ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย เป็นนัดสุดท้าย

25 สิงหาคม 2563

ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นนัดสุดท้าย โดยฝ่ายผู้คัดค้านนำพยานเข้าเบิกความต่อศาล และศาลได้กำหนดนัดฟังคำสั่งในคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนในวันที่ 14 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.
 
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 สิงหาคม 2563) ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการการบินไทยเป็นนัดสุดท้าย โดยมีทนายฝ่ายการบินไทยเป็นผู้ถามค้านพยานต่อศาล ซึ่งมีเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 11 คือ บริษัท ดาต้าโปรดักส์ทอปปัง ฟอร์ม จำกัด นำเสนอพยานขึ้นเบิกความต่อศาล สำหรับภาพรวมกระบวนการไต่สวนคำร้องในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีแนวโน้มที่ดี
 
ทั้งนี้ เมื่อกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นและศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการพร้อมตั้งคณะผู้ทำแผนที่การบินไทยเสนอ กรมบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้ทุกรายให้ทราบถึงขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งท่านสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่บ้าน หรือจะนำเอกสารมาที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อที่การบินไทยและกรมบังคับคดีจะช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหนี้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ออนไลน์ ซึ่งการบินไทยจะประชาสัมพันธ์รายละเอียดวัน เวลา และสถานที่ต่อไป โดยเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 1 เดือน นับแต่คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนประกาศในราชกิจจานุเบกษา
 
อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข่าวของสื่อบางแห่งเกี่ยวกับการยื่นคำขอรับชำระหนี้ นายชาญศิลป์ฯ ชี้แจงว่า ในส่วนของลูกค้าซึ่งออกบัตรโดยสารกับการบินไทยโดยตรงที่ขอคืนค่าบัตรโดยสาร (Refund) นั้น การบินไทยมีนโยบายที่มุ่งมั่นจะอำนวยความสะดวกและรักษาสิทธิของลูกค้าในการได้รับคืนค่าบัตรโดยสารอย่างเต็มที่ โดยคณะผู้ทำแผนได้หารือกันเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดส่วนนี้ไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว เพื่อลูกค้าทุกท่านจะได้ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อกรมบังคับคดี ซึ่งนายชาญศิลป์ฯ เน้นย้ำว่า ขณะนี้การบินไทยเองก็มีมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสารอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด โดยการให้สิทธิลูกค้าเก็บบัตรโดยสารไว้ใช้เดินทางกับการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือจะแลกเป็น Travel Voucher ซึ่งสามารถนำมาใช้แทนเงินสดในการออกบัตรโดยสารของการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ก็ได้ ซึ่งสิทธิดังกล่าวยังสามารถใช้ออกบัตรโดยสารในชื่อบุคคลอื่นโดยแสดงหลักฐานได้อีกด้วย โดยในส่วนของการแลก Travel Voucher นั้น นายชาญศิลป์ฯ แจ้งว่าลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสารแล้วประสงค์จะแลกรับ Travel Voucher สามารถติดต่อการบินไทยได้ผ่านทาง Call Center โทร 02 356 1111
 
สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารของการบินไทยซึ่งออกบัตรโดยสารกับการบินไทยโดยตรง ที่ยังไม่ได้เดินทางและยังไม่ได้ดำเนินการขอคืนค่าบัตรโดยสาร (Unused Ticket) นายชาญศิลป์ฯ กล่าวว่า ลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารของการบินไทยอยู่จะไม่ใช่เจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ตามกฎหมายได้ เพราะลูกค้ายังคงมีสิทธิใช้บัตรโดยสารของการบินไทยเมื่อการบินไทยสามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้ตามปกติและให้บริการด้านการบินได้อย่างเต็มรูปแบบ นายชาญศิลป์ฯ ได้เน้นย้ำให้ลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารมั่นใจว่า ลูกค้าจะยังคงมีสิทธิในการใช้บัตรโดยสารของการบินไทยอยู่เช่นเดิมภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการของการบินไทย โดยที่ลูกค้าไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือดำเนินการทางกฎหมายใดๆ อย่างไรก็ดี การบินไทยยังคงยินดีมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารที่ยังไม่ได้ใช้เดินทาง โดยให้ลูกค้าสามารถเก็บบัตรโดยสารไว้ใช้เดินทางกับการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือจะแลกเป็น Travel Voucher ซึ่งสามารถนำมาใช้แทนเงินสดในการออกบัตรโดยสารของการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ก็ได้ ซึ่งลูกค้าสามารถดำเนินการดังกล่าวได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ของการบินไทย www.thaiairways.com โดยนายชาญศิลป์ฯ ย้ำชัดว่า การบินไทยยังคงมีหน้าที่ในการให้บริการด้านการบินแก่ลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารอยู่เช่นเดิม โดยที่ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถใช้สิทธิตามบัตรโดยสารได้แต่อย่างใด
 
นอกจากนี้ หากศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผน การบินไทยจะเชิญเจ้าหนี้กลุ่มต่างๆ มารับฟังการจัดทำร่างแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้นเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อไป
 
นายชาญศิลป์ฯ ในนามของการบินไทยขอให้เจ้าหนี้ทุกรายมีความมั่นใจว่า หากศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผน ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเจ้าหนี้ทุกราย เนื่องจากการบินไทยจะสามารถเริ่มต้นแก้ไขสถานการณ์ทางการเงินได้โดยเร็ว พร้อมทั้งอยากขอให้เจ้าหนี้และลูกค้าของการบินไทยเชื่อมั่นว่าการบินไทยพร้อมที่จะดูแลทุกท่านอย่างดีที่สุดต่อไป