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น หูฟังที่ทําจากวัสดุย่อยสลายได้ ซึ่งหูฟังเหล่านี้จะมอบให้กับผู้โดยสารชั้นประหยัดเป็นของขวัญฟรี เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถนํากลับไปใช้ที่บ้านได้

การบินไทยให้ความสําคัญอย่างมากในการลดขยะโดยการนําวัสดุที่ไม่ใช้งานกลับมาใช้ใหม่ แทนที่จะทิ้งวัสดุเหล่านั้น บริษัทได้นํากลับมาใช้ในกระบวนการผลิตอีกครั้ง บริษัทได้ดําเนินโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนแนวทางนี้ เช่น โครงการ "ผลิตภัณฑ์แก้วทัมเบลอร์จากสแตนเลสรีไซเคิล" เป็นต้น

การบินไทยมีบริการ "เลือกเมนูล่วงหน้า" สําหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจและผู้โดยสารชั้นประหยัดที่ถือบัตรแพลตินัมและบัตรทองบริการนี้ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเลือกอาหารล่วงหน้าจากเมนูที่กําหนดไว้ นอกจากนี้ ผู้โดยสารชั้นหนึ่งยังมีบริการ "สั่งอาหารล่วงหน้า" ซึ่งมีตัวเลือกเมนูที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงตัวเลือกเพิ่มเติมอีก 5 เมนูจากเมนูมาตรฐานที่มีให้กับผู้โดยสารชั้นอื่นๆ เพื่อให้การรับประทานอาหารในชั้นหนึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีความเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น จากบริการดังกล่าวทําให้บริษัทลดปริมาณขยะอาหารบนเครื่องบินได้

การดําเนินธุรกิจของการบินไทยมีการดําเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความ หลากหลายทางชีวภาพการบินไทยในฐานะของสายการบินรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงมุ่งเน้นการรักษา ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดําเนินธุรกิจเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศในพื้นที่ โดยควบคุมการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรชีวภาพ

นอกจากนี้การบินไทยยังมุ่งเน้น การปลูกฝังพนักงานและผลักดันให้สังคมเกิดจิตสํานึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ

เป้าหมายระยะยาว

larger-Img

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีฝูงบินที่หลากหลายและมีความสมดุล ภายใต้กลยุทธ์การปรับปรุงฝูงบิน (fleet modernization) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของเครือข่ายการบินที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ณ ปี 2568 ฝูงบินของบริษัทมีอายุเฉลี่ยประมาณ 10.7 ปี ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ฝูงบินที่มีอายุเฉลี่ยน้อยลงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมเครื่องบินทั้งที่บริษัทเป็นเจ้าของ และเครื่องบินภายใต้สัญญาเช่า 

ฝูงบินของบริษัทประกอบด้วยทั้งเครื่องบินรุ่นใหม่และรุ่นเดิม ได้แก่ A320-200, A321neo, A330-300, A350-900, Boeing 777-200ER, 777-300ER, 787-8 และ Boeing 787-9 ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในเส้นทางระยะสั้นและระยะไกล พร้อมทั้งทยอยยกระดับประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

ภายใต้แผนการปรับปรุงฝูงบิน บริษัทมุ่งเน้นการบริหารโครงสร้างฝูงบินอย่างเหมาะสมผ่านการจัดสรรเงินลงทุนอย่างมีวินัย การทยอยนำเครื่องบินรุ่นใหม่เข้าประจำการ การบริหารพอร์ตสัญญาเช่า และการวางแผนส่งคืนเครื่องบินตามกำหนด โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารผ่านผลิตภัณฑ์ห้องโดยสารและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท

อายุของฝูงบินและอายุเฉลี่ยของฝูงบิน

ประเภทของเครื่องบิน จำนวน (ลำ) อายุ (ปี) หมายเหตุ (ถ้ามี) 
2566 2567 2568
Airbus A320-200  20 9.9 10.9 11.9   
Airbus A321NEO 1 - 0.1 Operate since December 2025
Airbus A330-300  5 13.3 14.3 15.3  
Airbus A350-900 23 5.7  6.7 7.7  
Boeing 777-200 3 16.8 17.8 18.6  
Boeing 777-300 17 8.5 9.5 10.5  
Boeing 787-8  6 9.0 10.0 11.0  
Boeing 787-9 4 5.7  5.8 5.9  
รวมทั้งหมด 80 8.8 9.8 10.7  

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ร่วมมือกับบริษัท ปตท. น้ํามันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR ในการนําเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuels: SAF) มาใช้นําร่องกับเที่ยวบินของการบินไทยในเส้นทางภูเก็ต กรุงเทพฯ เพื่อแสดงถึงการตระหนักในความสําคัญของสิ่งแวดล้อมและการร่วมลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื้อเพลิง SAF มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดวงจรชีวิตน้อยกว่าเชื้อเพลิงอากาศยานโดยทั่วไป และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์อนไดออกไซด์ได้สูงถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงโดยปกติ อีกทั้งสามารถใช้ผสมในน้ํามันในปัจจุบัน (Jet A1) ได้ทันทีและมีความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) และสมาคมการบินระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) สอดคล้องกับที่สหภาพยุโรปกําหนดสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิง SAF ในน้ํามันอากาศยานที่จะทําการบินออกจากสนามบินในสภาพยุโรปที่มีการเพิ่มสัดส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การบินไทยมีความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านมาตรการเชิงรุกที่สําคัญที่จะทยอยตามมาในอีกอนาคต

การบินไทยดําเนินโครงการ Route Optimization เพื่อลดค่าใช้จ่ายของเที่ยวบิน ได้แก่ ค่าน้ํามันเชื้อเพลิง และค่า Overfly Permit โดยนําวิธีการ Route Optimization ของระบบ TAFS (Thai Automatic Flight Planning System) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการเตรียมเอกสารการบินสําหรับนักบินใช้ประกอบการบินอย่างปลอดภัยและสามารถประหยัดเชื้อเพลิงอากาศยานมาเป็นเครื่องมือในการวางแผนการบินฝ่ายประสานการอํานวยการบิน และดําเนินการอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสามารถมีวิธีการคํานวณเส้นทางบินที่ปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายด้านน้ํามันเชื้อเพลิงได้อย่างเหมาะสมที่สุด และกําหนดเป็นวิธีปฏิบัติงานให้กับ Dispatcher อย่างไรก็ตาม ในการคํานวณเส้นทางบินดังกล่าว ยังต้องมีการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความปลอดภัยในน่านฟ้าของประเทศต่างๆ รวมถึง สภาวะแวดล้อม เช่น สภาพอากาศ เป็นต้น

การบินไทยได้ให้ความสําคัญเป็นพิเศษกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง พร้อมกับการลดการปล่อยก๊าซจากเครื่องบิน โดยได้กําหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงาน ซึ่งจะต้องดําเนินการโดยผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติการบินมาตรการเหล่านี้รวมถึง: การลดปริมาณเชื้อเพลิงสํารอง (Reduce Extra Fuel) การใช้ระบบ Pack off ในระหว่างการ ขึ้นบิน (Pack off Takeoff) การใช้เครื่องยนต์เดียวในการวิ่งเข้าและออกจากสนามบิน (Single Engine Taxi In and Out) การลดการใช้ปีก Flap (Reduce Flap) การใช้ Idle Reverse เพื่อลดการใช้พลังงานขณะลงจอด จากปี 2021 ถึง 2023 การบินไทยสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงของเครื่องบินได้ประมาณ 771,337.39 ดันของ CO2 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนเป้าหมายการลด การปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน

จากการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 39 ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินมาตรการ Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation (CORSIA) เพื่อชดเชยและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการบินระหว่างประเทศ โดยมอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนของแต่ละประเทศเป็นหน่วยงานกำกับดูแลและรับผิดชอบในการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว

ในประเทศไทย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินงานตามมาตรการ CORSIA โดยกำหนดให้สายการบินต้องแต่งตั้งผู้แทนที่รับผิดชอบ จัดทำและส่งแผนการติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Emission Monitoring Plan) รวมถึงรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประจำปี (Annual Emission Report) ให้แก่ กพท. ตามข้อกำหนด

บริษัทได้เริ่มจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายใต้มาตรการ CORSIA ตั้งแต่ปี 2562 (ค.ศ. 2019) และได้ส่งมอบรายงานให้แก่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตามข้อกำหนด เพื่อสนับสนุนการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการบินระหว่างประเทศ 

ปี ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมจากเที่ยวบินระหว่างประเทศ (ตัน): จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดในช่วงระยะเวลารายงาน:
2019 7,235,337  63,303
2020 1,730,038 14,987
2021 750,865 6,913
2022 2,837,600 24,101
2023 4,186,721 40,243
2024 5,177,006 59,817 
2025 5,577,205 62,941

 

นอกจากนี้ บริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป (European Union Emissions Trading System: EU ETS) โดยได้เริ่มจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และรายงานการใช้คาร์บอนเครดิตตั้งแต่ปี 2012 ให้แก่ German Emissions Trading Authority (DEHSt) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศเยอรมนี ตามข้อกำหนดของ EU ETS อย่างครบถ้วน

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการปฏิบัติตามมาตรฐานและกติกาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ควบคู่กับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว