สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จับมือร่วมกับท่าอากาศยานไทย การบินไทย ไทยสมายล์ และ VFS Global ให้บริการ Thailand E-Visa On Arrival เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว

29 มกราคม 2562

วันนี้ (29 มกราคม 2562) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการแถลงข่าวบริการ Thailand E-Visa On Arrival เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว พร้อมด้วยพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ และนายจิเตน วียาส (Mr. Jiten Vyas) ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท VFS Global Group จำกัด ร่วมแถลงข่าว โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ บริเวณ Premium Area ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบัน มีจำนวนผู้เดินทางข้ามเขตแดนประเทศไทย โดยผ่านท่าอากาศยานทั่วทุกภูมิภาคในประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประมาณ 7 ล้านคน ที่สามารถขอยื่นเรื่องการตรวจลงตรา Visa On Arrival ในการเข้าประเทศ ซึ่งทำให้เกิดความแออัดของนักท่องเที่ยวในการเข้าคิวรอตรวจเอกสาร ประกอบกับข้อจำกัดของพื้นที่ในการให้บริการที่ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่เอื้ออำนวยต่อความสะดวก รวดเร็ว และ ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับความร่วมมือจากบริษัทภาคเอกชน VFS Global ที่เข้ามาช่วยในการออกแบบและพัฒนากระบวนการทำงานของ “ระบบทำการแทนเพื่อการให้บริการของภาครัฐ” ในการรับและส่งผ่านข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบขอรับการตรวจลงตรา Electronic Visa On Arrival (E-VOA) ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ (e-Payment)
ทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล (Standard) พร้อมทั้งมาตรการในการดูแลความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ (Security) ข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy) ที่สอดคล้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดย VFS Global เป็นผู้ออกแบบและพัฒนาระบบดังกล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวมีระบบที่มีมาตรฐาน และบรรลุเป้าหมาย สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลไปสู่ระบบราชการ 4.0 ตลอดจนสามารถเข้ามาติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานได้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานรวมทั้งความมั่นคงปลอดภัยของไซเบอร์ โดยโครงการเริ่มจาก 20 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอินเดีย ราชรัฐอันดอร์รา สาธารณรัฐบัลกาเรีย ราชอาณาจักรภูฏาน สาธารณรัฐไซปรัส สหพันธ์สาธารณรัฐเอธิโอเปีย สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐลัตเวีย สาธารณรัฐลิทัวเนีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐมอลตา สาธารณรัฐมอริเชียส ปาปัวนิวกินี โรมาเนีย สาธารณรัฐมารีโน ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ยูเครน อุซเบกิสถาน รวมทั้ง 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวัน โดยไม่ต้องกรอกเอกสารใดๆ ใช้พาสปอร์ตยื่นให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเข้ารับการตรวจลงตราได้ทุกช่องบริการ

พร้อมกันนี้ ทางบริษัท VFS Global ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการ Fast Track เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว เป็นการสร้างภาพลักษณ์ ความประทับใจให้กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านเข้าออกประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ว่าจะเดินทางเพื่อมาพักผ่อน ท่องเที่ยว ลงทุน หรือประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง และชั้นธุรกิจอย่างเป็นระเบียบ กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะได้นำระบบสิทธิพิเศษในการผ่านเข้าเมือง Fast Track มาช่วยเสริมในขั้นตอนการผ่านพิธีการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการอำนวยความสะดวกในโครงการนี้

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าที่ผ่านมา บริษัท การบินไทยฯ มีนโยบายในการให้ความสำคัญในเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางของผู้โดยสารมาโดยตลอด ได้เปิดตัวโมบายแอปพลิเคชันใหม่ “Thai Airways” เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเดินทาง เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานแอปพลิเคชันให้กับลูกค้าของการบินไทย อีกทั้งเพิ่มช่องทางในการให้บริการลูกค้าและเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และในวันนี้ Thailand E-Visa On Arrival ก็จะเป็นอีกหนึ่งบริการที่บริษัทฯ เลือกสรรมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารของการบินไทยและไทยสมายล์ ในการประหยัดเวลา และลดขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยไม่ต้องเข้าคิวทำวีซ่าเพื่อขอเข้าประเทศไทยอีกต่อไป

เมื่อผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารผ่านทางเว็บไซต์ thaiairways.com หรือ thaismileair.com รวมทั้งโมบายแอปพลิเคชันการบินไทยและไทยสมายล์ จะสามารถขอ Thailand E-Visa On Arrival ได้ทุกที่ ทุกวัน ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในเบื้องต้นเริ่มจากนักท่องเที่ยว 20 ประเทศ 1 เขตเศรษฐกิจ (ไต้หวัน) ทั้งนี้ ขั้นตอนในการดำเนินการที่สะดวกสบาย เพียงผู้โดยสารเลือกซื้อบริการผ่านทางเว็บไซต์ thaiairways.com หรือ thaismileair.com และโมบายแอปพลิเคชันการบินไทย โดยเลือกคลิ๊กไปที่ เมนู “Thailand E-Visa On Arrival” แล้วกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว รายละเอียดการเดินทาง พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าล่วงหน้าผ่านระบบทางเว็บไซต์ thailandevoa.vfsvisa.com ซึ่ง VFS Global จะแจ้งผลพร้อมส่งเอกสารยืนยันการพิจารณาการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้ากลับไปยังอีเมล์ของผู้โดยสารโดยใช้เวลาเพียง 3 วันทำการ สำหรับการขอวีซ่าแบบธรรมดา และยังมีบริการพิเศษการขอวีซ่าแบบเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมงอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้โดยสารที่เดินทางกับสายการบินอื่นก็สามารถซื้อบริการเสริมนี้ผ่านช่องทางดังกล่าวได้เช่นกัน
 
นายซูบิน กัลกาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท VFS Global Group จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการบินไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย ในขณะเดียวกันเรื่องการรักษาความลับของข้อมูลและความพร้อมในด้านระบบปฏิบัติการ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการบริการของศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าทั่วโลก จึงทำให้เราเป็นผู้นำทางด้านการบริการด้านวีซ่า พร้อมกันนี้ เราได้จัดหาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย เราภูมิใจที่จะร่วมมือกับสถานทูตไทยซึ่งเราได้มีความสัมพันธ์มายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และให้การบริการวีซ่าทั้ง 27 เมือง ใน 4 ประเทศ โดยผ่านทางศูนย์การยื่นวีซ่า 27 แห่งที่เป็นเครือข่ายที่แข็งแรง ในฐานะองค์กร เรายังคงสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศไทยตลอดมา โดยผ่านทางคนทำงานที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นชาวไทย 326 คน ผู้ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการของเรา ซึ่ง 96 คนนั้น ทำหน้าที่ดำเนินโครงการ E-VOA