การบินไทยมาเสนอข้อมูลต่อศาลตามนัดเพื่อให้ศาลสั่งฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผนฯ

17 สิงหาคม 2563

ในวันนี้ ศาลล้มละลายกลางเริ่มไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย แต่เนื่องจากการไต่สวนในนัดแรกยังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงกำหนดนัดไต่สวนคำร้องเพิ่มเติมอีก 2 วัน คือ วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2563 และวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2563 ซึ่งการบินไทยจะนำพยานเข้าเบิกความต่อศาลต่อไป

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ (17 สิงหาคม 2563) ศาลล้มละลายกลาง ได้พิจารณาไต่สวนใน 2 ประเด็น คือ ควรสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และควรแต่งตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ตามที่การบินไทยเสนอมาหรือไม่ ซึ่งคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูงและเป็นมืออาชีพในสาขาความรู้ด้านต่างๆ ได้แก่

1. พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน
2. นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล
3. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
4. นายบุญทักษ์ หวังเจริญ
5. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์
6. นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร
7. บริษัท อีวาย คอร์ปอเรทแอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด

นอกจากนี้ นายชาญศิลป์ฯ ยังเปิดเผยต่อไปว่า กระบวนการไต่สวนคำร้องวันนี้เป็นไปโดยราบรื่นและมีแนวโน้มที่ดี มีทนายเจ้าหนี้รายย่อยเพียง 7 รายเท่านั้นที่ยื่นคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ซึ่งประเด็นที่คัดค้านนั้น ไม่มีเรื่องใดน่าหนักใจเพราะเป็นประเด็นที่การบินไทยสามารถชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องได้ ประกอบกับขณะนี้มีเจ้าหนี้รายใหญ่หลายราย รวมทั้งกระทรวงการคลัง ที่ได้ลงนามในหนังสือให้การสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยและไม่คัดค้านคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอ ซึ่งคิดเป็นจำนวนรวมมากกว่า ร้อยละ 50 ของจำนวนหนี้ตามงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2563 ของการบินไทย โดยนายชาญศิลป์ฯ เชื่อว่า การบินไทยได้แสดงพยานหลักฐานต่อศาลอย่างเต็มที่แล้วว่าการบินไทยสมควรได้รับการฟื้นฟูกิจการและคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอ มีความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลล้มละลายกลางว่าจะมีคำสั่งอย่างไรและเมื่อใด

นายชาญศิลป์ฯ เน้นย้ำเพื่อฝากความมั่นใจไปยังเจ้าหนี้ทุกรายของการบินไทยว่า หากศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ในระยะเวลาอันใกล้ ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเจ้าหนี้ทุกราย เพราะกระบวนการฟื้นฟูกิจการจะไม่ล่าช้าและการบินไทยจะสามารถเริ่มต้นแก้ไขสถานการณ์ทางการเงินได้โดยเร็ว นอกจากนี้ นายชาญศิลป์ฯ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหนี้และลูกค้าของการบินไทยที่ให้การสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการและไม่คัดค้านคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอ ซึ่งการบินไทยจะเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลทุกท่านเป็นอย่างดีตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ต่อไป

ทั้งนี้ หากกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นและศาลมีคำสั่งให้การบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการพร้อมตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วกรมบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้ทุกรายให้ทราบถึงขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งท่านสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่บ้าน หรือจะนำเอกสารมาที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อที่การบินไทยและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหนี้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ออนไลน์ โดยการบินไทยจะประชาสัมพันธ์รายละเอียดวัน เวลา และสถานที่ต่อไป

นายชาญศิลป์ฯ ยังเน้นย้ำอีกว่า สำหรับลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสาร (Refund) นั้น การบินไทยมีนโยบายที่มุ่งมั่นจะอำนวยความสะดวกและรักษาสิทธิของท่านในการได้รับคืนค่าบัตรโดยสารอย่างเต็มที่โดยคณะผู้ทำแผนฯ ได้หารือกันเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดส่วนนี้ไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายใดๆ ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ส่วนสมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus (ROP) นั้น นายชาญศิลป์ฯ เน้นย้ำว่า แม้สมาชิก ROP จะไม่ใช่เจ้าหนี้ของการบินไทยที่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ เพราะไมล์สะสมของสมาชิกเป็นการสะสมคะแนนเพื่อวัตถุประสงค์ในการแลกรางวัลต่างๆ แต่การบินไทยยังคงตระหนักถึงความสำคัญของสมาชิก ROP และมุ่งมั่นที่จะมอบสิทธิประโยชน์ให้สมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยการบินไทยขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าสิทธิของท่านในฐานะสมาชิก ROP จะยังคงมีอยู่ตามเดิม โดยที่ไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือดำเนินการทางกฎหมายภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการแต่อย่างใด

นอกจากนี้ หากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอในเร็ววันนี้การบินไทยคาดว่าจะสามารถเชิญเจ้าหนี้กลุ่มต่างๆ มารับฟังการจัดทำร่างแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้นเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการได้ภาย 1-2 เดือน นับจากวันที่มีการประกาศคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษา